ทหาร-ตร.-ฝ่ายปกครอง บุกบ้านนักปกป้องสิทธิที่ดินภูผาม่าน อ้างโพสต์เฟซบุ๊กทำให้เสียหาย

ทหาร-ตร.-ฝ่ายปกครอง บุกบ้านนักปกป้องสิทธิที่ดินภูผาม่าน อ้างโพสต์เฟซบุ๊กทำให้เสียหาย

นักปกป้องสิทธิในที่ดินทำกินกรณีข้อพิพาทกับอุทยานแห่งชาติภูผาม่านถึงบ้าน ร้อง ทหาร – ตร.-พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เดินทางพบถึงบ้าน อ้างโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กทำให้ทหารเกิดความเสียหาย ทั้งระบุลงประชามติเสร็จแล้วให้รีบออกจากพื้นที่ไปโดยทันที เจ้าตัวยืนยันถูกใส่ความ 

20160708044227.jpg

รายงานโดย: ศรายุทธ ฤทธิพิณ
สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

วันนี้ (6 ส.ค.59) มีรายงานข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ทหารค่ายมหาศักดิพลเสพ ร.8 พ.2  ปลัดภูอำเภอภูผาม่าน  รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรชุมแพ เข้าติดตามตัว นายจะเด็จ แก้วสิงห์ อายุ 29 ปี ที่บ้านของนางบุญรอด แก้วสิงห์ อายุ 60 ปี ผู้เป็นแม่ ในพื้นที่ ต.นาหนองทุ่ม อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น
 
นายจะเด็จ ให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่เข้ามาถามตามหาเขา 2 ครั้ง คือเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา และเมื่อวานนี้ (5 ส.ค. 2559) แต่เขาเองไม่ได้อยู่ที่บ้าน ซึ่งแม่บอกว่าทหารต้องการพบ เนื่องจากทำให้ทหารเกิดความเสียหาย โดยอ้างว่าได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก หลังจากเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2559 เวลาประมาณ 21.30 น. มีเจ้าหน้าที่ทหารค่าย  ร.8 พ.2 อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น จำนวน 3 นาย แต่งชุดในเครื่องแบบครึ่งค่อน พร้อมพกอาวุธปืน ได้เข้าไปพบผู้นำชุมชนหนองจาน ต.นาหนองทุ่ม อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ในยามวิกาล เพื่อสอบถามข้อมูลในพื้นที่

นอกจากนั้น อาจมาจากการที่ชาวบ้านในชุมชนได้ออกมาเดินรณรงค์เพื่อสิทธิในที่ดินทำกินของตนเอง ร่วมกับทีมเดินเพื่อสิทธิ Walk for Rights เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ทหารก็ขอเชิญแกนนำชุมชนไปร่วมดื่มน้ำเย็น ในค่ายทหาร ร.8 พ.2 แต่ยังไม่ได้ระบุวันและเวลา

นายจะเด็จ กล่าวว่า เขาเองไม่ได้โพสต์ข้อความให้ข้อมูลดังกล่าว  และเป็นเพียงการกล่าวอ้าง อีกทั้งจากที่ชาวบ้านถามกลับไปว่าเป็นการโพสต์ลงเฟซบุ๊กชื่ออะไร ทหารระบุว่าใช้ชื่อว่าเพลิง แต่เขาไม่ได้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กดังกล่าว 

นายจะเด็จ ยังกล่าวถึงเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้ชาวบ้านถ่ายรูป แต่ภาพที่เห็นมีเพื่อนบ้านแอบถ่ายซึ่งเป็นภาพที่อยู่ไกลมาก แล้วส่งมาให้เขา การที่เจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ รวมทั้งฝ่ายปกครอง เข้ามาหาถึงที่บ้าน ทำให้แม่ของเขาเกิดความกังวลใจ ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ถ่ายรูปรอบบ้านไว้หมด รวมทั้งขอเข้าไปข้างในบ้านด้วย แต่แม่ของเขาไม่ยอมให้เข้าไป 

“ปกติแม่ก็เป็นความดัน และเป็นโรคเครียดอยู่แล้ว พอมีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาอีกทำให้แม่เกิดอาการเครียดขึ้นไปอีก หลังจากนั้นก็กินข้าวไม่ได้ นอนไม่ค่อยหลับ มีความกังวลกลัวว่าผมจะถูกจับหรือถูกดำเนินคดีสักเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ลำพังตัวผมไม่เท่าไร ถึงอย่างไรก็ยังคงต่อสู้ในเรื่องสิทธิที่ดินทำดินเพื่อปกป้องสิทธิในบ้านเกิดที่อยู่อาศัย เป็นห่วงแต่เฉพาะแม่เท่านั้น เรื่องนี้ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และถือเป็นการเข้ามาข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว ดังนั้นจึงอยากขอความเป็นธรรมด้วย” จะเด็จ กล่าว

นายจะเด็จ กล่าวด้วยว่า แม่ของเขาบอกว่าในวันพรุ่งนี้ (7 ส.ค.59) เจ้าหน้าที่บอกเอาไว้ว่าหาเขามาลงประชามติเสร็จแล้วให้รีบออกจากพื้นที่ไปโดยทันที ซึ่งเขาเองไม่เข้าใจเหตุผล เพราะเท่าที่ผ่านมาไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง นอกจากเคลื่อนไหวต่อสู้เรียกร้องเพื่อปกป้องในสิทธิที่ดินทำกิน โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านของเขาเองซึ่งมีข้อพิพาทกับอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน โดยเฉพาะภายหลังมีนโยบายทวงคืนผืนป่า 

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2558 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน มีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าจะมีการลงพิสูจน์สิทธิ์ที่ดินทำกิน ชุมชนเกรงว่าจะเป็นนโยบายการทวงผืนป่า และรัฐจะนำมติ ครม. 30 มิ.ย. 2441 ซึ่งเป็นนโยบายที่ขาดการมีส่วนร่วมของชุมชนมาใช้ เขาจึงได้ร่วมกับชาวบ้านอีกหลายชุมชนเดินทางไปเพื่อร่วมพูดคุยกับหัวหน้าอุทยานฯ นายอำเภอชุมแพ พร้อมปลัดอำเภอ กระทั่งได้ข้อยุติร่วมกัน 

อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังเจ้าหน้าที่ก็พยายามที่จะใช้หลักการเดิมเรื่อยมา แต่ชาวบ้านในชุมชนได้ทำการคัดค้านและมีการเจรจาร่วมกันมาโดยตลอด

 

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง