หวั่นน้ำท่วมพม่าซ้ำ วอนชะลอเขื่อนสาละวิน-ส.ส.มอญชี้ต้องรอกระบวนการสันติภาพ

หวั่นน้ำท่วมพม่าซ้ำ วอนชะลอเขื่อนสาละวิน-ส.ส.มอญชี้ต้องรอกระบวนการสันติภาพ

20151208230238.jpg

12 ส.ค. 2558 ที่ห้องประชุมโรงแรมเรมอนยา มะละแหม่ง รัฐมอญ ประเทศเมียนมา มีการแถลงข่าวของเครือข่ายปกป้องแม่น้ำสาละวิน (Save the Salween Network) ผู้เข้าร่วมประมาณ 60 คน เป็นสื่อมวลชนพม่าทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และเว็บไซต์กว่า 10 สำนัก นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการ เอ็นจีโอ และประชาชนผู้สนใจ 

20151208230225.jpg

ซอต่าโพ ผู้ประสานงานกลุ่มปกป้องแม่น้ำกะเหรี่ยง (Karen Rivers Watch) กล่าวว่าช่วงที่ผ่านมาที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมในแทบทุกพื้นที่ของพม่านั้น ที่เมืองพะอัน บ้านเรือนของประชาชนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสาละวินในรัฐกะเหรี่ยงกว่า 1,200 ครัวเรือน ก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมเช่นกัน โดยมีประชาชนอย่างน้อย 6,300 คน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนที่ประสบภัย 

“ชาวบ้านกังวลมากว่าหากมีการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำสาละวินทางตอนบน อาจเกิดปัญหาน้ำท่วมรุนแรงมากกว่านี้ และอาจเกิดความเสียหายที่ไม่สามารถประเมินได้ เราจึงเรียกร้องให้ชะลอโครงการเขื่อนทั้ง 5 แห่งที่จะสร้างบนแม่น้ำสาละวิน” นายซอต่าโพกล่าว

20151208230303.jpg

ดร.อองนายอู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ชาวมอญ จากพรรค Mon National Party กล่าวในเวทีว่า ปัจจุบันพม่ากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ยังไม่มีเสถียรภาพ กระบวนการสันติภาพกำลังดำเนินอยู่ จึงไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะอนุมัติโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ 

ส.ส.ชาวมอญกล่าวอีกว่าที่ผ่านมาโครงการพลังงาน อาทิ ก๊าซธรรมชาติ ที่ส่งขายประเทศเพื่อนบ้านแต่ผลประโยชน์ไม่เคยตกกับประชาชนเลย และโครงการเขื่อนสาละวินก็คงเป็นเช่นเดียวกัน 

ต่อกรณีที่บริษัทที่ปรึกษาออสเตรเลีย SMEC ที่กำลังศึกษาผลกระทบสังคมและสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการเขื่อนเมืองโต๋น ในรัฐฉาน ซึ่งมีภาคประชาชนในรัฐฉานออกมาต่อต้านในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ส.ส.ชาวมอญกล่าวว่าบริษัทก็ได้มาดำเนินการในพื้นที่ปากแม่น้ำสาละวินในรัฐมอญ แต่เป็นเพียงการประชุมแบบปิดกับหน่วยงานรัฐเท่านั้น 

“บริษัทเขาไม่ได้สนใจประชาชนชาวมอญ กระบวนการ EIA ก็ไม่ได้มีมาตรฐานใดๆ รัฐบาลควรหยุดการศึกษานี้ทันที ศึกษาไปก็มิได้มีระเบียบใดๆ รับรอง และพวกเราก็มีจุดยืนที่ชัดเจนว่าไม่ต้องการให้มีการสร้างเขื่อน” ดร.อองนายอู กล่าว

ทั้งนี้ โครงการเขื่อนบนลำน้ำสาละวินที่เป็นความร่วมมือระหว่างไทยและพม่า มีความคืบหน้า 2 โครงการ ได้แก่ เขื่อนฮัตจี (กำลังผลิตไฟฟ้า 1,360 เมกกะวัตต์) ในรัฐกะเหรี่ยง ห่างจาก อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน 47 กิโลเมตร และเขื่อนเมืองโต๋น (กำลังผลิตไฟฟ้า 7,000 เมกกะวัตต์) ในรัฐฉาน ทั้ง 2 โครงการเป็นการลงทุนร่วมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมกับรัฐบาลพม่าและบริษัทจีน 

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง