มึนอขอ DSI รับ ‘คดีบิลลี่หายตัว’ เป็นคดีพิเศษ หลังกว่า 1 ปี 4 เดือน คดีไม่คืบ

มึนอขอ DSI รับ ‘คดีบิลลี่หายตัว’ เป็นคดีพิเศษ หลังกว่า 1 ปี 4 เดือน คดีไม่คืบ

20150608142222.jpg

6 ส.ค. 2558 เวลาประมาณ 10.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ นักต่อสู้สิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงที่หายตัวไปหลังจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2558 เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับคดีการหายตัวของสามีเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากผ่านมากว่า 1 ปี 4 เดือนแล้ว แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า และในพื้นที่มีปัญหาเรื่องผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ทำให้พยานเกิดความหวาดกลัวและมีความยากลำบากในการสืบหาพยานหลักฐาน

คดีนี้พนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ได้ตั้งข้อหาเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และส่งสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2558

20150608142257.jpg

ทั้งนี้ บิลลี่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. 2557 โดยมีชาวบ้านพบเห็นนายบิลลี่ครั้งสุดท้ายเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ขณะถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เนื่องจากค้นตัวนายบิลลี่แล้วพบรังผึ้งและน้ำผึ้งป่าไว้ในครอบครอง เจ้าหน้าที่อ้างว่าได้ทำการตักเตือนและปล่อยตัวนายบิลลี่ไปแล้ว อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏหลักฐานที่อ้างเกี่ยวกับการจับกุมและหลักฐานการปล่อยตัวแต่อย่างใด จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 1 ปี 4 เดือนแล้วที่ไม่มีผู้ใดพบเห็นนายบิลลี่อีกเลย

ด้านองค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในและระหว่างประเทศต่างมีข้อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ให้มีความคืบหน้าโดยเร็วและอย่างเป็นอิสระ แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่มีการกำหนดความรับผิดทางอาญากรณีมีการบังคับให้บุคคลสูญหายตามกฎหมายของไทย แต่ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้มีการบังคับให้บุคคลสูญหายขององค์การสหประชาชาติไว้เมื่อวันที่ 9  ม.ค. 2555 เท่ากับเป็นการยอมรับถึงความสำคัญของการป้องกันมิให้มีการบังคับให้บุคคลสูญหายและตระหนักว่าการบังคับให้บุคคลสูญหายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

20150608142236.jpg

ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ และรองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจาก น.ส.พิณนภาภรรยาของนายพอละจี โดย น.ส.พิณนภา ได้เขียนหนังสือร้องเรียนด้วยลายมือ ขอให้ดีเอสไอรับสอบสวนการหายตัวไปของบิลลี่เป็นคดีพิเศษ เพราะเห็นว่าการหายตัวไปของสามีไม่ปกติ หากมีความผิดที่เข้าไปเก็บน้ำผึ้งป่าก็ต้องถูกส่งตัวไปดำเนินคดี ไม่ใช่ปล่อยกลับจนหายไปจากครอบครัวจนวันนี้ นอกจากนี้ ยังขอให้ดีเอสไอพิจารณารับเข้าคุ้มครองพยาน เพราะถูกข่มขู่จากคนในพื้นที่ไม่ให้เคลื่อนไหวตามหาบิลลี่ หากไม่อยากถูกอุ้มหายอีกคน

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ดีเอสไอได้ลงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงแรก ได้เก็บพยานหลักฐานส่งตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อยู่ระหว่างรอผลจึงยังไม่สามารถชี้ชัดว่าเป็นคดีฆาตกรรม อย่างไรก็ตาม ให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรอง ก่อนพิจารณาขะเสนอเข้าเป็นคดีพิเศษหรือไม่ 

 

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง