ผู้หญิงและเด็กในภาคตะวันออกของพม่าได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤติสุขภาพ

ผู้หญิงและเด็กในภาคตะวันออกของพม่าได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤติสุขภาพ

ผู้หญิงและเด็กในภาคตะวันออกของพม่าได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤติสุขภาพ
           
            รายงานฉบับใหม่ที่เผยแพร่วันนี้ เผยให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่มีการสู้รบทางภาคตะวันออกของพม่า (รัฐกะเหรี่ยง รัฐคะเรนนี และรัฐฉาน) มีปัญหาสุขภาพร้ายแรงที่สุดในโลก อันเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลทหารพม่าไม่จัดสรรงบประมาณด้านสุขภาพ และการสู้รบที่ยืดเยื้อรวมถึงการละเมิดสิทธิพลเรือน

            รายงาน Diagnosis: Critical (“ผลวินิจฉัย: ขั้นวิกฤติ”) นี้ จัดทำขึ้นจากการสำรวจข้อมูลขององค์กรชุมชน ที่ครอบคลุมประชากรกว่า 27,000 คน ในภาคตะวันออกของพม่า เผยให้เห็นว่ากว่า 40% ของเด็กประสบกับภาวะขาดสารอาหาร และ 60% เสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้ ผู้หญิง หนึ่ง ใน สิบสี่ คนติดเชื้อมาลาเรีย ซึ่งเป็นอัตราการติดเชื้อสูงสุดแห่งหนึ่งในโลก

            เด็กหนึ่งในเจ็ดคน ทางภาคตะวันออกของพม่าต้องเสียชีวิตก่อนอายุห้าขวบ ซึ่งสูงกว่าสถิติอย่างเป็นทางการของพม่าเกือบสองเท่า และถือว่าสูงสุดในโลก ส่วนอัตราการเสียชีวิตของแม่จากการคลอดบุตรนั้นสูงกว่าสถิติของทางการถึงสามเท่า

            ในบรรดาประชาชนที่ถูกการสำรวจ เกือบหนึ่งในสามเคยถูกละเมิดสิทธิในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเกณฑ์แรงงานและการบังคับอพยพโยกย้าย ซึ่งการละเมิดสิทธิเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อวิกฤตด้านสุขภาพของเด็กในครอบครัวที่ต้องพลัดถิ่น ทำให้เด็กเหล่านี้มีโอกาสประสบกับภาวะขาดสารอาหารขั้นรุนแรงมากกว่าเด็กทั่วไปถึงสามเท่า และมีโอกาสป่วยเป็นโรคท้องร่วงได้มากกว่าเด็กปรกติถึง 60% โอกาสที่เด็กจะเสียชีวิตก่อนอายุหนึ่งขวบในครอบครัวที่ถูกเกณฑ์แรงงานนั้น จะสูงกว่าเด็กทั่วไปถึงสองเท่า

            “การที่ประชาชนในภาคตะวันออกของพม่าไม่ได้รับการคุ้มครองสิทธิพื้นฐาน เป็นเหตุทำให้พวกเขาเสียชีวิต” ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี แห่งมหาวิทยาลัยมหิดลกล่าว “อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในพม่า เนื่องจากบรรดาสมาชิกประชาคมอาเซียนและประเทศอื่น ๆ ต่างก็มีส่วนรับผิดชอบต่อนโยบายการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้นเหล่านี้”

            ในภาวะที่ขาดแคลนการสนับสนุนโครงสร้างด้านสาธารณสุขของรัฐบาลทหารพม่ากลุ่มองค์กรชุมชนต่างๆ ในพื้นที่ต้องทำงานเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพในพื้นที่เหล่านี้

            พญ. ซินเธีย หม่อง (Cynthia Maung) แพทย์ซึ่งมีชื่อเสียงและคอยดูแลกลุ่มชาติพันธุ์กล่าวว่า
“ถือเป็นอาชญากรรมที่ประชาชนจำนวนมากในรัฐที่อยู่ภาคตะวันออกของพม่า โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก ต้องเสียชีวิตลงเพราะโรคที่ป้องกันและรักษาได้ เราพยายามช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ แต่หากรัฐบาลทหารไม่ยุติการละเมิดสิทธิ วิกฤตด้านสุขภาพก็จะดำเนินต่อไป”

            ข้อค้นพบในรายงานเป็นหลักฐานเพิ่มเติมที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีคณะกรรมการไต่สวนอาชญากรรมต่อมนุษยชาติในพม่า ในเวลาเดียวกัน ต้องมีการสนับสนุนความพยายามของกลุ่มองค์กรชุมชนที่พยายามรักษาชีวิตประชาชนที่อยู่ทางภาคตะวันออกของพม่า
 

 ABOUT THE AUTHOR

เคยเขียนข่าว สารคดี เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์พลเมืองเหนือ เคยรายงานข่าววิทยุ สำนักข่าวไทย อสมท. ตอนนี้เป็นทำงานอยู่สำนักเครือข่ายสื่อพลเมือง ไทยพีบีเอส ทำข่าว ข้อมูล ประสานเครือข่าย ฝีกอบรม สร้างพื้นที่สื่อสารสาธารณะ