เกษตรกรใต้ร้องต่ออายุสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน

เกษตรกรใต้ร้องต่ออายุสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน

นักข่าวพลเมือง สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้

20 ม.ค. 2559 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตัวแทนสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ในนาม ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ พีมูฟ จ.สุราษฎร์ธานี กว่า 70 คน รวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านหน่วยงานระดับจังหวัด โดยมีนายชวลิต พลไทย หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.สุราษฎร์ธานี และนายพิชิต ตู้บรรเทิง รองผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม จ.สุราษฎร์ธานี เป็นผู้รับหนังสือข้อเรียกร้อง เพื่อรายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ทราบ และนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีตามลำดับต่อไป 

สมาชิกพีมูฟ กล่าวว่า ที่เดินทางมาในวันนี้ เพื่อต้องการเรียกร้องให้ภาครัฐต่ออายุการ ดำเนินงานสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ให้ดำเนินการต่อไป เพราะหากยุบจะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่รอการช่วยเหลือจากบริหารจัดการธนาคารที่ดินฯ ที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ของบริษัทที่ปล่อยทิ้งร้าง หรือในพื้นที่ NPL เช่น ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.เชียงใหม่ และอีกหลายพื้นที่

ทั้งนี้ เกษตรกรมีความคาดหวังว่ารัฐบาลจะนำเงินจากธนาคารที่ดินมาซื้อที่ดินให้กับเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานรับจ้างภาคเกษตรที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรที่ดิน และยังรอการช่วยเหลืออยู่ อีกทั้งยังมีข้อเรียกร้องให้รัฐดำเนินงานโฉนดชุมชนด้วย 

จากกระแสข่าวว่าจะมีการพิจารณายุบหรือไม่ยุบธนาคารที่ดินในวันที่ 21 ม.ค. 2559 ทำให้สมาชิกพีมูฟทั้งประเทศเคลื่อนไหวยื่นหนังสือที่ศาลากลางจังหวัดถึงนายกรัฐมนตรี ต่อมาคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมแลพัฒนาองค์กรมหาชนและองค์กรรูปแบบอื่นในกำกับของราชการฝ่ายบริหารที่มิใช่ส่วนราชการ (อ.ก.พ.ร.) ได้เลื่อนการประชุมไปเป็นวันที่ 26 ม.ค. 2559 

สำหรับ ความเป็นมาของธนาคารที่ดินและโฉนดชุมชน พีมูฟได้ร่วมประชุมกับหม่อมหลวงปนัดดา ดิสกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2557 เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน และธนาคารที่ดิน ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาต่อเนื่องจากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ต่อมาในรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ให้ความสำคัญต่อแนวทางการจัดการที่ดินโดยชุมชน ในรูปแบบแปลงรวม สหกรณ์ โดยได้ระบุไว้ในคำแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2557 ข้อที่  9.3  ว่า “ปรับปรุงกลการบริหารจัดการที่ดินของรัฐและเอกชนให้มีเอกภาพเพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายด้านที่ดินในภาพรวม และปรับปรุงกลไกภาษีเพื่อกระจายการถือครองที่ดิน เร่งรัดการจัดสรรที่ดินให้แก่ผู้ยากไร้ โดยไม่ต้องเป็นกรรมสิทธิ์ แต่รับรองสิทธิร่วมในการจัดการที่ดินของชุมชน การกำหนดรูปแบบที่เหมาะสมของธนาคารที่ดิน เพื่อให้เป็นกลไกในการนำทรัพยากรที่ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมแลพัฒนาองค์กรมหาชนและองค์กรรูปแบบอื่นในกำกับของราชการฝ่ายบริหารที่มิใช่ส่วนราชการ (อ.ก.พ.ร.) มีนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช เป็นประธานอนุกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ คือ 

1.กำหนดแนวทาง มาตรการ หลักเกณฑ์ และวิธีการในการออกแบบและวางระบบการบริหารงาน การกำกับดูแล การเลี่ยนสถานภาพ การจัดกลุ่มองค์การมหาชน รวมทั้งการวางระบบและการกำกับการจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติงานและการประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้การจัดตั้งองค์การมหาชนและองค์กรรูปแบบอื่นในกำกับของราชการฝ่ายบริหารที่มิใช่ส่วนราชการมีประสิทธิภาพเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฏหมาย 

2.ศึกษาและให้ข้อเสนอแนะแก่องค์การมหาชนและองค์กรรูปแบบอื่นในกำกับของราชการฝ่ายบริหารที่มิใช่ส่วนราชการในการพัฒนาระบบการบริหารงาน 3.ติดตามและประเมินผลการจัดตั้งองค์การมหาชนและองค์กรรูปแบบอื่นในกำกับของราชการฝ่ายบริหารที่มิใช่ส่วนราชการตลอดจนศึกษาปัญหาอุปสรรค์และข้อขัดข้องและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ

4.แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามคำสั่งนี้ 5.เรียกให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐจัดส่งเอกสาร ข้อมูล เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและดำเนินการอื่นๆ แก่คณะอนุกรรมการและผู้ได้รับแต่งตั้งหรือได้รับมอบหมายตามคำสั่งนี้ 6.ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการมอบหมาย

20162001224835.jpg20162001224844.jpg20162001224857.jpg

 

 

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง