ทนายขอเลื่อนนัด ตร.มีนบุรี เรียก ‘เยาวชนนักข่าวพลเมือง’ ข้อหาหมิ่นประมาทเหมือง

ทนายขอเลื่อนนัด ตร.มีนบุรี เรียก ‘เยาวชนนักข่าวพลเมือง’ ข้อหาหมิ่นประมาทเหมือง

20152612013712.jpg

24 ธ.ค. 2558 จากกรณีเยาวชนนักข่าวพลเมือง จ.เลย ได้รับหมายเรียกของสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี ออกหมายวันที่ 14 ธ.ค. 2558 ให้ไปที่สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรีในวันที่ 30 ธ.ค. 2558 เวลา 10.00 น. โดยมีญาติรับไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (22 ธ.ค. 2558)

หมายเรียกดังกล่าวเป็นคดีความอาญา โดย นายฐปนรรฆ์ คามวัลย์ ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท ทุ่งคำ จำกัด กล่าวหาเยาวชนนักข่าวพลเมือง ว่า หมิ่นประมาท โดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพระบายสี ภาพยนตร์ฯ (อ่าข่าว: http://www.citizenthaipbs.net/node/7349)

ทนายความของเยาวชนผู้ถูกฟ้องคดีแจ้งว่า จากการโทรศัพท์พูดคุยกับพนักงานเจ้าของเรื่อง พบว่าเป็นการแจ้งความตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ดำเนินการฟ้องคดีเยาวชนนักข่าวพลเมืองเอง ฐานหมิ่นประมาท จากการรายงานข่าวนักข่าวพลเมือง ตอน ค่ายเยาวชนฮักบ้านเจ้าของ ออกอากาศเมื่อวันพุธที่ 1 ก.ย. 2558 ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส 

ทนายความกล่าวว่า ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า กระบวนการทางคดีดังกล่าว อยู่ระหว่างการพิจารณาของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จ.เลย ซี่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจดูแลในพื้นที่ว่าจะอนุญาตให้บริษัทเหมืองทองฟ้องคดีหรือไม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรับว่าจะนำไปพูดคุยกับทางบริษัทผู้ฟ้องคดีอีกครั้งว่าจะดำเนินการเช่นไร 

นอกจากนี้ ทนายความยังระบุว่าได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเยาวชนผู้ถูกแจ้งข้อหาไม่สามารถเดินทางจาก อ.วังสะพุง จ.เลย มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรีในวันที่ 30 ธ.ค.นี้ได้

ด้าน ร.ต.ท.ฉัตรพล เผ่นโผน พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรีเจ้าของเรื่อง ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ 

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานการตรวจสอบว่า สำนักงานกฎหมาย ฐปนรรฆ์ คามวัลย์ ผู้รับมอบอำนาจจาก บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ให้ดำเนินการทางกฎหมายในคดีนี้ ตั้งอยู่เลขที่ 91/47 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมถึงกระบวนการการแจ้งความดำเนินคดีว่า 1.การแจ้งความอาญา แจ้ง ณ สถานที่พบความผิด (ถ้าฟ้องแพ่ง ฟ้องในเขตอำนาจที่จำเลยอยู่) หากผู้ต้องหาอยู่คนละที่กับสถานที่นัดสอบสวน สามารถโทรเบอร์ในหมายเพื่อเจรจากับพนักงานสอบสวนว่าสามารถส่งหมายไปยังสถานีตำรวจที่สะดวกได้หรือไม่ เพื่อให้พนักงานสอบสวนในสถานีนั้นทำการสอบสวนแทน เนื่องจากไม่สะดวกจะเดินทางมา 

แต่โดยมากพนักงานสอบสวนจะยืนยันให้มาที่สถานีในหมาย เนื่องจากการส่งหมายต่อทำให้เกิดความล่าช้าในการสอบสวน หากเลยเวลาสอบคดี ความผิดจะตกอยู่ที่พนักงานสอบสวนสถานีนั้น

2. หมายที่ได้จากตำรวจคือการแจ้งความ ยังไม่ใช่การฟ้อง โดยพนักงานสอบสวนมีหน้าที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลงสำนวนว่าถูกหรือผิด และควรฟ้องหรือไม่ ยื่นเสนอต่ออัยการ

3. กรณีผู้ต้องหาเป็นเยาวชน ในชั้นการสอบสวน จะต้องมีอัยการ นักจิตวิทยา ที่ปรึกษากฎหมายเยาวชน (ทนาย) ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กไว้ใจ มาร่วมในขั้นการสอบสวน เพราะกลัวจะมีการข่มขู่เด็ก ถ้าไม่ครบจะถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ทั้งนี้ต้องดูตามความผิดว่าประมวลกฎหมายระบุไว้ว่าต้องมีหรือไม่

4. ในกรณีผู้กระทำความผิดเป็นเยาวชน ศาลจะไม่ออกหมายจับกุม เพราะยังไม่มีการสอบสวน

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง