สกน.จี้นายกฯ แก้ไขปัญหาที่ดิน ผลักดันกฎหมาย 4 ฉบับ

สกน.จี้นายกฯ แก้ไขปัญหาที่ดิน ผลักดันกฎหมาย 4 ฉบับ

 

ภาพ/เรื่อง อนุชา  ตาดี

วันนี้ (27 ก.ค. 2559) เมื่อช่วงเช้า นายดิเรก กองเงิน ประธานสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ พร้อมสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน กว่า 100 คน เข้ายื่นหนังสือเร่งรัดให้นายกรัฐมนตรีเร่งแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสิทธิในที่ดินทำกินและและทรัพยากรที่เป็นปัญหาเรื้อรังนับสิบปี ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ศาลากลางจังหวัดลำพูน ผ่านปลัดจังหวัดลำพูนเป็นตัวแทนรับหนังสือ

สกน. มีข้อเสนอต่อกระบวนการแก้ไขปัญหา ดังนี้

1) เร่งรัดแนวทางรับรองอุดมการณ์สิทธิชุมชนในการดูแลจัดการที่ดินและทรัพยากรในรูปแบบ “โฉนดชุมชน” โดยการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยเร็ว                            

2) เร่งรัดการดำเนินงาน “โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน” ในพื้นที่นำร่อง จ.ลำพูน-เชียงใหม่ให้เป็นเพื่อการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างตรงจุดและแท้จริง และเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน ตามร่างของภาคประชาชนและให้ตราเป็นกฎหมายโดยเร็ว                            

3) กรณีการประกาศแนวเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาความไม่ชัดเจนของแนวเขตระหว่างของรัฐกับชุมชนจนกลายเป็นมูลเหตุแห่งความขัดแย้ง ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต จึงขอให้มีคำสั่งให้มีการกันเขตพื้นที่ของชุมชนออกก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ และเพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบแนวเขตอุทยาน โดยในระหว่างนี้ให้ชะลอการประกาศเขตอุทยานทั้ง 8 แห่ง ไปก่อนจนกว่าจะมีกระบวนการแก้ไขปัญหาและได้ข้อยุติจากทุกฝ่าย

4) ขอให้ชะลอการดำเนินนโยบายพัฒนาที่จะส่งผลกระทบต่อสิทธิและชีวิตของประชาชนและสร้างกระบวนการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มุ่งเพียงมิติทางเศรษฐกิจจนสร้างผลกระทบด้านสังคม วัฒนธรรมแก่ชุมชนดั้งเดิมอย่างไม่เป็นธรรม

5) กรณีปัญหาที่ดินบ้านดอยเทวดา ต.สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา โดยขอให้มีการสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมติในที่ประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณะประโยชน์และที่ดินปล่อยทิ้งร้างของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม จ.พะเยา (ครั้งที่ 1/2559) เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ศาลากลางจังหวัดพะเยา

6) กรณีปัญหาการต่อสู้คดีความของบ้านห้วยม่วง ตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ (สมาชิก สกน.) ร้องขอให้มีการช่วยเหลือด้านการสู้คดี โดยให้มีการอนุมัติช่วยเหลือเงินค่าธรรมเนียมศาลเพื่อใช้ต่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป เนื่องจากชาวบ้านในชุมชนเป็นผู้มีฐานะยากไร้ ไม่มีเงินในการใช้ต่อสู้คดี

หลังจากยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ชาวบ้านทั้งหมดได้ร่วมกันเดินเท้าในกิจกรรม “เดิน เยี่ยม เพื่อน” จากบริเวณอนุสาวรีย์เจ้าแม่จามเทวีไปยังเรือนจำจังหวัดลำพูนเพื่อเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังในคดีที่ดินลำพูนที่ถูกจำคุกครบรอบ 2 เดือนโดยชาวบ้านร่วมกันจัดกิจกรรมเขียนข้อความให้กำลังใจผู้ต้องขังทั้ง 7 คนและร่วมกันอ่านแถลงการณ์เพื่อแสดงเจตจำนงค์และกระตุ้นให้รัฐบาลเร่งรัดการแก้ไขปัญหาที่ดินที่สั่งสมมานานนับสิบปีให้ลุล่วง พร้อมกับเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินด้วยวิธีการให้สิทธิในที่ดินแก่ชาวบ้านในรูปแบบของ “โฉนดชุมชน” และให้รัฐบาลสนับสนุนกฎหมาย 4 ฉบับที่ภาคประชาชนร่วมกันร่างขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินอย่างเป็นรูปธรรม

 

แถลงการณ์สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.)             
ในนามของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ)
เรื่อง “เดิน เยี่ยม เพื่อน : เพื่อนของเราคือเกษตรกรนักสู้เพื่อการปฏิรูปที่ดินไทย”

ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมของการกระจายการถือครองที่ดินของสังคมไทยเป็นปัญหาที่หมักหมมมาอย่างยาวนานในสังคมไทย การเรียกร้องของภาคประชาชนให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ดินอย่างจริงจังต่อทุกรัฐบาล ได้ผ่านช่วงเวลาหลายชั่วอายุคน ชาวบ้านเกษตรกรหลายชีวิตต้องถูกพราก บ้างถูกขับไล่ออกจากที่บรรพบุรุษ บ้างถูกดำเนินคดี ถูกจองจำในคุกตาราง แต่ปัญหาที่ดินก็ไม่เคยถูกแก้ไขให้แล้วเสร็จและส่งผลกระทบต่อชาวบ้านเกษตรกรรายย่อยอยู่เรื่อยมา

ถึงวันนี้ เป็นเวลา 2 เดือนเศษ ที่สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ จำนวน 7 ราย ได้ถูกจองจำอิสรภาพอยู่ในเรือนจำ ในขณะที่ครอบครัวของพวกเขาต้องดิ้นรนสู้ชีวิตอยู่ภายนอกหลายคนสภาพร่างกาย จิตใจอ่อนแอ ย่ำแย่ลง หนี้สินเริ่มพอกพูนจากการขาดเสาหลักของครอบครัว สิ่งเหล่านี้หรือคือสิ่งที่พวกเขาในฐานะเกษตรกรต้องได้รับ จากการที่ลุกขึ้นมาปกป้องที่ดินทำกินของบรรพบุรุษ ที่ดินของชุมชนและเป็นส่วนสำคัญของภาคประชาชนที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องการแก้ไขปัญหาในระดับนโยบายมาเกือบ 20 ปี

ดังนั้น ในวันนี้ พวกเราสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือจึงต้องเดินทางมา “เยี่ยมเพื่อน” เพื่อส่งกำลังใจให้กับเพื่อนของเราที่กำลังสูญเสียสละอิสรภาพในขณะนี้ เพื่อมาบอกพวกเขาว่า เพื่อนที่อยู่ข้างนอกกรงขัง จะยังคงสานต่อแนวทางการปฏิรูปที่ดินให้เกิดความเป็นธรรมดังที่เพื่อนของเราทั้ง 7 ได้ร่วมสร้างมาและเราจะตั้งจิตอวยพรให้พวกเขาอย่าต้องได้เจอกับความทุกข์ร้ายใดๆ อีกและพวกเรามีข้อเสนอต่อผู้มีอำนาจ ดังต่อไปนี้

1) เร่งรัดแนวทางรับรองอุดมการณ์สิทธิชุมชนในการดูแลจัดการที่ดินและทรัพยากรในรูปแบบ “โฉนดชุมชน” โดยการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติโดยเร็ว

2) เร่งรัดการดำเนินงาน “โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน” ในพื้นที่นำร่องจังหวัดลำพูน-เชียงใหม่ให้เป็นเพื่อการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างตรงจุดและแท้จริงและเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน ตามร่างของภาคประชาชนและให้ตราเป็นกฎหมายโดยเร็ว

3) ให้ทบทวนและแก้ไขกฎระเบียบการเข้าเยี่ยมผู้ถูกคุมขังเนื่องจากมีการจำกัดการเข้าเยี่ยมได้เพียง 5 รายต่อผู้ถูกคุมขัง 1 คน ถือเป็นการจำกัดสิทธิ์ของผู้ที่ต้องการเข้าเยี่ยม    

4) ขอให้ชะลอการดำเนินนโยบายด้านที่ดินและทรัพยากรที่จะส่งผลกระทบต่อสิทธิและชีวิตของประชาชนและสร้างกระบวนการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะนโยบายการประกาศเขตป่าประเภทต่างๆ ที่จะซ้ำรอยปัญหาดังเช่นในอดีต นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มุ่งเพียงมิติทางเศรษฐกิจจนสร้างผลกระทบด้านสังคม วัฒนธรรมแก่ชุมชนดั้งเดิมอย่างไม่เป็นธรรม

เราในฐานะประชาชนผู้ทุกข์ยากจึงจำต้องแสดงเจตนารมณ์ในครั้งนี้ให้กับสังคมได้ตระหยักและส่งเสียงไปยังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า “คุก ตะราง ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาของคนจนและเพื่อนของเราคือเกษตรกรนักสู้เพื่อการปฏิรูปที่ดินไทย” 
    
โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องราวเหล่านี้จะถูกนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริงตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล “คืนความสุขให้ประชาชน” ของรัฐบาล

ด้วยจิตคารวะต่อนักสู้เพื่อการปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน

สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.)

เรือนจำจังหวัดลำพูน
27 กรกฎาคม 2559

 

 

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง