บันทึกน้ำใจไทย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม “เยาวชนจิตอาสา”

บันทึกน้ำใจไทย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม “เยาวชนจิตอาสา”

        พวกเราได้ทราบถึงความลำบากของผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จึงช่วยกันคิดเพื่อหาทางช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เนื่องจากปัญหาอุทกภัยครั้งนี้เป็นปัญหาที่ทุกคนควรช่วยเหลือกัน เราได้ช่วยกันคิดว่าเราสามารถทำอะไรเพื่อช่วยผู้ประสบผลจากอุกภัยได้บ้าง ในครั้งแรกเราคิดว่าจะเข้ารวมกับอาสาสมัครที่จังหวัดเพื่อช่วยเหลือ แต่จำนวนอาสาสมัครนั้นมีมากพอแล้ว จึงคิดและหาวิธีใหม่ โดยใช้วิธีถือกล่องบริจาคและนำโปสการ์ดที่เราและเพื่อนๆ สมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงรายช่วยกันวาดโปสการ์ดให้กับผู้บริจาค ในวันที่ 16-17 ตุลาคม 2554 เราและเพื่อนๆ ได้ตั้งกล่องบริจาคในวันเสาร์อาทิตย์ที่ถนนคนเดิน และถนนคนม่วน จังหวัดเชียงราย ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นทุกคนได้แยกย้าย เนื่องจากบางมหาวิทยาลัยมีการเปิดภาคเรียนแล้ว เราจึงคิดว่าจะนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อสิ่งของอุปโภค-บริโภคให้กับผู้ประสบภัย และนำของทั้งหมดไปแจกจ่ายด้วยตัวเอง เราได้วางแผนว่าจะไปบริจาคสิ่งของในวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2554
       ในวันที่ 2-4 พฤษจิกายน 2554 ศูนย์ศึกษชาติพันธุ์และการพัฒนา และศูนย์ภูมิภาคด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียใหม่ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมปั้นลูกจุลินทรีย์บอลขึ้น เราจึงได้ไปติดต่อกับอาจารย์ มาลี สิทธิเกรียงไกร อาจารย์ประจำศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา เพื่อนำลูก   จุลินทรีย์บอล ไปให้ผู้ประสบภัยจากอุทกภัยใช้ในบางพื้นที่ อาจารย์มาลีและคุณอัมพร  บุญตัน ได้ติดต่อประสานงานกับคุณนพดล มั่นศักดิ์ (พี่เขียว) ซึ่งพี่เขียวเป็นคนในพื้นที่ ที่ทราบถึงความต้องการและจำนวนคนในพื้นที่ จังหวัดนครสวรรค์
      เราได้ออกเดินทางในวันที่ 5 ระหว่างทางนั้นเราได้เห็นถึงร่องรอยของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีน้ำขังอยู่ บางพื้นที่ไม่มีน้ำขังแต่พื้นที่เหล่านั้นถูกผลกระทบจากอุทกภัยทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหายเป็นจำนวนมาก ระหว่างการเดินทางนั้นเราได้เห็นถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ประสอบภัยจากอุทกภัย ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นมากมาย ไม่ใช่แค่พื้นที่ บ้านเรือน สิ่งของ หรือสิ่งมีชีวิตต่างๆ แต่จิตใจของผู้ประสบภัยจากอุทกภัยก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย เราได้ไปถึงจังหวัดนครสวรรค์ประมาณ 12.00 น. ได้ประสานงานกับพี่เขียว และได้ขับรถเข้าไปที่หมู่บ้านคลองบอน ตำบลท่าตะโก ระหว่างทางที่เราได้เข้าไปในหมู่บ้านเราได้เห็นร่องรอยของน้ำที่เคยท่วมสูงมาก่อนตามต้นไม้ กำแพง เสาไฟฟ้า ซึ่งสูงมากกว่า 1 เมตร เราได้จอดรถบริเวณที่น้ำไม่สูงมาก และได้ย้ายของขึ้นรถกระบะและลุยน้ำเข้าไปในหมู่บ้าน ในหมู่บ้านแห่งนี้มีเรือใหญ่ที่สามารถขนของไปแจกจ่ายได้เพียงลำเดียว เราจึงต้องรีบทำทุกอย่างให้ตรงเวลาเพื่อไม่ให้ชาวบ้านเดือดร้อน เราได้นำของที่ชาวบ้านช่วยเราแพ็คใส่ถุงขึ้นเรือ และได้นำไปแจกจ่ายตามบ้านเรือนต่างๆ สภาพพื้นที่บริเวณนั้นมีแต่น้ำที่ท่วมสูง บ้านชั้นล่างของเกือบทุกหลังคาเรือนต้องเอาประตูและข้าวของออกเพื่อเป็นทางให้น้ำไหลผ่าน ข้าวของของชาวบ้านถูกยกไว้บนชั้นที่สองของบ้าน ตามคานบ้าน หรือแม้กระทั้งหลังคา บ้านบางหลังต้องอาศัยอยู่กับเพื่อนบ้าน สัตว์เลี้ยงต่างๆไม่มีอาหารเพียงพอสำหรับรับประทาน
     หลังจากที่ได้นั่งเรือไปกับชาวบ้านเพื่อแจกจ่ายสิ่งของต่างๆตามบ้านเรือน เราก็เห็นว่าชาวบ้านมีน้ำใจ และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ชาวบ้านได้เชิญชวนพวกเรามาดูการแข่งเรือ ซึ่งชาวบ้านหากิจกรรมขจัดความเบื่อหน่ายและสร้างสีสันให้กับคนในชุมชน แต่เราไม่สามรถมารวมกิจกรรมได้เนื่องจากต้องกลับไปเรียนในวันจันทร์
      จากที่เราได้ลงพื้นที่ไปบริจาคสิ่งของแล้ว ทำให้เราเห็นว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยนั้นต้องการความช่วยเหลือ และเราต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดสภาพจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ การฟื้นฟูบ้านเรือน สถานที่ชุมชนต่างๆเช่น วัด โรงเรียน สถานีอนามัย ฯลฯ จัดกิจกรรมปลุกฝังจิตสำนึกเกี่ยวกับธรรมชาติและให้เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร ควรแก้ไขจากตรงไหน  ให้ความรู้แก่ชาวบ้านเกี่ยวกับการป้องกันตัวจากภัยธรรมชาติที่ไม่แน่นอน การช่วยเหลือครั้งนี้อาจจะช่วยชาวบ้านได้ไม่มาก แต่พวกเราก็จะพยายามและไม่หยุดที่จะช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ เมื่อเรามีโอกาส

 ABOUT THE AUTHOR