‘FTA Watch’ จับตา ก.พาณิชย์ ชงงานวิจัย TPP ของ ‘ปัญญาภิวัฒน์’ ให้ กนศ.

‘FTA Watch’ จับตา ก.พาณิชย์ ชงงานวิจัย TPP ของ ‘ปัญญาภิวัฒน์’ ให้ กนศ.

28 เม.ย. 2559 เฟซบุ๊กเพจ FTA Watch ของกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) เผยแพร่ข้อมูลว่าวันพรุ่งนี้ (29 เม.ย. 2559) นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะนำสรุปข้อดีข้อเสียการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค (Trans-Pacific Partnership: TPP) ต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน 

แต่จนถึงขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังไม่ยอมเผยแพร่งานวิจัย TPP ที่จัดจ้างสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) และ ITD ไปศึกษา โดยอ้างว่า ยังไม่มีการตรวจรับ ทีมวิจัยยังต้องแก้ไขงานวิจัยอีกมาก แต่กระทรวงพาณิชย์กลับอ้างอิงตัวเลขงานวิจัยนี้โดยตลอดว่าไทยจะได้ประโยชน์ TPP

FTA Watch เรียกร้องให้รัฐบาล คสช.มีธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ต้องเผยแพร่งานวิจัยนี้ต่อสาธารณะเพื่อให้นักวิชาการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้สอบทาน เพื่อความถูกต้องของงานวิจัยและลดข้อกังขาถึงผลประโยชน์ทับซ้อนของสถาบันปัญญาภิวัฒน์ แม้จะเป็นหน่วยงานที่รับวิจัยแต่ก็เป็นสถาบันในเครือเจริญโภคภัณฑ์

“ย้ำอีกครั้งว่า การผลักดันให้ประเทศไทยเข้าร่วมความตกลง TPP นั้น จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างกว้างขวาง มีผลต่องบประมาณแผ่นดินอย่างมีนัยยะสำคัญ และมีผลผูกผันประเทศยาวนานหลายชั่วอายุคน ดังนั้นการพิจารณาในแต่ละขั้นตอนต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใสและธรรมาภิบาล ขอให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตระหนักในเรื่องนี้” FTA Watch ระบุ

20162904020141.jpg

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2559 น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล ผู้ประสานงานกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์) เคยเผยแพร่ข้อสังเกตต่อกรณีดังกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) จะนำข้อมูลที่เป็นกลางเข้าสู่ที่ประชุม กนศ.หรือไม่

“พณ.ยกขบวนไปฟังคำอธิบายในเนื้อหาจากผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ทั้งที่หากดูจากคำแถลงของยูเอสทีอาร์หลังการเจรจาสิ้นสุดก็จะพบว่า พูดความจริงครึ่งเดียว เน้นแต่ส่วนดี บางส่วนบิดเบือนความเป็นจริง เช่น การเข้าถึงยาที่อ้างว่าไม่มีปัญหา แต่ข้อเท็จจริงการเจรจาต่อรองจัดซื้อยาหรือนำยาเข้าสู่ระบบหลักประกันทำไม่ได้ การปล่อยให้เอกชนฟ้องร้องล้มนโยบายรัฐยังสามารถทำได้ มีข้อจำกัดเพียงการควบคุมยาสูบ แต่จากกรณีที่ออสเตรเลียถูกฟ้อง อุตฯ ยาสูบก็บิดฟ้องประเด็นเครื่องหมายการค้าซึ่งยังคงทำได้ เนื้อหา TPP มีความซับซ้อนมาก การฟังคำอธิบายจากยูเอสทีอาร์โดยไม่ฟังข้อสังเกตจากนักวิชาการและภาคประชาสังคมทั่วโลก สุดท้าย กนศ.จะได้ข้อสรุปที่ไม่มีคุณภาพจาก พณ.”

ผู้ประสานงานเอฟทีเอว็อทช์ยังตั้งข้อสังเกตที่จนถึงขณะนี้ พณ.ยังไม่ยอมเผยแพร่งานวิจัยที่จ้างสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์และ ITD ไปจัดทำ โดยอ้างว่า ยังไม่มีการตรวจรับ ทีมวิจัยยังต้องแก้ไขงานวิจัย แต่ พณ.กลับอ้างอิงตัวเลขงานวิจัยนี้โดยตลอดว่า ไทยจะได้ประโยชน์ TPP

“พณ.ต้องเผยแพร่งานวิจัยนี้ต่อสาธารณะเพื่อให้นักวิชาการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้สอบทาน เพื่อความถูกต้องของงานวิจัยและลดข้อกังขาถึงผลประโยชน์ทับซ้อนของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หน่วยงานที่รับวิจัยแต่ก็เป็นสถาบันในเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่สนับสนุน TPP”

ทั้งนี้ ผู้ประสานงานเอฟทีเอว็อทช์ ยังชี้ว่า พณ.ซึ่งเตรียมข้อมูลให้รัฐบาลตัดสินใจยังไม่มีข้อเสนอถึงการรองรับผลกระทบของ TPP ต่อระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศ และกระทบกับยุทธศาสตร์ 20 ปีเรื่องการเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม, การแก้ไขปัญหาความยากจน และผลกระทบกับเกษตรกรและผู้บริโภคจากการผูกขาดเมล็ดพันธุ์ และสินค้าจีเอ็มโอซึ่งจะกระทบกับยุทธศาสตร์การส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าสูงของไทยแน่ๆ

ทางด้าน รศ.อาชนัน เกาะไพบูลย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ทำการศึกษาผลกระทบของ Global Supply Chain จากการเจรจาความตกลงการค้าเสรีทวิภาคีและพหุภาคีต่ออุตสาหกรรมไทย ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ ชี้ว่า จากการศึกษาข้อมูลผลประโยชน์ที่ไทยคาดว่าจะได้จาก TPP อาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เนื่องจากกฎแหล่งกำเนิดสินค้าที่ซับซ้อนและแม้ประเทศไทยจะไม่เข้าร่วม TPP อุตฯ รถยนต์ไทยไม่กระทบ และเชื่อญี่ปุ่นอยากได้กลไกระงับข้อพิพาทเฉพาะ

“กฎแหล่งกำเนิดสินค้าบางประเภทก็รุนแรงขนาดที่ผู้ประกอบการไม่ทำตาม ไม่ใช่สิทธิพิเศษทางภาษีที่ได้ เนื่องจากไม่คุ้มที่จะไปเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเพื่อให้ได้สิทธิห้าเปอร์เซ็นต์ สิบเปอร์เซ็นต์ เพราะอาจไม่คุ้ม มันมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นมันไม่ได้สรุปง่ายๆ ว่า ถ้าเราไม่เข้าทีพีพีแล้วซัพพลาย เชน จะต้องเปลี่ยนเสมอไป มันอาจจะเปลี่ยน แต่ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนถ้าจะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่น่าจะเป็นผลจากเอฟทีเอเพียงอย่างเดียว มันไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ”

รศ.ดร.อาชนัน กล่าวด้วยว่า ข้อสันนิษฐานที่สมเหตุสมผลที่สุดที่ญี่ปุ่นผลักดันให้ไทยเข้าร่วม TPP ไม่ใช่ supply chain แต่ต้องการกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชนหรือไอเอสดีเอส (Investor-State Dispute Settlement: ISDS) เพราะภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองเช่นนี้ นักลงทุนญี่ปุ่นย่อมมีความวิตกกังวล

ทั้งนี้ กลุ่มเอฟทีเอ วอชท์เคยอธิบายไว้ว่า หัวใจของ ISDS คือ การเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือยกเลิกนโยบายสาธารณะของประเทศนั้นๆ ได้ โดยผ่านกลไกอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ เช่น ICSID (International Centre for Settlement of Investment Disputes) ของธนาคารโลก ซึ่งมีเงื่อนไขว่าการตัดสินของ ICSID ถือเป็นที่สิ้นสุด

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง