มุกดาหารระดมสหวิชาชีพ ถกปัญหาคุณภาพชีวิตแรงงานข้ามชาติ

มุกดาหารระดมสหวิชาชีพ ถกปัญหาคุณภาพชีวิตแรงงานข้ามชาติ

ภาพประกอบจาก www.thaihealth.or.th

มุกดาหารระดมสหวิชาชีพ ถกปัญหาคุณภาพชีวิตแรงงานข้ามชาติ  เจ้าหน้าที่รัฐชี้แรงงานเวียดนามเคลื่อนย้ายมาขายแรงงานในไทยมากขึ้น ด้านองค์กรพัฒนาเอกชนชี้มีเด็กเกินกว่าครึ่งในพื้นที่ไม่มีหนังสือรับรองการเกิด ย้ำทุกฝ่ายต้องเตรียมแผนรับมือเขตการค้าเสรี สร้างพื้นที่การอยู่ร่วมกันอย่างราบรื่นในอาเซียน

เมื่อเร็วๆนี้ ณ ห้องประชุมศาลาขาวตลาดอินโดจีน อ.เมือง จ.มุกดาหาร มูลนิธิเพื่อนหญิง และเครือข่ายสหวิชาชีพมุกดาหาร ร่วมกับโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานข้ามชาติและผู้มีปัญหาสถานะบุคคล (สสส.) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “สหวิชาชีพมุกดาหารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานข้ามชาติและผู้มีปัญหาสถานะบุคคล”

นายวิชชากร วงศ์จริยะกรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิตของแรงงานข้ามชาติเป็นปัญหาเรื้อรังในประเทศมายาวนาน ตนรับผิดชอบในส่วนของงานทางด้านการศึกษาให้เด็กในวัยเรียนได้รับการศึกษา โดยทางกระทรวงศึกษาธิการได้มีระเบียบไว้ชัดเจนว่า เด็กทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยจะต้องได้รับสิทธิทางการศึกษาภาคบังคับอย่างทั่วถึง ซึ่งจังหวัดมุกดาหารมีเด็กต่างชาติและเด็กที่ไม่มีสถานะเข้าเรียนเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมามีการอพยพของแรงงานข้ามชาติบ่อยครั้งทำให้แหล่งพักพิงของแรงงานไม่ต่อเนื่องจึงทำให้สถานศึกษาบางแห่งไม่รับลงทะเบียนเด็ก รวมถึงไม่เอาชื่อเด็กเข้าระบบสารสนเทศของโรงเรียนทำให้เด็กไม่ได้รับสิทธิต่างๆที่พึงจะได้รับ ซึ่งความเป็นจริงถ้าโรงเรียนไหนรับนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนไปเข้าเรียน ทางโรงเรียนก็จะออกเลขประจำตัว 13 หลักแก่นักเรียนเพื่อของบประมาณก็จะได้รับสิทธิต่างๆได้ 

“ในส่วนของแรงงานข้ามชาติที่เป็นผู้ใช้แรงงานที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ก็ต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้เข้าถึงสิทธิต่างๆได้ การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ภาครัฐและหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้องมาระดมความคิดและความร่วมมือ ว่าจะร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานข้ามชาติอย่างไร ตนสัมผัสได้ว่าการทำงานของทุกภาคส่วนต่างมีแนวคิดให้คนที่อยู่ในจังหวัดมุกดาหารมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ที่สำคัญเรายังมีองค์กรพัฒนาเอกชนหลายองค์กรเป็นที่พึ่งแก่ประชาชนแก่คนที่ไม่กล้าเข้าไปติดต่อในส่วนราชการ

ในปัจจุบันมีแรงงานกลุ่มใหม่ที่เป็นแรงงานข้ามชาติชาวเวียดนามมาขายแรงงานในจังหวัดมุกดาหารเป็นจำนวนมาก อีกทั้งแรงงานข้ามชาติบางครอบครัวมีการอพยพมาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานานแต่ไม่ได้หลักฐานทางทะเบียนราษฎร ซึ่งเรื่องนี้ทางกระทรวงมหาดไทยให้คณะรัฐมนตรีขึ้นทะเบียนรับรองสถานะบุคคลแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะสิ่งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญถ้าใครไม่มีสถานะบุคคลจะถือว่าไม่มีสิทธิ เมื่อไม่มีสิทธิก็ถือว่าไม่มีค่า ความเป็นมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใดก็แล้วแต่มีค่าเท่ากัน” นายวิชชากร กล่าว

วิเศษ คำไพ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร ระบุว่า ตนดูแลเรื่องแรงงานข้ามชาติมา 8 ปี ในจังหวัดมุกดาหาร เรื่องแรงงานข้ามชาติเป็นวัฎจักของโลก เป็นการแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าของมนุษย์ทั่วไป เนื่องจากแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก จึงทำให้งานบางประเภทในประเทศขาดแรงงานอาทิ งานด้านเกษตร งานที่ใช้แรงงานหนัก งานภาคบริการ ซึ่งมีความจำเป็นที่ต้องใช้แรงงานข้ามชาติในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อก่อนแรงงงานข้ามชาติเข้ามาทำงานอะไรก็สามารถทำได้เลย เพราะเรามีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นในความรู้สึกและความเป็นพี่น้องและเครือญาติที่ไม่แตกต่างกันทางชาติพันธุ์ และความสัมพันธ์แบบนี้ก็ควรจะเป็นเช่นนี้ต่อไป จึงต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ที่ผ่านมามีแรงงานข้ามชาติเคลื่อนย้ายเข้ามาในจังหวัดมุกดาหารเป็นจำนวนมาก  ราชการเองก็เลยจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการจัดระบบตรวจสอบว่า แรงงานมีการกระจายตัวอาศัยอยู่ที่ไหนบ้าง จึงจำเป็นที่จะต้องมีการออกเอกสารประจำตัวของแรงงานข้ามชาติ ก็จะได้รับสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรแต่เป็นการอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพื่อรอการส่งกลับและอนุญาตให้ทำงานได้ แต่ก็ต้องมีเกณฑ์ว่าเป็นคนที่สมบูรณ์ไม่มีโรคร้ายแรงหรือโรคติดต่อ 

ในส่วนกรมการจัดหางานเป็นหน่วยงานหลักในการจดทะเบียน เพราะเมื่อมีการจัดระบบผ่อนผันก็มีการทำข้อตกลงกับ 3 ประเทศต้นทางในเรื่องการดำเนินการว่า จะทำอย่างไรให้ได้รับสิทธิเป็นคนเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย เนื่องจาก ทร.38 เป็นเพียงแค่เอกสารสมมติเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมามีแรงงานข้ามชาติชาวพม่าล้านกว่าคนที่อาศัยทำงานอยู่ในประเทศไทยแต่ได้มาพิสูจน์สัญชาติแค่หลักแสนเท่านั้น พอผ่านการพิสูจน์สัญชาติก็จะมีการออกหนังสือเดินทางชั่วคราวให้ เมื่อผ่านการพิสูจน์สัญชาติเอกสารประจำตัวคือ หนังสือเดินทางเท่านั้น และโอกาสที่จะมีการเปิดจดทะเบียนพิสูจน์สัญชาติใหม่ก็ยังไม่มีจากทางการ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าจะต้องมีการจดทะเบียนใหม่แก่แรงงานข้ามชาติอย่างแน่นอน

นายสิทธา สุขกันต์ ผู้จัดการโครงการ มูลนิธิศุภนิมิตจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของโครงการในเขตเทศบาล พบว่า แรงงานที่ไร้สถานะจะมี 2 กลุ่มหลัก คือ คนที่เข้ามานานบางคนเข้าประเทศมาตั้งแต่ปี 2518 กับแรงงานที่พึ่งเข้ามา ปัญหาที่พบ คือ แรงงานข้ามชาติที่เข้ามาในประเทศไทยนานแล้วมีหลักฐานทางทะเบียนไม่ครบ เช่น ทร.38  เด็กที่เกิดในพื้นที่ยังมีเด็กเกินกว่าครึ่งที่ยังไม่มีหนังสือรับรองการเกิด ซึ่งความจริงแล้วการจัดการสถานะบุคคลจะต้องมีสามขั้นตอนด้วยกัน คือ หนังสือรับรองการเกิด สูติบัตร และทะเบียนประวัติ ซึ่งคาดว่าในปี 2015  สิบประเทศในอาเซียนจะมีการเปิดเสรีในหลายด้านการค้า การลงทุน บริการ ประชากรจะสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวกขึ้น อนาคตการติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศจะมีมากขึ้น เราจะต้องมาป้องกันปัญหาต่างๆเพื่อให้คนกลุ่มนี้อยู่ได้อย่างสะดวกขึ้น

สำหรับบรรยากาศในงานอบรมสัมมนาในครั้งนี้ มีตัวแทนจากสำนักงานจัดหางาน สำนักงานประกันสังคม สำนักงานปกครอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา งานสวัสดิการสังคม  งานด่านตรวจคนเข้าเมือง ผู้แทนจากองค์กรพัฒนาเอกชจังหวัดมุกดาหารเข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งนี้ในช่วงเช้าจะเป็นการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัญหาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือ เพื่อการเข้าถึงสิทธิบริการด้านสุขภาพและอาชีวอนามัยของแรงงานข้ามชาติในพื้นที่ จ.มุกดาหาร นอกจากนี้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการ การประสานความร่วมมือ เพื่อการเข้าถึงสิทธิต่างๆของแรงงานข้ามชาติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานข้ามชาติและผู้มีปัญหาสถานะบุคคลต่อไป

 ABOUT THE AUTHOR

เคยเขียนข่าว สารคดี เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์พลเมืองเหนือ เคยรายงานข่าววิทยุ สำนักข่าวไทย อสมท. ตอนนี้เป็นทำงานอยู่สำนักเครือข่ายสื่อพลเมือง ไทยพีบีเอส ทำข่าว ข้อมูล ประสานเครือข่าย ฝีกอบรม สร้างพื้นที่สื่อสารสาธารณะ