เครือข่ายปกป้องอันดามันฯ ขอบคุณสหรัฐฯ ร่วมตระหนักผลกระทบโรงไฟฟ้าถ่านหิน

เครือข่ายปกป้องอันดามันฯ ขอบคุณสหรัฐฯ ร่วมตระหนักผลกระทบโรงไฟฟ้าถ่านหิน

20150907212441.jpg

9 ก.ค. 2558 ตัวแทนเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินเดินทางไปสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยยื่นหนังสือขอบคุณต่อประเทศสหรัฐอเมริกาที่เล็งเห็นพิษภัยของโรงไฟฟ้าถ่านหินและเผยแพร่งานวิจัยที่ทำให้ทั่วโลกเห็นถึงผลกระทบของโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และได้พูดคุยกับผู้แทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

ทั้งนี้ ตัวแทนเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินได้สรุปผลการพูดคุยไว้ ดังนี้ 

เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ขอขอบคุณสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และคุณทาห์รา โวส เจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสุขภาพ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้โอกาสได้เข้าพบและพูดคุยเรื่องนโยบายพลังงานและการท่องเที่ยว โดยชี้ชัดให้เห็นว่าประเทศสหรัฐอเมริกามีนโยบายในการลด ละ เลิก การใช้ถ่านหิน และประเด็นหลักคือนโยบายที่พยายามจะผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียนถึง 80% ในปี ค.ศ. 2030 และเพิ่มเป็น 100% ในปี ค.ศ. 2050
 
อีกทั้ง ทางสหรัฐอเมริกาเองก็ได้ติดตามนโยบายพลังงานของประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และสนับสนุนอย่างเต็มที่ให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยและประเทศแถบลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนด้านพลังงานแสงอาทิตย์ 

เป็นที่น่ายินดีว่าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยมีการติดตามข่าวแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (แผนพีดีพี 2015) ที่รัฐบาลเพิ่งอนุมัติ และได้ติดตามข่าวโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและท่าเทียบเรือถ่านหินกระบี่เช่นกัน

ท่านได้ถามพวกเราว่าที่คุณบอกว่าจะเปิดประมูลการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าในวันที่ 22 ก.ค.นี้ รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วใช่หรือไม่ เราตอบท่านว่า รายงานทั้ง 2 ยังไม่ผ่านการอนุมัติ และกระบวนการดังกล่าวยังขาดธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ซึ่งท่านได้บอกเราว่าท่านได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดเช่นกัน

เราพูดคุยถึงเรื่องพื้นที่กระบี่แรมซ่าไซต์ และกรณีที่ชาวบ้านส่งจดหมายไปยังท่านเลขาธิการแรมซ่าไซต์และท่านอดีตเลขาฯ ก็ได้เดินทางมายังพื้นที่และพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งคำตอบของชาวบ้านในด้านการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนทำให้ ท่านอดีตเลขาฯ ได้กล่าวชื่นชมในศักยภาพของชาวบ้านที่นี่ว่าสุดยอด พร้อมชื่นชมให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงทรัพย์ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ติดตามลงพื้นที่ด้วย

นอกจากนั้นยังพูดคุยถึงการท่องเที่ยวแถบอันดามันและจำนวนนักท่องเที่ยวพลเมืองสหรัฐ เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนประมาณ 71,857 คน ในจังหวัดกระบี่และอยู่ที่ประมาณ 258,792 คน ที่จังหวัดภูเก็ต น่าดีใจที่ท่านเป็นคนหนึ่งที่รักและชื่นชอบกระบี่เช่นกัน เพราะท่านได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่กระบี่ถึง 3 ครั้งแล้ว

ขอบคุณผู้แทนสถานทูตสหรัฐฯ ที่ร่วมปกป้องอันดามันจากถ่านหิน

20150907212527.jpg

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง