แนวร่วมปฏิรูปที่ดินสุราษฎร์ฯ ร้อง 3 หน่วยงานส่วนจังหวัด ค้านเอกชนต่อสัญญาใช้ที่รัฐ

แนวร่วมปฏิรูปที่ดินสุราษฎร์ฯ ร้อง 3 หน่วยงานส่วนจังหวัด ค้านเอกชนต่อสัญญาใช้ที่รัฐ

กลุ่มแนวร่วมปฏิรูปที่ดินสุราษฎร์ธานี 2016 ยื่นข้อเรียกร้องยุติการอนุญาติให้เข้าทำประโยชน์หรือการให้สัญญาเช่าและสัมปทานที่ดินรัฐแก่บริษัทหรือนายทุน และให้ยุติการอนุญาตเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบ้านหมาก-ป่าปากพัง ทั้งให้ตรวจสอบการครอบครองที่ดินของนายทุน

20162402001657.jpg

รายงานโดย: นักข่าวพลเมือง สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.)

23 ก.พ. 2559 เวลา 11.30 น. ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตัวแทนกลุ่มแนวร่วมปฏิรูปที่ดินสุราษฎร์ธานี 2016 จำนวนกว่า 80 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.สุราษฎร์ธานี และผู้อำนวยการ กอ.รมน. จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน โดยการนำที่ดินของรัฐที่หมดระยะเวลาการเช่าหรือสิ้นสุดการอนุญาตให้เอกชนเข้าทำประโยชน์ มาปฎิรูปหรือจัดสรรให้เกษตรกรที่ขาดแคลนที่ดินทำกินได้ใช้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

อาคม นวานิตย์ เลขากลุ่มแนวร่วมปฏิรูปที่ดินสุราษฎร์ธานี 2016 กล่าวว่า ได้มีคำประกาศจากอธิบดีกรมป่าไม้ ให้ยุติการต่อสัญญาของบริษัทที่หมดสัญญาทุกพื้นที่ใน จ.สุราษฎร์ธานี และจังหวัดใกล้เคียง แต่ที่ผ่านมาชาวบ้านพบว่าบริษัทพันธ์ศรี จำกัดกำลังใช้นอมินีเพื่อแบ่งสวนปาล์มให้เล็กลง เพื่อสะดวกในการต่อสัญญา วันนี้ทางกลุ่มฯ จึงเดินทางมายื่นหนังสือเพื่อคัดค้านการต่อสัญญา และยุติการเก็บของป่าทุกประเภท เพื่อนำพื้นที่มาปฏิรูปและจัดสรรให้กับคนยากจน 

อาคม ตั้งคำถามว่า ระหว่างชาวบ้านที่ถูกโค่นทำลายต้นยางในพื้นที่ป่า และถูกขับไล่ออกจากป่า ทำไมบริษัทถึงต่อสัญญาได้ นี่ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติได้หรือไม่ และชาวบ้านไม่อยากกลายเป็นบุกรุกพื้นที่ของรัฐจึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบในกรณีดังกล่าว

เลขากลุ่มแนวร่วมปฏิรูปที่ดินสุราษฎร์ธานี 2016 กล่าวด้วยว่า หากการยื่นหนังสือในครั้งนี้ ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาหรือไม่ได้รับการตอบรับ ชาวบ้านอาจรวมตัวกันครั้งใหญ่เพื่อเดินทางไปพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรืออาจทำหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ดิน หรืออาจมีการเคลื่อนไหวอื่นๆ ต่อไป

20162402001727.jpg

ทั้งนี้ หนังสือของกลุ่มแนวร่วมปฏิรูปที่ดินสุราษฎร์ธานี 2016 มีข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาที่ดิน ดังนี้

1.ขอให้ยุติการอนุญาตให้กลุ่มทุนหรือบริษัทต่างๆ เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ไม่ว่าด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตาม

2.ขอให้ยุติการอนุญาตเก็บหาของป่า (ผลปาล์มน้ำมัน) ของบริษัทพันธ์ศรี จำกัด ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบ้านหมากและป่าปากพัง 

3.ขอให้ตรวจสอบการอนุญาตให้ บริษัทพันธ์ศรี จำกัด เข้าเก็บหาของป่า ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบ้านหมากและป่าปากพังในพื้นที่ จำนวน 13,000 ไร่ ว่าชอบด้วยกฏหมายหรือไม่อย่างไร และให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้น ว่าเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเข้าลักษณะของการเลือกปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมหรือไม่

4.ขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างตัวแทนภาครัฐและภาคประชาชน ด้วยสัดส่วนใกล้เคียง เพื่อเข้าตรวจสอบสภาพพื้นที่ การทำประโยชน์และจำนวนพื้นที่ ตามที่บริษัทพันธ์ศรี จำกัด ได้เคยขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ 20,000 ไร่ ตั้งแต่ปี 2528-2558 แต่ปรากฎว่าปัจจุบัน มีพื้นที่เหลือ 13,000 ไร่ ซึ่งเป็นเงื่อนงำว่าได้มีการนำที่ดินของรัฐไปออกเอกสารสิทธิ์ โดยมิชอบด้วยกฏหมายหรือไม่อย่างไร

5.ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการนำที่ดินแปลงที่ บริษัทพันธ์ศรี จำกัด เคยได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบ้านหมากและป่าปากพัง ทั้งแปลง มาปฏิรูปกระจายสิทธิการถือครองอย่างเป็นธรรมและรับรองสิทธิให้ชุมชน ได้ถือครองที่ดินร่วมกันเพื่อความมั่นคงทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม สืบไป

หนังสือระบุด้วยว่า แนวร่วมปฏิรูปที่ดินสุราษฎร์ธานี 2016 เกิดจาการรวมตัวของเกษตรกรที่ไร้สิทธิในที่ดินทำกินและคนจน ซึ่งส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.สุราษฎร์ธานี มีเป้าหมายสำคัญในการรวมตัวกันคือดำเนินการใดๆ เพื่อให้เกษตรกรได้เข้าถึงที่ดินทำกินและที่อยู่ หรือดำเนินการให้มีการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และให้มีการรับรองสิทธิในที่ดิน โดยยึดหลักสิทธิร่วมของชุมชนหรือสถาบันเกษตรกร นับตั้งแต่ปี 2546 

เกษตรกรและคนจนในภาคใต้กว่า 20,000 คน ได้ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการต่อสัญญาเช่าที่ดินของรัฐทุกประเภทให้กับนายทุนและบริษัทฯ และให้นำที่ดินที่สิ้นสุดสัญญาเช่า หรือที่ตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกครอบครองโดยมิชอบ หรือที่ผู้ได้รับอนุญาตฯ ทำผิดเงื่อนไข เช่น บุกรุกเพิ่มเติมจากที่ได้รับอนุญาต เพื่อนำที่ดินเหล่านั้นมาดำเนินการปฎิรูปที่ดินให้กับเกษตรกรหรือคนจนที่ไม่มีที่ดินทำกินหรือขาดแคลนที่ดินทำกิน

ปัจจุบันทราบว่า ทางบริษัทหรือกลุ่มนายทุนในพื้นที่ดังกล่าวได้ยื่นหนังสือขอต่ออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ต่อไปอีก ดังนั้น แนวร่วมปฏิรูปที่ดินสุราษฎร์ธานี 2016 จึงมีความเห็นว่าที่ดินของรัฐที่สิ้นสุดระยะเวลาการเช่า หรือการอนุญาตให้ทำประโยชน์ ต้องนำมาปฏิรูปกระจายสิทธิการถือครองและรับรองสิทธิการถือครองที่มั่นคงให้คนจนหรือเกษตรกรที่ขาดแคลนที่ดินทำการเกษตรได้ทำประโยชน์ เพื่อเป็นการกระจายรายได้และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง