You are here

“มันอุกอั่งใจ” ชาววานรฯ เรียกร้องอุตสาหกรรมจังหวัด เผยสัญญาสำรวจและผลิตแร่โปแตช

หมวดหมู่: ข่าว | รายงานโดย เมื่อ 28 Sep 2016 - 10:45

ชาววานรนิวาสเข้าเรียกร้องให้อุตสาหกรรมจังหวัดสกลนคร เปิดเผยสัญญาสำรวจและผลิตแร่โปแตช อ.วานรนิวาสที่รัฐบาลได้ทำกับบริษัทไซน่าหมิงต๋า โปแตช คอเปอเรชั่นเจ้าของอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่โปแตชในพื้นที่ พร้อมทวงเอกสารแนบท้ายอาชญาบัตรพิเศษ ที่ร้องขอหลายครั้งแต่ยังไม่ได้รับ ด้านอุตสาหกรรมจังหวัดระบุอำนาจเปิดเผยข้อมูลสัญญาอยู่ที่ส่วนกลาง

20162809104334.jpg

รายงานโดย:  นักข่าวพลเมืองจังหวัดสกลนคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสืบเนื่องจากบริษัทไซน่าหมิงต๋า โปแตช คอเปอเรชั่น ได้รับอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่โปแตช พื้นที่ประมาณ 120,000 ไร่ จากกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อปี พ.ศ.2558 ครอบคลุมพื้นที่ 6 ตำบลของอำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร คือ ตำบลศรีวิชัย ตำบลคอนสวรรค์ ตำบลนาคำ ตำบลวานรนิวาส ตำบลขั่วก่ายและตำบลโพธิ์ชัย และที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มเข้ามาดำเนินการกิจกรรมการสำรวจ เช่นการปักธงเพื่อจับพิกัดจีพีเอสในที่ดินของชาวบ้านหลายคน ซึ่งได้สร้างความสับสนและหวั่นวิตกกับคนในชุมชนว่าบริษัทเข้ามาทำอะไร จะเจาะสำรวจในที่ดินของตนหรือไม่และหากเจาะจะเกิดผลกระทบในด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม แหล่งอาหารตามธรรมชาติ หรือทำให้สูญเสียที่ดินหรือไม่จนกระทั่งกลายเป็นความตึงเครียดระหว่างชาวบ้าน รัฐและบริษัท อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2559 เป็นต้นมา 

ในช่วงสายของวันที่ 27 ก.ย.2559 ที่ผ่านตัวแทนชาวบ้านกลุ่มจากอำเภอวานรนิวาสกว่า 40 คน  ได้เข้ายื่นหนังสือต่ออุตสาหกรรมจังหวัดสกลนคร เพื่อติดตามและร้องขอเอกสารแนบท้ายอาชญาบัตรพิเศษสำรวจ ซึ่งจะระบุรายละเอียดการเจาะสำรวจว่าจะมีกี่หลุม ตรงไหนบ้าง ด้วยวิธีการอย่างไร และระบุว่าการเรียกร้องให้รัฐเปิดเผยข้อมูลเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนท้องถิ่นในฐานะเจ้าของทรัพยากรและเป็นกลุ่มผู้ที่จะได้รับผลกระทบต้องรับรู้

นายศตานนท์ ชื่นตา แกนนำชาวบ้าน กล่าวว่า การมาครั้งนี้แม้จะเป็นการมาโดยมิได้นัดหมายกับทางอุตสาหกรรมจังหวัดล่วงหน้า แต่ก็ทำให้ได้พบกับอุตสาหกรรมจังหวัดฯ ที่ผ่านมาทางกลุ่มได้ยื่นหนังสือเพื่อขอข้อมูลสัญญาสำรวจและผลิตโปแตชและเอกสารแนบท้ายอาชญาบัตรสำรวจฯ ดังกล่าวไปแล้วครั้งหนึ่งแต่เงียบหายไป

“ที่ผ่านมาชาวบ้านเกิดความสับสนและกังวลใจอย่างมาก ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับบ้านของเรา กับคนวานร เราจึงอยากให้มีการเปิดเผยข้อมูลโครงการ ข้อมูลขั้นตอนการสำรวจแร่ แผนที่จุดที่ต้องการสำรวจตามเอกสารแนบท้ายอาชญาบัตรพิเศษ และต้องการให้มีการเปิดเผยสัญญาสิทธิสำรวจและผลิตแร่โปแตชระหว่างรัฐบาลและบริษัทให้ชาวบ้านได้รับทราบ และชาววานรนิวาสเคยได้ยื่นหนังสือร้องขอให้มีเปิดเผยสัญญาและสิทธิในการสำรวจแร่โปแตชวานรนิวาสไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมแล้วแต่ไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ แม้เวลาล่วงเลยมาหลายเดือน วันนี้จึงได้รวมตัวกันเพื่อมายื่นหนังสือขอให้เปิดเผยสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจแร่อีกครั้ง หากว่าการร้องขอตามช่องทางปกติในครั้งนี้ยังไม่เป็นผล เรามีความจำเป็นจะต้องขอใช้สิทธิตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการปี 2540 เพื่อให้รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลที่แท้จริงให้กับเราว่าเขาจะมาทำอะไรกับบ้านเราบ้าง”

ด้านนายอำนวย สุวรรณรักษ์ อุตสาหกรรมจังหวัดสกลนคร ซึ่งออกมารับหนังสือด้วยตนเอง กล่าวกับชาวบ้านว่า "อำนาจในการอนุมัติโครงการและให้ข้อมูลสัญญาฯอยู่ที่ส่วนกลาง โดยตนจะทำหนังสือแนบส่งให้เป็นการด่วน นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่า  'อย่าได้กังวลใจ' เนื่องจากยังอยู่เพียงขั้นตอนของการสำรวจ เพื่อประเมินศักยภาพและความคุ้มทุน ยังไม่ได้อนุมัติให้ดำเนินการขุดเจาะ ซึ่งยังต้องมีการดำเนินการอีกหลายขั้นตอน"

หลังจากนั้นกลุ่มชาวบ้านได้ปักหลักให้ข้อมูลกับอุตสาหกรรมจังหวัดว่า ที่ผ่านมาการสำรวจแร่ของบริษัทไซน่าหมิงต๋าฯ ได้มีการนำธงสำรวจไปปักไว้บนที่ดินของชาวบ้านโดยไม่มีการขออนุญาตจากเจ้าของที่ดิน ซึ่งนายอำนวยกล่าวว่าในกรณีแบบนี้ชาวบ้านสามารถแจ้งความเอาผิดกับบริษัทได้ ถือเป็นการละเมิดสิทธิ  โดยชาวบ้านชี้แจ้งกลับว่า ได้มีการแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆจากทางตำรวจ และทางบริษัทเองก็กล่าวกับชาวบ้านว่า ถึงจะมีการนำธงออกแต่ก็ได้บันทึกจีพีเอชและทำพิกัดดาวเทียมไว้แล้ว อย่างนี้ชาวบ้านจะต้องทำอย่างไร

ในระหว่างนั้นชาวบ้านรายหนึ่งตะโกนออกมาว่า “มันอุกใจ (อัดอั้นตันใจ/ทุกข์ใจ ) นายเข้าใจบ่  เฮาบ่อยากได้เหมือง นายซ่อยเฮาแหน่”

นางม่วย บุญศิริ อายุ 61 ชาวบ้านหินกอง ตำบลวานรนิวาส กล่าวว่า ตนมาเพื่อรักษาสิทธิของตนเองและสิทธิของคนอำเภอวานรนิวาสและมาเพื่อรักษาที่ดินที่เป็น”มูลมัง”ของพ่อแม่ ซึ่งหากเกิดเหมืองโปแตชไม่เพียงที่ดินของตนจะได้รับผลกระทบ แต่แหล่งหากินหาอยู่ เห็ด ผักและหน่อไม้ ตลอดจนแหล่งน้ำธรรมชาติก็จะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน 

"แม่เคยมีประสบการณ์ตอนเขามาสร้างอ่างเก็บน้ำหินกอง ต้องสูญเสียที่ดินไปกว่า 72 ไร่น้ำท่วมแม่สิบ่ยอมให้ที่ดินทีเหลือต้องเสียหายอีก บ่ว่าสิหลายหรือน้อยกะบ่ยอม"