‘คนป้อมมหากาฬ’ ร้องทบทวนโครงการปรับภูมิทัศน์ฯ ขอเวลา 2 ปี พัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว กทม.

‘คนป้อมมหากาฬ’ ร้องทบทวนโครงการปรับภูมิทัศน์ฯ ขอเวลา 2 ปี พัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว กทม.

20162104014816.jpg

20 เม.ย. 2559  เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ชาวชุมชนป้อมมหากาฬ และภาคีเครือข่าย รวมตัวเข้ายื่นจดหมายขอทบทวนแผนในการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่บริเวณป้อมมหากาฬ ถึงประธานคณะอนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ โดยผ่านสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

ก่อนหน้านี้ ตัวแทนชุมชนป้อมมหากาฬได้เดินทางเข้ายื่นจดหมายฉบับเดียวกันนี้ที่ สผ.มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2559 แต่ภายหลังการเข้าพบกับตัวแทนคณะอนุกรรมการฯ กลับมีความไม่ชัดเจนของตัวแทนที่มาร่วมพูดคุยกับชุมชนป้อมมหากาฬ จึงทำให้ตัดสินใจไม่ยื่นจดหมาย และได้แจ้งนัดหมายขอเข้าพบกับประธานอนุกรรมการฯ อีกครั้งในวันนี้ (20 เม.ย. 2559)

พรเทพ บูรณะบุรีเดช รองประธานชุมชนป้อมมหากาฬ กล่าวว่า ชาวชุมชนมายื่นจดหมายเพื่อขอให้คณะอนุกรรมการฯ เปิดวาระการประชุมด่วน เนื่องจากกรุงเทพมหานครกำหนดเข้ารื้อถอนชุมชนหลัง 30 เม.ย.นี้ โดยขอให้พิจารณาข้อเสนอหลัก 3 ข้อ คือให้ทบทวนแผนในการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่บริเวณป้อมมหากาฬ ทบทวนแนวทางเพื่อให้ชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับโบราณสถานได้ และเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสวนสาธารณะ โดยทบทวนข้อตกลงร่วม 3 ฝ่ายในปี 2548 ซึ่งมีการจัดการพื้นที่แบบบูรณาการ โดยชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับกรุงเทพฯ

ขณะที่ ธวัชชัย วรมหาคุณ ประธานชุมชนป้อมมหากาฬ กล่าวว่า แผนในการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ มีมาตั้งแต่ปี 2521 โดยการอนุรักษ์และปรับปรุงป้อมมหากาฬให้เป็นสวนสาธารณะคือหนึ่งในโครงการตามแผนดังกล่าว ซึ่งชาวชุมชมป้อมมหากาฬเคลื่อนไหวเพื่อขอมีส่วนร่วมในการอยู่ร่วมและดูแลพื้นที่มานานถึง 24 ปี นี่เป็นสิ่งพิสูจน์ความมุ่งมั่นของชุมชน และชาวชุมชนฯ ขอโอกาสพิสูจน์ความเป็นชุมชนเข้มแข็งร่วมดูแลสาธารณะประโยชน์ ดูแลโบราณสถานของชาติ

ธวัชชัย กล่าวด้วยว่า ชาวชุมชนฯ ไม่ได้ปฏิเสธสวนสาธารณะ แต่ขออยู่กับสวนสาธารณะ โดยเป็นหน่วยงานย่อยซึ่งมีภาระกิจในการเป็นเวรยาม การทำความสะอาด และจ่ายค่าเช่าที่ดิน รวมทั้งการโปรโมทชุมชนป้อมมหากาฬเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกหนึ่งพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร 

“เราจะทำให้พื้นที่ป้อมมหากาฬเป็นสถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานครภายใน 2 ปี หากทำไม่ได้เช่นนั้น เรายอมย้ายบ้าน”  ประธานชุมชนป้อมมหากาฬ กล่าว

20162104013751.jpg

ด้าน พงศ์บุณย์ ปองทอง รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ตัวแทนที่มารับหนังสือข้อเรียกร้องแทนนางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เลขานุการในคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่า ที่ติดภาระกิจ กล่าวว่า ประเด็นที่ชาวบ้านเสนอมายังไม่มีการจะบรรจุเป็นวาระในการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งต่อไป และไม่สามารถระบุว่าจะใช่เวลาเท่าไรในการบรรจุวาระ เพราะต้องเสนอเรื่องตามขั้นตอน อีกทั้งไม่ทราบเวลาการจัดประชุมในครั้งต่อไป แต่การประชุมครั้งล่าสุดที่ผ่านมาจัดในเดือนมกราคม และจะจัดประชุมเดือนเว้นเดือน

อย่างไรก็ตามจะเร่งนำข้อร้องเรียนดังกล่าวนำเสนอต่อเลขาธิการฯ ต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่า ครั้งที่ 1/2559 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2559 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประธานกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่า เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฯ และการประชุมครั้งต่อไปกำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 28 เม.ย.นี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล

 ABOUT THE AUTHOR