ศาลฎีกาให้รอลงอาญา 2 ปี ‘2 พี่น้อง’ คดีรุกที่เอกชนลำพูน ปี 45

ศาลฎีกาให้รอลงอาญา 2 ปี ‘2 พี่น้อง’ คดีรุกที่เอกชนลำพูน ปี 45

ชาวบ้านเครือข่ายปฏิรูปที่ดินจังหวัดลำพูน เฮ! แสดงความยินดีกับ 2 พี่น้องบ้านหนองเขียด หลังศาลลำพูนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้รอลงอาญา 2 ปี

20150210125928.jpg

ภาพโดย วิศรุต  ศรีจันทร์
ข่าวโดย ปุณญภัส กมลเนตร
ที่มา: www.landjustice4thai.org

1 ต.ค. 2558 เวลาประมาณ 09.00 น. ศาลจังหวัดลำพูนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา 2 พี่น้อง นายอินตา สุขระแหง และนายจันติ๊บ สุขระแหง ชาวบ้านหนองเขียด ต.หนองปลาสวาย อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ถูกนายทุนฟ้องร้องดำเนินคดีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 

เดิมคดีนี้ถูกฟ้อง 7 ราย ศาลชั้นต้นยกฟ้องจำเลยที่ 3-7 ให้จำคุกจำเลยที่ 1-2 คนละ 1 ปี ต่อมาศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจำคุก 1 ปี และวันนี้ (1 ต.ค.) ศาลฎีกาพิพากษาว่าทั้งสองมีความผิดทางอาญา แต่จำเลย (ลุงตาและลุงติ๊บ) ไม่เคยกระทำความผิด ศาลจึงปรับคนละ 3,000 บาท และให้รอลงอาญา 2 ปี ตามคดีดำเลขที่ 1380/2546

20150210125947.jpg

กรณีปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินทำกินบ้านหนองเขียดนั้น เดิมอยู่ในพื้นที่โครงการจัดสรรที่ดินผืนใหญ่ 15,000 ไร่ บ้านโฮ่ง – หนองปลาสวาย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ อ.บ้านโฮ่ง อ.เวียงหนองล่อง และอ.ป่าซาง ดำเนินการตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2509 – 2513 โดยจัดทำแผนผังแบ่งแปลง คัดเลือกบุคคลและออกใบจองให้แก่ราษฎรผู้ยากจน รวม 1,392 แปลง 

แต่ต่อมาทางราชการก็ได้สั่งเพิกถอนใบจอง เนื่องจากผู้ที่ได้รับใบจองไม่ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้เนื่องจากไม่ทราบแนวเขตที่ดินที่ชัดเจนตามใบจอง บางคนได้รับที่ดินจัดสรรในที่ที่ห่างไกลเดินทางลำบาก และบางพื้นที่ไม่สามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้เพราะมีเจ้าของจับจองทำกินอยู่ก่อนแล้ว จึงทำให้โครงการนี้ถูกยกเลิกไป

ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ รวมทั้งชาวบ้านหนองเขียดต่างก็ใช้ประโยชน์และทำกินในที่ดินเดิมในบริเวณรอบๆ ชุมชนของตนเองมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ที่สืบทอดต่อๆ กันมา ในการเลี้ยงวัว หาหน่อ เก็บฟืน และหาของป่าอื่นๆ 

จากนั้นประมาณปี พ.ศ. 2531 ได้มีนายทุน (บริษัทเทพวงศ์) เข้ามากว้านซื้อที่ดินเปล่าที่ไม่มีเอกสารสิทธิภายในชุมชน โดยอ้างว่าจะดำเนินกิจการเลี้ยงโคเนื้อ โดยมีผู้ใหญ่บ้าน กำนันในสมัยนั้น และ อาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นผู้ประสานงานในการซื้อขายที่ดิน ปรากฏว่ามีชาวบ้านทั้งที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ น.ส.3 และ สค.1 ประมาณ 800 ไร่ และไม่มีหลักฐานแสดงการครอบครองใดๆ อีก 900 ไร่ 

ต่อมานายทุนดังกล่าวได้มีการนำที่ดินทั้งหมดประมาณ 1,700 ไร่ ไปออกเอกสารสิทธิ และปล่อยที่ดินรกร้างว่างเปล่า ไม่มีการทำประโยชน์

นับตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ชาวบ้านในพื้นที่ต้องกลายเป็นเกษตรกรไร้ที่ดินทำกิน เนื่องจากขบวนการกว้านซื้อที่ดินและการกดดันจากอิทธิพล ได้มีการเรียกร้องให้ทางราชการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบด้วยกฎหมายแต่ก็ไม่เป็นผล

ชาวบ้านได้รวมตัวกันเข้าทำกินในที่ดินรกร้างว่างเปล่าในที่ดินดังกล่าว ประมาณปี พ.ศ. 2543 โดยใช้ชื่อ “ขบวนการปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน” รวมทั้งมีการเคลื่อนไหวผลักดันให้มีการปฏิรูปที่ดินเพื่อกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมในระดับนโยบาย มีขบวนการเคลื่อนไหวจัดตั้งกลุ่มแนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ (นกน.) จัดตั้งสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) มีการเจรจากับรัฐบาลสมัยนั้น (รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร) จนได้มี มติ ครม.9 เมษายน 2545 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินและประเด็นปัญหาอื่นๆตามข้อเรียกร้องของ สกน.

แต่กลับกัน ในทางปฏิบัติ เจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ได้ร่วมมือกับนายทุนดำเนินการทางกฎหมายกับชาวบ้านที่เข้าทำกินในที่ดินเอกชน มีการไล่กวาดจับชาวบ้านเป็นจำนวนมาก พื้นที่ อ.บ้านโฮ่ง อ.ป่าซาง และกิ่ง อ.เวียงหนองล่องใน จ.ลำพูน มีทั้งสิ้น 47 คดี จำนวนถึง 125 คน ซึ่งรวมถึงชาวบ้านทั้ง 2 ราย คือ นายอินตา สุขระแหง และ นายจันติ๊บ สุขระแหง ชาวบ้านหนองเขียดที่ศาลฎีกาพิพากษาในวันนี้ด้วย

แม้ว่าชาวบ้านหนองเขียดทั้ง 2 ราย จะถูกศาลฎีกาพิพากษาให้รอลงอาญาไปแล้ว แต่ยังมีชาวบ้านในพื้นที่เครือข่ายปฏิรูปที่ดินโดยชุมชนจังหวัดลำพูน – เชียงใหม่ อีกหลายรายที่จะต้องขึ้นศาลต่อสู้คดีที่ดินนี้อีก เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิในที่ดินของตนเอง และผลักดันให้เกิดการปฏิรูปที่ดินนำไปสู่การกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และยั่งยืนให้เกิดในสังคมไทยต่อไป

20150210125958.jpg

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง