ภาคประชาสังคมเหนือร้องทบทวนแผนแม่บทป่าไม้ ชี้กระทบชุมชนบนพื้นที่สูง-คนอยู่กับป่า

ภาคประชาสังคมเหนือร้องทบทวนแผนแม่บทป่าไม้ ชี้กระทบชุมชนบนพื้นที่สูง-คนอยู่กับป่า

ภาคประชาสังคมยื่นหนังสือถึงนายกฯ ผ่านผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เสนอทบทวนแผนแม่บทป่าไม้ที่สร้างผลกระทบต่อชุมชนบนพื้นที่สูง-ประชาชนที่อยู่ในเขตป่า ด้านแกนนำ สกน.ถูกเชิญไปร่วมกินข้าวเที่ยงแจงชวนทหารมาพบที่ศาลากลางฯ และรับฟังปัญหาของชาวบ้าน แต่สุดท้ายถูกยกเลิกนัดหมาย

20152306003455.jpg

ที่มาภาพ: สื่อเล็กๆ ขบวนชุมชน 
 
22 มิ.ย. 2558 สื่อเล็กๆ ขบวนชุมชน รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เครือข่ายภาคประชาสังคมภาคเหนือ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ ราว 200 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ส่งมอบต่อไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมี นายนาวิน สินธุสอาด และ นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ทั้ง 2 คน พร้อมด้วย นายจงคล้าย วรพงศ์ธร ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้รับหนังสือ

หนังสือดังกล่าวระบุข้อเรียกร้อง ขอให้ดำเนินการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาที่สำคัญอันสืบเนื่องมาจากผลกระทบปฏิบัติการตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 64/2557 และ ฉบับที่ 66/2557 รวมทั้งแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ฯ อีกทั้งขอให้ยกเลิกปฏิบัติการสนธิกำลังเข้าตัดฟันพืชผล ยึดบ้านเรือน และที่ทำกินของชาวบ้านผู้ยากไร้อย่างไร้มนุษยธรรม

20152306003523.jpg

นอกจากนั้นยังขอให้ยกเลิกการใช้มติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 ซึ่งได้สร้างความไม่ชอบธรรมต่อการพิสูจน์ที่ทำกินของชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านที่อยู่มาก่อนการประกาศกฎหมายกำหนดพื้นที่ของรัฐต้องกลายเป็นผู้บุกรุก รวมถึงทำให้ชุมชนที่รักษาป่าไว้ได้ดีต้องเป็นผู้ที่เสี่ยงต่อการต้องออกจากพื้นที่เพราะรัฐต้องการกันเป็นป่าอนุรักษ์ ขณะที่พื้นที่ที่ป่าถูกทำลายไปมาก กลับไม่มีผลอะไร ทำให้ชาวบ้านต้องได้รับผลกระทบนี้มากกว่าแสนคนทั่วประเทศ

ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ได้เสนอให้นำมติ ครม.อื่นที่เกี่ยวข้อง มาพิจารณาบังคับใช้ คือ มติ ครม. 11 พ.ค. 2542 ว่าด้วยการปรับปรุงกฎหมายป่าไม้ แต่งตั้งกรรมการร่วมประกอบด้วยตัวแทนฝ่ายราชการ นักวิชาการ และตัวแทนชาวบ้าน เพื่อหาแนวทางแก้ไข และมติ ครม. 3 ส.ค. 2553 เรื่องแนวนโยบายฟื้นฟูวิถีชีวิตกะเหรี่ยงเพื่อส่งเสริมคุ้มครองวิถีวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ดูแลรักษาป่ามายาวนาน

20152306003541.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน (22 มิ.ย.2558) ภาคประชาสังคม ได้จัดเวทีเสวนาวิชาการ “สรุปบทเรียน 17 ปี มติครม. 30 มิ.ย. 2541 ความล้มเหลวของรัฐไทยในการจัดการทรัพยากรบนคราบน้ำตาประชาชน” ที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยระหว่างการเสวนา เจ้าหน้าที่ทหารได้เรียกตัวนายดิเรก กองเงิน แกนนำสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.)  เข้าพบที่กรีนเลค รีสอร์ท อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อปรับทัศนคติ คาดว่าเตรียมรับการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรปลายเดือนนี้

ด้านนายดิเรก ระบุว่า ได้รับเชิญจากทหารให้ไปรับประทานอาหารเที่ยงวันนี้ด้วย แต่ได้ตอบกลับไปว่า ต้องขอโทษจริงๆ เพราะผมต้องไปยื่นหนังสือกับพี่น้อง ถ้าท่านอยากพบผมก็ไปพบผมได้ที่ศาลากลางฯ และรับฟังปัญหาของพวกเราพร้อมๆ กัน แต่ถ้าอยากให้ผมมาทานอาหารด้วยจริงๆ พี่น้องทั้งหมดก็จะเดินทางมาส่งผมและร่วมแลกเปลี่ยนด้วย ดังนี้ ทางทหารจึงขอยกเลิกนัดหมาย

อนึ่ง การเสวนาดังกล่าว เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังรัฐบาลและกระทรวงทรัพย์ว่าหากยังนำเอามติคณะรัฐมนตรี 30 มิ.ย.41 มาใช้เป็นเครื่องมือในการทวงคืนผืนป่าตามนโยบายแผนแม่บทป่าไม้ จะยิ่งเป็นการขยายบาดแผลความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับรัฐให้บานปลายมากยิ่งขึ้น

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง