A Nonsense Article

A Nonsense Article

VoidTheater_forweb

คอลัมน์: บทพูดคนเดียวของผี      เรื่อง: ทินกร หุตางกูร     ภาพ: ณฐพัฒญ์ อาชวรังสรรค์

ผีผอมซีดนั่งในโรงละครที่ไม่มีการแสดง ไม่มีผู้ชม ต้องจินตนาการเองว่าบนเวทีมีการแสดง

เด็กสาวสวมชุดนอนไปพูดตรงไมโครโฟนว่าละครที่กำลังจะแสดงเป็นละครสั้น 4 ฉากเรื่อง ‘ประเทศไทยกับการปฏิรูปใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร’

ฉากที่ 1 นักแสดงชายสวมชุดทหารเดินลากรถถังซึ่งทำจากกระดาษแข็งไปกลางเวที และกล่าวเสียงดังว่านี่คือการรัฐประหาร ตนจะเป็นผู้นำ ทำการปฏิรูป พาประชาชนไปพบความสุข

ช่างเสียงเปิดเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทท์เป็นเสียงคนปรบมือโห่ร้องอย่างยินดี ตามด้วยเสียงคนด่าอย่างไม่พอใจ นักแสดงสวมชุดทหารรีบหันไปสั่งให้ช่างเสียงปิดเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทท์

วงดนตรีข้างเวทีบรรเลงเพลงจังหวะคล้ายเพลงสวนสนาม เสียงเครื่องดนตรี อาทิ โอโบ คลาริเน็ท ทรัมเป็ต กีตาร์ เบส กลอง ดังก้องอย่างต้องการสร้างความรู้สึกฮึกเหิม ผีผอมซีดรู้สึกตกใจ กลัว ขมขื่น เหมือนคนอเมริกันตอนเปิดโทรทัศน์ดูข่าว เห็นเครื่องบิน 2 ลำบินชนตึก เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ในนิวยอร์กปี 2001

ช่างแสงเปิดไฟสป็อตไลท์สีเหลืองส่องร่างของนักแสดงสวมชุดทหารที่กำลังพยายามวางท่าให้น่าเกรงขาม ชูมือ ตะคอกเกรี้ยวกราด แต่ดูตลกไม่ต่างกับ โรวาน แอทคินสัน นักแสดงชาวอังกฤษในบท มิสเตอร์ บีน ทำท่าเลียนแบบฮิตเลอร์

ฉากที่ 2 นักแสดงชายหญิง 5-6 คนนั่งรอบโต๊ะในห้อง นักแสดงสวมชุดทหารเดินไปสั่งให้เขียนแผนปฏิรูปประเทศ นักแสดงชายหญิง 5-6 คนหยิบกระดาษ ดินสอ ปากกาวางบนโต๊ะ นักแสดงสวมชุดทหารเดินออกจากห้อง

นักแสดงชายหญิง 5-6 คนคุยกัน คนหนึ่งถามว่าจะเขียนอะไร อีกคนตอบว่าแผนปฏิรูปการเมือง การศึกษา ศาสนา เศรษฐกิจ สังคม อีกคนกล่าวว่าคณะรัฐประหารอยากปฏิรูปจริงหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่คณะรัฐประหารตั้งให้พวกเขาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป ได้เงินเดือนสูง พวกเขาต้องแกล้งหาอะไรทำเยอะๆ เพื่ออยู่ในตำแหน่งนานๆ ส่วนแผนปฏิรูปที่เขียนเสร็จจะปลิวไปตกบนตักของเด็กหรือบนเตียงในห้องนอนของใครก็ช่าง อีกคนบอกว่าที่ลืมไม่ได้คือพวกเขาได้รับความนับถือ มีหน้าตาในสังคม เพราะประเทศไทยยึดระบบศักดินากับจารีตอำนาจนิยม ทุกอย่างที่เขียนในแผนปฏิรูปต้องไม่ไปเปลี่ยนสิ่งนี้ แต่ต้องเสริมให้ยิ่งแข็งแรง

ฉากที่ 3 เด็กสาวสวมชุดนอนก้าวไปยืนตรงไมโครโฟน ล้วงกระเป๋ากระโปรงชุดนอนหยิบแว่นตากรอบพลาสติกสีดำไปสวม เมื่อเธอเริ่มพูด ผีผอมซีดคิดว่าเธอดูคล้ายเด็กคงแก่เรียนตื่นกลางดึกในคืนก่อนสอบ ละเมอท่องสิ่งที่อ่านตอนกลางวันจากหนังสือเรียน เด็กสาวสวมชุดนอนพูดถึงความเครียด และภาวะซึมเศร้าที่ผีผอมซีดเรียกว่า โรคสีน้ำเงิน

