เลื่อนพิพากษาฎีกา ‘เด่น คำแหล้’ เหตุจำเลยหายตัว – ทีมค้นหาพบกระดูก-ผ้าขาม้า ญาติเชื่อเป็นของเจ้าตัว

เลื่อนพิพากษาฎีกา ‘เด่น คำแหล้’ เหตุจำเลยหายตัว – ทีมค้นหาพบกระดูก-ผ้าขาม้า ญาติเชื่อเป็นของเจ้าตัว

นัดพิพากษาฎีกาคดีอัยการฟ้อง ‘เด่น คำแหล้’ กับพวกรวม 5 คน ผิดข้อหารุกที่ป่า ด้านภรรยานายเด่นแถลงต่อศาลสามีหายตัวไปในป่าจนปัจจุบันยังไม่พบตัว ศาลเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไป 20 ก.ย. 2559 ด้านทีมค้นหาพบผ้าขาวม้า ชิ้นส่วนกระดูก ปลอกกระสุนปืน ต้องนำไปตรวจพิสูจน์อีกครั้ง ขณะที่ภรรยายืนยันผ้าขาวม้าที่พบเป็นของสามีที่หายตัวไป

20160308030959.jpg

2 ส.ค. 2559 สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน รายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น.นางสุภาพ คำแหล้ ชาวบ้านชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) กว่า 20 คน เดินทางไปยังศาลจังหวัดภูเขียวเพื่อฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา คดีระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดภูเขียวโจทก์ ยื่นฟ้องนายเด่น คำแหล้ แกนนำต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินทำกินชุมชนโคกยาว จ.ชัยภูมิ กับพวกรวม 5 คน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ

นายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย ทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน แจ้งว่า ตามที่ศาลจังหวัดภูเขียวได้มีหมายถึง นายเด่น คำแหล้ จำเลยที่ 1 กับนางสุภาพ คำแหล้ จำเลยที่ 4 นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในวันที่ 2 ส.ค. 2559 นั้น ศาลไม่สามารถอ่านคำพิพากษาได้ โดยนางสุภาพ แถลงต่อศาลว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2559 นายเด่น คำแหล้ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีของนางสุภาพ ได้เข้าไปเก็บในป่า และไม่ได้กลับออกมา ต่อมาได้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานยังสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ซึ่งภายหลังจากที่ได้ออกติดตามหาตัวนายเด่น ปัจจุบันนี้ยังไม่พบตัวแต่อย่างใด 

นางสุภาพ จึงขออนุญาตเลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปอีกนัดหนึ่ง โดยศาลได้อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 20 ก.ย. 2559 เวลา 09.00 น.

นายถนอมศักดิ์ บอกอีกว่า การฟ้องร้องคดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2554 เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังกันบุกเข้าควบคุมตัวชาวบ้านรวม 10 คน และแจ้งข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม มีการแยกสำนวนฟ้อง ออกเป็น 4 คดี 10 ราย ดังนี้ 

คดีที่ 1 นายคำบาง กองทุย และนางสำเนียง กองทุย คดีที่ 2 นายทอง กุลหงส์ และนายสมปอง กุลหงส์ คดีที่ 3 นายสนาม จุลละนันท์ และคดีที่ 4 นายเด่น คำแหล้ นางสุภาพ คำแหล้ นายบุญมี วิยาโรจน์ นางหนูพิศ วิยาโรจน์ และนางเตี้ย ย่ำสันเทียะ 

ในส่วนคดีที่ 4 คือนายเด่น คำแหล้ และพวกรวม 5 คน ศาลจังหวัดภูเขียวนัดอ่านฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2556 โดยยืนตามศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 คือนายเด่น และนางสุภาพ จำคุกเป็นเวลา 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และไม่ให้ประกันตัว เพราะเกรงว่าจะหลบหนี ส่วนอีก 3 ราย ศาลยกฟ้อง โดยจำเลยที่ 1 และที่ 4 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 6 เดือน และศาลไม่อนุญาตฎีกา จำเลยทั้งสองต้องถูกคุมขัง

“ต่อมาในวันที่ 9 พ.ค. 2556 ทางสมาชิก คปอ.และพีมูฟ ได้ชุมนุมที่กรุงเทพฯ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานภาครัฐ และได้ร่วมกันเดินรณรงค์ไปยังศาลฎีกา พร้อมกับยื่นหนังสือขอให้ศาลฎีกาปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว ประกอบกับช่วงดังกล่าวทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล ซึ่งศาลอนุญาตในเวลาต่อมา และสามารถประกันตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด” นายถนอมศักดิ์ กล่าว

ทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวด้วยว่า ผลการยื่นประกันขอให้ปล่อยตัวจำเลยที่ 1 และที่ 4 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ปรากฏว่าศาลอนุมัติให้ประกันตัวจำเลยทั้ง 2 โดยได้เพิ่มหลักทรัพย์จากรายละ 200,0000 บาท เป็นรายละ 300,000 บาท

ทั้งนี้ นายเด่น คำแหล้ เป็นประธานโฉนดชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ และเป็นแกนนำนักต่อสู้สิทธิที่ดินทำกิน ได้หายตัวไปในวันที่ 16 เม.ย. 2559 ภายหลังจากเข้าไปหาหน่อไม้ในบริเวณสวนป่าโคกยาว รอยต่อระหว่างเขตป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนามและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว หายไปนับจากวันดังกล่าวถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 3 เดือน

20160308031029.jpg

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊กสำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน รายงานความคืบหน้าการหาร่องรอยการหายตัวของนายเด่น ว่า ทีมผู้ติดตามค้นหาได้พบผ้าขาวม้า ชิ้นส่วนกระดูก ปลอกกระสุนปืน โดยเฉพาะผ้าขาวม้านั้น นางสุภาพยืนยันว่าเป็นของสามี 

อย่างไรก็ตาม หลักฐานทั้งหมดที่พบ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานฯ ได้เก็บเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์อีกครั้ง

20160308031051.jpg

20160308031101.jpg

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา นางสุภาพ พร้อมด้วยตัวแทนเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ร่วมเดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (นครราชสีมา) เพื่อยื่นหนังสือและขอความร่วมมือประสานไปยังเจ้าหน้าที่ร่วมค้นหาตามจุดที่สงสัยอีกตรั้ง รวมทั้งให้มีการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม จึงมีการลงพื้นที่ค้นหา 

ทั้งนี้ ผู้ร่วมการค้นหาดังกล่าว ประกอบด้วย ชาวบ้านชุมชนโคกยาวเป็นผู้นำทางเจ้าหน้าที่เพื่อชี้เป้าในแต่ละจุดที่สงสัย กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดชัยภูมิ ตำรวจสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ตำรวจภูธรห้วยยาง พิสูจน์หลักฐานตำรวจ ป่าไม้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอคอนสาร เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทุ่งลุยลาย รวมทั้งผู้นำท้องถิ่น และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง