‘ธนาคารที่ดิน’ ความหวังของคนน้ำแดงพัฒนา ร่วมจับตาประชุมยุบ-ไม่ยุบพรุ่งนี้

‘ธนาคารที่ดิน’ ความหวังของคนน้ำแดงพัฒนา ร่วมจับตาประชุมยุบ-ไม่ยุบพรุ่งนี้

รายงานโดย: นักข่าวพลเมือง สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.)

20162501232946.jpg

25 ม.ค. 59 ชาวบ้านชุมชนน้ำแดงพัฒนา ต.คลองน้อย อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ขุดดินเตรียมนำขึ้นรถมายังหน้า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อร่วมรณรงค์คัดค้านการยุบเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ในวันที่ 26 ม.ค.นี้ ร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือพีมูฟ

เนื่องจาก ในวันที่ 26 ม.ค. 2559 จะมีการพิจารณายุบหรือไม่ยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ของคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมแลพัฒนาองค์กรมหาชนและองค์กรรูปแบบอื่นในกำกับของราชการฝ่ายบริหารที่มิใช่ส่วนราชการ (อ.ก.พ.ร.) หลังเลื่อนมาจากวันที่ 21 ม.ค. 2559 โดยเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา สมาชิกพีมูฟทั่วประเทศจัดกิจกรรมยื่นหนังสือที่ศาลากลางจังหวัดแต่ละจังหวัด ทำให้มีการเลื่อนการประชุม 

ชาวบ้านชุมชนน้ำแดงพัฒนา ระบุว่า ธนาคารที่ดิน คือความหวังเดียวของเกษตรกรชุมชนน้ำแดง ที่รัฐต้องนำเงินกองทุนมาซื้อที่ดิน และเร่งนำที่ดินมาจัดสรรให้กับเกษตรกร หรือ ให้เกษตรกรเช่าซื้อ และผ่อนส่งในระยะยาว หากรัฐไม่ดำเนินงานธนาคารที่ดิน อาจส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่ไร้ที่ดินทำกินอีกมากมายหลายกลุ่มที่ไม่มีที่อยู่อาศัย และคนจนที่รอคอยการปฏิรูปที่ดินจากรัฐ ซึ่งไม่เพียงแต่สมาชิก สกต. ชุมชนน้ำแดงฯ เท่านั้น แต่รวมถึงคนจนอื่นๆ ที่ต้องการเข้าถึงที่ดินทำการเกษตรและที่อยู่อาศัยอีกด้วย

“อนุกรรมการฯ คงจะเห็นความสำคัญของธนาคารที่ดิน เพราะธนาคารที่ดินจะทำให้คนยากคนจนเข้าถึงที่ดิน และยกระคับความเป็นอยู่ของพวกเราทางด้านเศรษฐกิจ” สมาชิกชุมชนน้ำแดงพัฒนา กล่าวแสดงความหวัง

ทั้งนี้ ชุมชนน้ำแดงพัฒนา สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ตั้งอยู่ที่ หมู่ 9,5 ต.คลองน้อย อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี เดิมเป็นที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้าง (NPL) ชุมชนก่อตั้งในปี 2551 โดยการรวมตัวของเกษตรกรไม่มีที่ดินทำกินเข้าตรวจสอบพื้นที่ร่วมกับ DSI และชาวบ้านสมาชิกราว 42 ครอบครัว ใช้ประโยชน์ทำกินและอาศัยอยู่ในพื้นที่ 1,175 ไร่ โดยการร่วมกันบริหารจัดการที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน

ต่อมาได้ร่วมผลักดันทางนโยบายกับ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) ในปี 2253 เพื่อผลักดัน พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน จากนั้นได้ร่วมกับพีมูฟเคลื่อนไหวกับชาวบ้านทั่วประเทศ 

ที่ผ่านมามีการประชุมระหว่างผู้แทนฟีมูฟร่วมกับ หม่อมหลวงปนัดดา ดิสกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2557 หารือแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน และธนาคารที่ดินซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาซึ่งต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมานับตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 

ต่อมาในรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ให้ความสำคัญต่อแนวทางการจัดการที่ดินโดยชุมชน ในรูปแบบแปลงรวม สหกรณ์ โดยได้ระบุไว้ในคำแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2557 ข้อที่ 9.3 ว่า

“ปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการที่ดินของรัฐและเอกชนให้มีเอกภาพเพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายด้านที่ดินในภาพรวม และปรับปรุงกลไกภาษีเพื่อกระจายการถือครองที่ดิน เร่งรัดการจัดสรรที่ดินให้แก่ผู้ยากไร้ โดยไม่ต้องเป็นกรรมสิทธิ์ แต่รับรองสิทธิร่วมในการจัดการที่ดินของชุมชน การกำหนดรูปแบบที่เหมาะสมของธนาคารที่ดิน เพื่อให้เป็นกลไกในการนำทรัพยากรที่ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

 

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง