‘ศรีสมภพ’ ประเมินเหตุรุนแรงที่กลับมาอีกระลอก ชี้ ‘พูดคุยสันติภาพต้องเดินต่อ’

‘ศรีสมภพ’ ประเมินเหตุรุนแรงที่กลับมาอีกระลอก ชี้ ‘พูดคุยสันติภาพต้องเดินต่อ’

เหตุคนร้ายวางระเบิดกลางเมืองนราธิวาส 3 ลูกติด ส่อกระแสรุนแรงต่อเนื่องในพื้นที่ ด้าน ‘ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี’ ชี้คือส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้ต้องมีการดำเนินการพูดคุยสันติภาพที่ชัดเจนขึ้น แนะทำด้านลับก็จำเป็น แต่การสื่อสารสาธารณะต้องมีเพื่อสร้างความเข้าใจ

วันนี้ (20 ก.พ. 2558) ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ถึงกรณีเหตุรุนแรงที่เกิดต่อเนื่องขึ้นอีกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยช่วงบ่ายวันนี้มีรายงานว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายวางระเบิดกลางเมืองนราธิวาส 3 ลูกติดกัน จนเป็นเหตุให้ร้านค้าเสียหายกว่า 20 ร้าน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 15 คน และเสียชีวิต 1 คน ว่า ที่ผ่านมาสถานการณ์ภาคใต้ในช่วงปี 2557 ถือว่าลดลงมากที่สุดในรอบ 10 ปี 

ส่วนปีนี้สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน โดยในช่วงเดือนมกราคมยังคงไม่เกิดเหตุการณ์ อาจเนื่องมาจากเกิดภัยพิบัติในรัฐทางเหนือของมาเลเซียและทางภาคใต้ของไทย นอกจากนั้นเหตุการณ์หลายอย่างยังค่อนข้างสับสน เพราะเรื่องนโยบายสันติภาพของภาคใต้ที่รัฐบาลประกาศไว้ก็มีความต่อเนื่อง และยังมีความคาดหวังกันว่าจะมีการพูดคุยสันติภาพต่อ เพราะฉะนั้นหลายๆ อย่างจึงทำให้เหตุการณ์ดูเงียบลง 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้เนื่องจาก ประการแรกยังไม่มีเสียงตอบรับจากขบวนการบีอาร์เอ็นว่าจะเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพหรือไม่ และมีการดูท่าทีฝ่ายรัฐบาลในเรื่องแนวทางหรือกระบวนการสันติภาพว่าจะทำอย่างไร เพราะหลังจากที่มีคำสั่งหรือประกาศของ คสช.เมื่อปีที่แล้ว และประกาศของรัฐบาลเรื่องนโยบายภาคใต้ คำสั่งที่ 230/2557 ก็มีการพูดถึงแนวทางปฏิบัติการในเรื่องสันติภาพ สันติสุขของรัฐบาล แต่ยังไม่ภาพที่ชัดเจนหลังจากนั้นว่าจะดำเนินการอย่างไร เข้าใจว่ามีการทำอยู่แต่ยังไม่เปิดเผย ข่าวความชัดเจนแน่นอนว่าจะเดินไปอย่างไรจึงค่อนข้างเงียบไป 

ศรีสมภพ แสดงความเห็นว่า นี้คือส่วนหนึ่งที่ทำให้มีการกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกว่า ต้องมีการดำเนินการเรื่องการพูดคุยสันติภาพที่ชัดเจนขึ้น อาจเป็นเสียงสะท้อนในด้านหนึ่งของฝ่ายขบวนการเองหลังฟื้นตัวจากภัยพิบัติ การปฏิบัติการต่างๆ จึงเริ่มในช่วงหลังนี้ 

อีกส่วนหนึ่งคือ ตอนนี้ใกล้วันที่ 28 ก.พ. ซึ่งเป็นวันครบรอบ 2 ปี ของการริเริ่มสันติภาพ ซึ่งรัฐบาลไทยได้ลงนามเป็นฉันทามติร่วมกับรัฐบาลมาเลเซียที่จะเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพในปี 2556 และมีการดำเนินการในปีนั้น 3 ครั้ง หลังจากนั้นก็เงียบหายไปในปี 2557 เชื่อว่านี่เป็นการคบรอบครั้งที่ 2 อาจมีสัญญาณบางอย่างที่อีกฝ่ายหนึ่งที่มีความเห็นต่างอาจต้องการสะท้อนออกมาว่าต้องการเห็นภาพบางอย่างของการพูดคุยสันติภาพที่ชัดเจนขึ้น

ประกอบกับในช่วงนี้เป็นช่วงตรุษจีนด้วย อาจมีสัญลักษณ์อะไรบางอย่างทางความคิดที่ผู้ก่อเหตุต้องการแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างเรื่องของชาติพันธุ์ ศาสนา อาจมีแรงจูงใจตรงนี้ด้วย

ศรีสมภพ กล่าวว่า เหตุหลายๆ อย่างน่าจะเป็นตัวชี้ให้เห็นว่ากระบวนการพูดคุยสันติภาพจะต้องเดินต่อไป และพยายามให้มีภาพที่เป็นรูปธรรมออกสู่สาธารณะมากขึ้นจากฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพยายามทำให้กลุ่มที่เห็นต่าง ขบวนการต่างๆ โดยเฉพาะขบวนการของบีอาร์เอ็นได้แสดงตัวออกมา เพื่อร่วมพูดคุยเดินหน้ากันต่อไปในกระบวนการสันติภาพ

เมื่อถามว่าทิศทางต่อไปของภาคประชาสังคมควรเป็นอย่างไร ศรีสมภพ แสดงความเห็นว่า สิ่งที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ในช่วงปลายปีที่แล้ว เรื่องการแต่ตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ 3 ระดับ ตามโครงสร้างที่ประกาศไว้ในประกาศ 230 ค่อนข้างชัดเจนว่า จะมีฝ่ายที่ควบคุมนโยบาย ฝ่ายที่พูดคุยสันติภาพ สันติสุข และฝ่ายที่ดำเนินการประสานงานในระดับพื้นที่ แบ่งหน้าที่ โครงสร้าง ตัวบุคคลอะไรบางอย่างไว้ในส่วนหัว และองค์ประกอบเหล่านี้ควรดำเนินการได้ในเชิงปฏิบัติ 

ความจริงการเตรียมการในส่วนนี้ค่อนข้างดี ต้องให้เครดิต มีรายละเอียด และมีแนวคิดที่จะดำเนินการเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของนโยบาย แต่ในช่วงเปลี่ยนผ่านตรงนี้มันนิ่งไป ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมายังไม่มีอะไรที่ออกมาเป็นรูปธรรมชัดเจน 

“ผมคิดว่าการขับเคลื่อนออกมาสู่ภายนอก ภาคประชาสังคมหรือการสื่อสารสาธารณะจำเป็น กระบวนการสันติภาพต้องการการสื่อสารสาธารณะ ทำด้านลับก็จำเป็น การสื่อสารสาธารณะก็ต้องมีเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการดำเนินการว่าจะทำอะไรบ้าง แล้วก็พยายามจะทำให้เกิดความร่วมมือจากทุกฝ่าย ตัวแสดงหลักของความขัดแย้งต้องพยายามผลักดันให้เขาแสดงบทบาทออกมา ไม่ว่าบีอาร์เอ็น พูโล หรือกลุ่มต่างๆ และภาคประชาสังคมในพื้นที่ต้องแสดงบทบาทออกมาในแง่การหนุนเสริมกระบวนการทั้งหมด และทำให้ทุกส่วน ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในกระบวนสันติภาพ และได้แลกเปลี่ยนความคิด ความรู้สึกร่วมกัน นี่คือสิ่งที่ต้องทำ และทำให้ชัดเจนขึ้น” ศรีสมภพ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (DSJ) รายงานสถานการณ์ว่า ช่วงเวลาประมาณ 13.00 น.วันนี้ (20 ก.พ. 2558) เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์บริเวณหน้าร้านโดโด้คาราโอเกะ ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาสเบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 13 คน แรงระเบิดส่งผลให้ร้านค้าได้รับความเสียหายประมาณ 20 คูหา และเมื่อเวลา 02.00 น.วันเดียวกัน คนร้าย 2 คนใช้จักยานยนต์เป็นพาหนะขว้างระเบิด MK 2 ใส่บ้านเลขที่ 3/5 ม.2 บ.บ็อง ต.สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา ของนายอุดร ทองนวล อายุ 38 ปี แต่ไม่ใครได้รับบาดเจ็บ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2558 เวลา 19.25 น.เกิดเหตุคนร้าย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ใช้อาวุธปืนสงครามยิงนายนิรุต บือซา อายุ 19 ปี เสียชีวิต ส่วนนายนภดล แวยาลี อายุ 37 ปี ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนทรายทอง 1 ซอย 8 ต.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ต่อมา เวลา 21.20 น. คนร้าย 2 คน ขับรถจักยานยนต์ใช้อาวุธปืนพกยิงนายสุชาติ โต๊ะจิ อายุ 29 ปี ผู้ใหญ่บ้านไอดีแย ม.3 ต.ร่มไทร อ.สุคีริน จ.นราธิวาสได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสาย 4115 บ.ไอดีแย

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2558 คนร้ายลอบวางระเบิด ชป.มว.ฉก.นปพ.11 ทำให้ ส.ต.ต.จักรพงศ์ บัวแก้ว บาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสาย 418 บ.กอแลบิละ ม.6 ต.ปะกาฮารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี 

 

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง