ดู ‘คลิปข่าว 14 นศ.-นักกิจกรรม’ ที่ไทยพีบีเอสถูกเรียกแจง-สุภิญญาชี้ กสทช.ควรให้เสรีภาพสื่อบ้าง

ดู ‘คลิปข่าว 14 นศ.-นักกิจกรรม’ ที่ไทยพีบีเอสถูกเรียกแจง-สุภิญญาชี้ กสทช.ควรให้เสรีภาพสื่อบ้าง

สุภิญญาระบุตอนนี้ฝ่ายผู้มีอำนาจกังวลกับการเคลื่อนไหวของนักศึกษา แต่ กสทช.ควรตั้งหลักถ่วงดุลให้สื่อบ้าง ไม่ใช่อะไรๆ ก็ขัดความมั่นคง ขัดความมั่นคง พูดไม่ได้ รายงานไม่ได้ ส่วน ThaiPBS ก็ระวังตัวสูงมากอยู่แล้ว

คลิปข่าวที่ถูกร้องเรียนว่ามีเนื้อหาที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม ออกอากาศทางรายการที่นี่ThaiPBS เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2558 

 

คลิปข่าวที่ถูกเผยแพร่ทางออนไลน์ว่าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการร้องเรียนขึ้น

 

คลิปข่าวที่ ThaiPBS ยังคงเผยแพร่เรื่องขบวนการประชาธิปไตยใหม่ หลังจากถูกเรียกเข้าชี้แจง

 

2 ก.ค. 2558 กรณีกระแสข่าวในโลกออนไลน์ว่าคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรียกคุยเรียกผู้บริหารองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ส.ส.ท. จากกรณีการนำเสนอข่าวนักศึกษากลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (ThaiPBS)

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ณาตยา แวววีรคุปต์ บรรณาธิการข่าวสังคมและนโยบายสาธารณะ ThaiPBS โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Nattaya Tpbs ระบุ

ศึกษากันไว้นะ Aruchita Atmpk Santi Chang ธนพล เลิศธนาผล Wilasinee Supparot Nuttapon Plarachun
ม. 37 พระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551
ห้ามมิให้ออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีการกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง

หากผู้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการ ให้กรรมการซึ่งคณะกรรมการมอบหมายมีอำนาจสั่งด้วยวาจา หรือเป็นหนังสือให้ระงับการออกอากาศรายการนั้นได้ทันที และให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวโดยพลัน ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเกิดจากการละเลยของผู้รับใบอนุญาตจริง ให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขตามที่สมควร หรืออาจพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตก็ได้

ล่าสุด สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Supinya Klangnarong สรุปความเครียด 10 ประเด็นในรอบสัปดาห์ มีเนื้อหาตอนหนึ่งระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า

5. เครียดมากกับประเด็นที่ สนง. เรียก ThaiPBS มาชี้แจงกรณีการรายงานข่าวกรณีกลุ่มนักศึกษาโดยเฉพาะกลุ่มดาวดินถูกจับกุม ยังไม่รู้จะมีโทษไหม

รู้ว่าตอนนี้ฝ่ายผู้มีอำนาจกังวลกับการเคลื่อนไหว (แม้โดยสงบ) ของนักศึกษา ถึงขั้นมีการตัดสินใจจับกุม แต่ กสทช. ก็ควรตั้งหลักถ่วงดุลให้เสรีภาพสื่อบ้าง

ไม่ใช่อะไรๆ ก็ขัดความมั่นคง ขัดความมั่นคง พูดไม่ได้ รายงานไม่ได้

ทีวีดิจิตอลเขาก็ต้องทำหน้าที่ของเขา ยิ่ง ThaiPBS เขาก็ระวังสูงมากอยู่แล้ว

ยังไม่แน่ใจว่า สนง.จะเสนอวาระที่เรียก ThaiPBS มาชี้แจง เข้าบอร์ด กสท.ให้ลงมติเพื่อตัดสินตามมาตรา 37 หรือไม่ ถ้าเข้าก็ควรใช้หลักการให้มากในการตัดสิน

คือสภาพการณ์เรื่องสิทธิเสรีภาพมันก็ถูกจำกัดมากอยู่แล้ว

ถ้ายิ่งจำกัดมากไปกว่านี้มันจะไม่ดีทั้งต่อ กสทช. รัฐบาล และ สังคมไทยเองในที่สุด

เราควรเรียนรู้จากประวัติศาสตร์กันให้มาก 

เราควรใช้เหตุผลกันให้มาก เราควรตั้งสติกันให้มาก โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้อำนาจแบบ กสทช. และหน่วยงานรัฐอื่นๆ

อย่างที่บอกถ้าใช้อำนาจอย่างที่ควรใช้ในการลงโทษผู้ประกอบการที่เอาเปรียบผู้บริโภคอันนี้เห็นด้วย (แต่การบังคับกฎหมายก็อ่อนแอมาก) แต่พอการเมืองแล้วใช้ได้แรงสุดๆ

หยุดตั้งสติมาสองคืนแล้ว เพราะไม่อยากทวิตแรงมาก ส่วนหนึ่งก็ห่วงตัวเอง อีกส่วนหนึ่งก็ไม่อยากให้ความรู้สึกนำเหตุผล เพียงแต่ต้องการเตือนทุกฝ่าย

โดยเฉพาะ กสทช.อันเป็นที่รัก ทำงานที่นี่ไป วิจารณ์ไป แต่ก็รักงาน รักองค์กรของตนเอง เจ็บปวดทุกครั้งถ้า กสทช.ตัดสินใจอะไรแล้วสวนทางกับหลักการที่ควรจะเป็น

พันธกิจ กสทช.ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ เพื่อกำกับดูแลสื่อให้เป็นอิสระจากการเมือง มันเป็นอุดมคติมาก แต่มันคือสิ่งที่ทำให้เราเกิดมา

จริงอยู่ภายใต้กฏหมายปัจจุบัน ที่ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับเดิมซึ่งเป็นที่มาของ กสทช. แล้วก็ตาม แต่เราก็ยังหวังว่าจิตวิญญาณของมันยังล่องลอยอยู่บ้าง

ในฐานะที่เป็นหนึ่งเสียง แม้อาจดูไม่มีความหมาย แต่ก็จะพยายามจะทัดทานให้เต็มที่ ไปจนกว่าแรงเสียดทานมันจะทำให้เรายืนไม่ไหวไปเอง

ข่าวการเมืองในฟรีทีวีตอนนี้มันก็คล้ายๆกันอยู่แล้ว ไม่มีช่องไหนที่เขาจะกล้าเสี่ยงท้าทายกฏหมายหรอก ถ้าเราเข้มงวดยิ่งกว่านี้ การมีทีวีหลายสิบช่องก็คงไร้ความหมายจริงๆ

 

สรุปความเครียด 10 ประเด็นในรอบสัปดาห์ วันนี้โชคดีไม่มีนัดประชุมอะไร เลยได้ขอพักกับตัวเอง (แต่ก็เข้า สนง.ไปครู่หนึ่งเพื…

Posted by Supinya Klangnarong on Wednesday, July 1, 2015

 

วันนี้ (2 ก.ค.2558) วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ รองผู้อำนวยการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสออนไลน์ ว่า เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2558 กสทช.ได้เรียกผู้บริหาร ส.ส.ท.ไปชี้แจงเรื่องการรายงานข่าวเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มนักศึกษา ซึ่งมีผู้ร้องเรียนมาว่ารายงานเรื่อง “วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวกลุ่มนักศึกษาภายใต้การบริหารประเทศ คสช.” ออกอากาศทางรายการที่นี่ไทยพีบีเอสเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2558 ว่า เนื้อหาที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสน เข้าใจผิด ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม 

การออกอากาศเนื้อหารายการอาจจะขัดกับประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 97/2557 เรื่องการให้ความร่วมมือกับการปฏิบัติงานของ คสช.และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและประกาศ คสช.ฉบับที่ 103 และอาจขัดต่อมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551

“คณะผู้บริหารก็ได้ไปชี้แจงให้ทางอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. เวลา 13.30 น. ซึ่งผมเองในฐานะที่เป็น 1 ในตัวแทนผู้บริหารได้ชี้แจงให้ทางคณะอนุกรรมการได้ฟังว่า ที่ผ่านมา บทบาทของไทยพีบีเอสในฐานะที่เป็นทีวีสาธารณะได้ทำหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ของไทยพีบีเอสตามข้อที่ 4 คือ “ส่งเสริมเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารเพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตยที่ประชาชนได้รับข่าวสารอย่างเท่าเทียมกัน” และข้อ 5 “สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อมในการกำหนดทิศทางการให้บริการขององค์การเพื่อประโยชน์สาธารณะ” ซึ่งเราก็ได้เรียนชี้แจงให้อนุกรรมการฟังว่าเราก็ทำตามหน้าที่ตาม พ.ร.บ. นอกจากนั้นก็ได้มีการเปิดคลิปรายงานดังกล่าวให้คณะอนุกรรมการฯ ได้ชม ซึ่งก็ได้มีการซักถามเรื่องการถ่ายทำทั่วไป ซึ่งคุณก่อเขต จันทรเลิศลักษณ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวก็ได้อธิบายให้ฟัง”

“หลังจากนี้ทางคณะอนุกรรมการฯ จะพิจารณาอย่างไรก็ถือว่าเป็นดุลยพินิจของอนุกรรมการฯ ซึ่งหลังจากชี้แจงแล้ว ทางกสทช.ก็ยังไม่ได้แจ้งกลับทางไทยพีบีเอสกลับมาว่า ซึ่งเมื่ออนุกรรมการฯ มีมติและได้แจ้งมตินั้นให้เราทราบแล้ว ทางผู้บริหารไทยพีบีเอสก็จะหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป” วันชัยกล่าว

รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท.กล่าวว่า ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 2-3 ปีที่ทาง กสทช.ได้เรียกผู้บริหารของไทยพีบีเอสเข้าไปพบอย่างเป็นทางการ พร้อมกับชี้แจงกรณีที่มีข่าวว่าผู้บริหารได้ตัดเงินเดือนของพนักงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้่ว่าข่าวนี้ไม่เป็นความจริง

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง