“บู วัก กลุ” [พิธีกรรมโบราณ ลอยเรือไล่สิ่งชั่วร้าย]

“บู วัก กลุ” [พิธีกรรมโบราณ ลอยเรือไล่สิ่งชั่วร้าย]

“บู วัก กลุ” 

[พิธีกรรมโบราณไล่สิ่งชั่วร้าย]

            ช่วงตลอดเดือน เมษยน 2557  ที่ชุมชนชาวเล หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ได้เกิดเหตุการณ์ ผู้คนล้มตาย ติดต่อกัน อย่างน่าประหลาด ทั้งชาวเลเอง และคนละแหวกไกล้เคียง รวมถึงคนทำงานเพื่อชุมชน รวมไปถึงคนที่เป็นโจทย์มีคดีฟ้องร้องชาวเลเรื่องที่ดินด้วย ในจำนวนนี้เป็นชาวเล 5 ศพ และหากนับที่ไม่ใช่ชาวเลแล้วก็ร่วม 10 ศพ เห็นจะได้

            จากการสอบถาม ประธานชุมชนชาวเลราไวย์ ได้เล่าให้ฟังว่า ” ผู้เฒ่าในชุมชน วัยกว่า 80 ปี อดีตผู้เคยได้เล่าเรียนวิชาจากโต๊ะหมอคนเก่าแก่ ได้ฝันเห็น ผู้เฒ่าบรรพบุรุษ ได้มาแจ้งให้ทราบว่า ได้เกิดสิ่งไม่ปกติ ในชุมชน มีสิ่งไม่ดีเข้ามาในชุมชน หากปล่อยไว้ จะทำให้ผู้คนล้มตายเพิ่ม ต้องทำพิธีกรรมปัดเป่าและขับไล่ สิ่งไม่ดีให้ออกไปจากชุมชนฯ”  หลังจากได้นำเรื่องนี้คุยกับโต๊ะหมอคนปัจจุบันแล้ว  ทั้งคนเฒ่าคนแก่ และประธานชุมชนก็เห็นด้วย ว่าควรจะทำพิธีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ เพื่อลอยสิ่งไม่ดีให้ออกไปจากหมู่บ้าน

            เดิมที พิธีลอยเรือ (ตุละ บาลา) หรือพิธีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ ซึ่งเป็นพิธีกรรมโดยทั่วไปของชาวเลอูรักลาโว้ย ฝั่งทะเลอันดามัน  แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงนี้  โต๊ะหมอบอก ต้องใช้พิธีกรรม ลอยเรือ (บู วัก กลุ) เป็นพิธีกรรมโบราณที่นอกจากจะสะเดาะเคราะห์ แล้ว จะเป็นการส่งวิญญาณร้าย ที่วนเวียนในชุมชน ให้ออกไปด้วย

            ก่อนเวลาประอาทิตย์ ตกดิน วันนี้เป็นวัน แรม 11 ค่ำ เดือน 5 ตรงกันวันศุกร์ ที่ 25 เม.ย. 57  ที่หน้าหาดชุมชนชาวเลราไวย์ โต๊ะหมอ และผู้นำชุมชน และชาวเลจำนวน หนึ่ง มาพร้อมกับเรือจำลองที่ทำขึ้นจากไม้ระกำ    เครื่องครัว อันประกอบไปด้วย พริก เกลือ ข้าวสาร กะปิ ข้าวเหนียว ข้าวขาว ปลาดทอด ปลาย่าง และน้ำดื่ม ถูกวางไว้ในเรือลำน้อย ประดุจดังคนจะออกเรือเพื่อไปพักค้างแรมตามเกาะแก่งต่าง ๆ   โต๊ะหมอ จุดกำยามบริกรรมคาถาทำพิธี ผู้นำชุมชนและผู้มาร่วมพิธี ต่างนำข้าวตอก ลูบตามตัว ก่อนจะโยนลงเรือ บางคนก็ตัดเล็บตัดผม โยนลงเรือด้วย เพื่อสะเดาะเคราะห์   เสร็จพิธีบรรพดาชายผู้มีกำลังก็ได้นำเรือไม้ระกำลอยไปตามกระแสคลื่น  เป็นที่น่าสังเกตุของหลายคน เมื่อเห็นเรือไม้ระกำวิ่งแล่นไปกลางทะเลอย่างรวดเร็ว ราวกับมีคนช่วยกันพาย   “หวังว่าสิ่งร้าย ๆ ในชุมชนจะลอยหายไป เพราะพิธี บู วัก กลุ นี้ ตั้งแต่ผมจำความได้ เพิ่งได้มากระทำปีนี้เอง”  ผู้นำชุมชน วัย 69 ปี กล่าว ทิ้งท้าย ก่อน จะแยกย้ายไปประกอบกิจของตนเอง ต่อไป

            ด้าน นักพัฒนา อิสระ ได้ให้ความเห็นกับพิธี นี้ ว่า “หากเป็นเหมือนเมื่อก่อน เมื่อเกิดเหตุร้าย หรือโรคระบาดในชุมชนชาวเลแล้ว  จักต้องอพยบย้ายถิ่นกันเลยทีเดียว เช่นเมื่อก่อน ชาวเลที่เคยอยู่เกาะเฮ และเกาะบอน ได้เกิดมีโรคอหิวาฯ ระบาด ชาวเลจำนวนมาก ก็ได้ย้ายมาอยู่ที่หาดราไวย์เป็นต้น แต่นั่นก็เป็นร้อยปีมาแล้ว”   ทว่า ในปัจจุบันที่ดินประดุจดังทองคำอย่างภูเก็ตแล้ว การจะย้ายถิ่นฐานดั่งเมื่อก่อน เป็นเรื่องยากมาก แม้แต่ที่ดินที่อาศัยอยู่และที่ทำกินของชาวเลที่ได้ทำกินอยู่มานานอย่างที่ปัจจุบัน  ยังถูกเบียดเบียน

            เรื่องแห่งวิญญาณร้ายนี้อาจมองไม่เห็นเป็นตัวเป็นตน แต่เรื่องร้ายแห่งการรุกที่อยู่อาศัยที่ทำกินชาวเล เริ่มมองเห็นชัดขึ้นทุกขณะ… “มีทะเล ไม่มีที่ทำกิน มีที่ดิน ไม่มีที่อยู่อาศัย” คำนี้ ยังใช้ได้ถึงทุกวันนี้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก.

: ลุงหงีม (ผู้นำชุมชนฯ)

: พี่โชติ (นักพัฒนาอิสระ)

: อู (ชาวเลฯ คนรุ่นใหม่)

 

 ABOUT THE AUTHOR

นักข่าวพลเมืองจรจัด