โรคสีน้ำเงินสัมพันธ์กับการทำงานของเซลล์สมองส่วน อมิกดาลา ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับความจำ การตัดสินใจ การตอบสนองด้านอารมณ์ การถูกเอาเปรียบ หรือการไม่ได้รับความยุติธรรมคือสาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ส่งผลให้อมิกดาลาทำงานหนัก คนในเมืองหนึ่งของทวีปแอฟริกามีความเครียดกับอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคสีน้ำเงินต่ำมาก หากเปรียบกับคนในโตเกียวหรือนิวยอร์ก ไม่ใช่เพราะเมืองไม่มีสนามบินกับตึกระฟ้า แต่เพราะคนยังดำเนินชีวิตคล้ายอยู่ในยุคก่อนมีอารยธรรม ออกเรือไปกลางทะเล นำปลาที่จับได้แบ่งให้ทุกคนเท่ากัน

การแบ่งเช่นนั้นมีในสมัยดึกดำบรรพ์ที่มนุษย์ล่าสัตว์เป็นอาหาร ครั้นมนุษย์รู้จักเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช สร้างอารยธรรม การแบ่งเช่นนั้นหายไป กลายเป็นผู้มีอำนาจกับสถานะเหนือกว่าได้ส่วนแบ่งมากกว่า อารยธรรมสร้างสังคมรูปปิรามิด คนได้เปรียบเป็นยอด คนเสียเปรียบเป็นฐาน คนได้เปรียบมีไม่กี่คน คนเสียเปรียบมีนับไม่ถ้วน

อารยธรรมยิ่งขยาย ความไม่ยุติธรรม-ความได้เปรียบเสียเปรียบยิ่งเพิ่ม คนเสียเปรียบเครียด แต่ไม่อาจปฏิเสธอารยธรรม อารยธรรมมอบความสะดวก ทำให้มีตลาด ศูนย์การค้า โรงเรียน โรงพยาบาล ตึก ถนน รถ เรือ เครื่องบิน ไฟฟ้า ประปา ตู้เย็น เตาไมโครเวฟ วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ ฯลฯ

คนเสียเปรียบพยายามหาวิธีลดการทำงานของอมิกดาลาด้วยการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือศาสนา บางครั้งความเครียดทับจนทนต่อไม่ได้ ต้องลุกขึ้นจับอาวุธล้มระบบศักดินา เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ-การเมืองเป็นระบอบสังคมนิยมกับระบอบคอมมิวนิสต์ที่ไม่มีชนชั้น

ปัจจุบัน ระบอบคอมมิวนิสต์เกือบไม่มีในโลกเพราะคนตระหนักว่าระบอบคอมมิวนิสต์ไม่ได้ทำลายสังคมรูปปิรามิด แต่ขวางการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การอยู่อย่างเท่าเทียมโดยไม่มีอะไรให้แบ่ง ให้กิน ให้ใช้ ไม่ทำให้ใครมีความสุข

ประเทศต่างๆ เลือกระบอบประชาธิปไตยซึ่งไม่ขวางการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ไม่ทำลายสังคมรูปปิรามิด การเอาเปรียบปรากฏทุกที่ทุกเวลา แต่ระบอบประชาธิปไตยดึงอำนาจการปกครองจากยอดปิรามิดสู่ฐาน ‘เสียงส่วนใหญ่’ คือผู้กำหนดว่าจะให้ใคร-เพราะอะไรไปทำหน้าที่บริหารประเทศ ระบอบประชาธิปไตยมีจุดประสงค์ให้คนอยู่กับอารยธรรมอย่างสันติ คนเสียเปรียบมีโอกาสเพิ่มศักยภาพในการต่อรอง ไม่ต้องฆ่า หรือเกิดกรณีพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ซ้ำบนกระดาษหน้าใหม่ของหนังสือประวัติศาสตร์

ระบอบประชาธิปไตยเปิดช่องให้ฝันว่าสักวันสังคมรูปปิรามิดจะกลับหัว ความยุติธรรมจะมี จำนวนคนเป็นโรคสีน้ำเงินที่เกิดจากปัญหาสุขภาพ ความสัมพันธ์ส่วนตัว การถูกเอาเปรียบ การไม่ได้รับความยุติธรรม ฯลฯ จะลด

ขณะเด็กสาวสวมชุดนอนพูด ช่างเสียงนำโทรทัศน์จอแอลซีดีขนาด 42 นิ้วซึ่งเชื่อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้วไปวางบนพื้นด้านหลังเธอ และฉายภาพหลายร้อยภาพอย่างเร็ว เช่น ภาพแอนน์ แฮทธาเวย์ ตัดผมสั้นในหนัง Les Miserables ฮิตเลอร์คุยกับมุสโสลินีที่สถานีรถไฟ แมลงวันบินตกในถ้วยกาแฟ ดอกกุหลาบในโถบรรจุฟอร์มาลิน คนชูป้ายสนับสนุนการรัฐประหารในประเทศไทย คนชูป้ายต่อต้านการรัฐประหารในประเทศไทย รถ 40 คันชนกันบนถนน นกเกาะสายไฟ ทหารยืนดื่มน้ำอัดลมข้างรถฮัมวี ค้างคาวบินเหนือจานเรดาร์ ฟ้าไร้เมฆ ดินแห้ง ชาวนาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาร้องไห้ต่อหน้ากล้องโทรทัศน์เพราะไม่มีน้ำทำนา พนักงานเทศกิจในกรุงเทพฯ ฉีดน้ำหลายพันลิตรล้างถนน คนสวมเสื้อสีเหลืองชูป้ายชื่นชมการทำงานของศาล คนสวมเสื้อสีแดงชูป้ายประณามการทำงานของศาลว่าไม่ยุติธรรม ตัวเลขการซื้อขายบนตารางอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดหลักทรัพย์ที่กรุงเทพฯ ติดลบ ปลาวาฬตายบนชายหาด จอห์น เลนนอน เล่นกีตาร์ ร้องเพลง Power to the People บนเตียง อู่ต่อเรือดำน้ำในประเทศจีน คนเป็นโรคสีน้ำเงินนั่งบนเก้าอี้ล้อเข็น ประชาชนฝรั่งเศสทะลายคุกบาสตีย์ เด็กวิ่งเล่นกับหมา ชาวตุรกีปาอิฐใส่กระจกประตูหน้าต่างของสถานกงสุลไทยในเมืองอิสตันบุล มุสโสลินีถูกแขวนคอ หนังสือพิมพ์เสนอข่าวฮิตเลอร์ยิงตัวตาย ไฟดับในลาสเวกัส ดาวหางพุ่งลัดฟ้าตอนกลางคืน ลมพัดฝุ่นเข้าบ้าน มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ยืนปราศรัยกลางคน 250,000 คนที่ไปชุมนุมเรียกร้องสิทธิให้คนผิวดำที่อนุสาวรีย์ลินคอล์นในกรุงวอชิงตัน ดีซี…

ผีผอมซีดจำช่วงหนึ่งในคำปราศรัยได้ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง กล่าวว่า I have a dream-ผมมีความฝันว่าวันหนึ่ง ประเทศนี้จะหยัดยืนบนหลักการว่าเราทุกคนเท่ากัน

ฉากที่ 4 ช่างแสงเปิดไฟสป็อตไลท์สีเขียวส่องร่างนักแสดงชาย 2 คนกลางเวที คนหนึ่งเดินนำหน้า อีกคนเดินตามหลัง คนเดินนำหน้าถือเชือกให้คนเดินตามหลังจับ

ผีผอมซีดสังเกตว่านักแสดง 2 คนสวมแว่นตาดำกับชุดเสื้อกางเกงผ้าดิบสีขาวขุ่นคล้ายชุดคนไข้ในโรงพยาบาลเหมือนกัน แต่ตรงอกเสื้อพิมพ์ตัวหนังสือภาษาอังกฤษสีดำเป็นคำต่างกัน ของคนเดินนำหน้าเป็นคำว่า Junta ของคนเดินตามหลังเป็นคำว่า Thailand

ช่างแสงเปิดไฟสป็อตไลท์อีกดวงสีแดงส่องร่างของเด็กสาวสวมชุดนอนที่มุมเวที เธอยืนกางแขนเหมือนพระเยซูถูกตรึงกางเขน พูดภาษาไทยกับภาษาอังกฤษประโยคซ้ำสลับไปมาดุจแผ่นซีดีเสีย : คนตาบอดจูงคนตาบอด The Blind leading the blind คนตาบอดจูงคนตาบอด The Blind leading the blind คนตาบอดจูงคนตาบอด

ผีผอมซีดเดินออกจากโรงละคร รถไฟฟ้าขบวนสุดท้ายแล่นไปบนราง ใจของเขาหนักและเศร้า เขารู้สึกคล้ายเป็นเครื่องบินที่กำลังจะตก : จากผีผอมซีดถึงศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน ได้ยินไหม บางอย่างในตัวของผมขัดข้อง ไฟฟ้าคงลัดวงจร ผมรักษาเพดานบินไม่ได้ ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน ได้ยินไหม บางอย่างในตัวของผมขัดข้อง ผมกำลังจะ…

 ABOUT THE AUTHOR

บรรณาธิการเว็บไซต์ aftershake.net เว็บที่มีเนื้อหาว่าด้วยการปฏิรูปที่พยายามย่อยเรื่องยากให้เข้าใจง่ายแบบคนธรรมดาสามัญ