“การต่อต้านเหมืองทองกับการต่อต้านรัฐประหารเป็นเรื่องเดียวกัน” กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดย้ำ

“การต่อต้านเหมืองทองกับการต่อต้านรัฐประหารเป็นเรื่องเดียวกัน” กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดย้ำ

12 มิ.ย. 2558 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด เผยแพร่แถลงการณ์ “การต่อต้านเหมืองทองกับการต่อต้านรัฐประหารเป็นเรื่องเดียวกัน” เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ต่อกรณีเจ้าหน้าที่รัฐสนธิกำลังกันเข้าพื้นที่บ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย เพื่อชี้แจงต่อชาวบ้านในเรื่องที่ไปร่วมงานบายศรีสู่ขวัญ 7 นักศึกษากลุ่มดาวดิน จ.ขอนแก่น เมื่อ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่าแม้ว่าปัจจุบันรัฐจะยกเลิกกฎอัยการศึก แต่ก็ยังคงมีมาตรา 44 รัฐธรรมนูญชั่วคราวฯ ที่ห้ามไม่ให้ประชาชนชุมนุมทางการเมือง (คลิกอ่านข่าว: ทหารคุย ‘กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จ.เลย’ หลังร่วมบายศรี ‘7 น.ศ.ดาวดิน’ ย้ำ ม.44 ห้ามชุมนุมทางการเมือง)

20151206201426.jpg

แถลงการณ์ดังกล่าวชี้แจงต่อสาธารณชน ระบุถึงการที่หน่วยงานรัฐที่ต้องการให้ชาวบ้านแยกเรื่องการต่อต้านเหมืองทองคำออกจากการต่อต้านรัฐประหารว่า ต้องทำให้เห็นว่าหน่ววยงานรัฐไม่เอาการรัฐประหารไปสนับสนุนหรือเข้าข้างบริษัทเจ้าของเหมืองทอง และเร่งดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่ทำร้ายชาวบ้านเมื่อวันที่ 15 พ.ค.2557 และถอนฟ้องคดีชาวบ้าน 22 คน ตามที่ให้สัญญากับชาวบ้าน อย่าแทรกแซงการทำงานของ อบต.เขาหลวง และให้หยุดฟ้องคดีใหม่ต่อชาวบ้าน

“พวกเราเพียงแค่ต้องการมีชีวิตอยู่อย่างปรกติสุข และหลับนอนอย่างมีความสุขโดยไม่ได้ยินเสียงระเบิดและเครื่องจักรจากการทำเหมืองทองทำงานกลางดึก พวกเราต้องการใช้น้ำที่สะอาด ตลอดจนพืชผลทางการเกษตรที่เราปลูก ผักและสัตว์น้ำที่เราหากินปลอดภัยจากสารพิษโลหะหนัก เราไม่ได้ต้องการยุ่งเกี่ยวกับการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น หากการเมืองไม่มายุ่งเกี่ยวกับเรา” แถลงการณ์ระบุ

แถลงการณ์มีรายละเอียด ดังนี้ 

แถลงการณ์กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด
การต่อต้านเหมืองทองกับการต่อต้านรัฐประหารเป็นเรื่องเดียวกัน

ต่อกรณีที่ทหาร ตำรวจและส่วนราชการอื่นในจังหวัดเลยได้สนธิกำลังกันมาที่บ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ขอพบกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดเมื่อเวลาประมาณบ่ายโมงของวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ นำโดยพันเอกอำนวย จุลโนนยาง รองผู้บังคับการทหารบกจังหวัดเลย โดยมีผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอวังสะพุง ปลัดอำเภอวังสะพุง และพวกร่วมคณะมาด้วย รวมทั้งหมด ๑๕ คน เพื่อชี้แจงต่อชาวบ้านในเรื่องที่ไปร่วมงานบายศรีสู่ขวัญ ๗ นักศึกษากลุ่มดาวดินที่จังหวัดขอนแก่นเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา โดยได้ชี้แจงว่าแม้ว่าปัจจุบันรัฐจะยกเลิกกฎอัยการศึกแต่ก็ยังคงมีมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวฯ ที่ห้ามไม่ให้ประชาชนชุมนุมทางการเมือง ดังนั้นการเดินทางมาร่วมงาน ‘บายศรีสู่ขวัญ รับขวัญประชาธิปไตย’ และร่วมอ่านคำประกาศขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (Neo Democracy Movement) ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจังหวัดขอนแก่นของพี่น้องกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดอาจเข้าข่ายการชุมนุมทางการเมือง นอกจากนั้น ยังห้ามไม่ให้ชาวบ้านเดินทางมาร่วมงานในวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘ ร่วมกับกลุ่มนักศึกษาดาวดินที่จังหวัดขอนแก่นอีก โดยแสดงท่าทีข่มขู่กลายๆ ว่า จะใช้มาตรา ๔๔ กับพี่น้องกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดหากยังดื้อดึงมาร่วมงานในวันดังกล่าว

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดขอเรียนชี้แจงมายังสาธารณชน ดังนี้    

๑. หากพันเอกอำนวยต้องการให้ชาวบ้านแยกเรื่องการต่อต้านเหมืองทองคำออกจากการต่อต้านรัฐประหาร ดังนั้น พันเอกอำนวยและพวกข้าราชการทั้งหลายในจังหวัดเลยก็ต้องพิสูจน์หรือแสดงให้พวกเราชาวบ้านเห็นว่าพวกคุณไม่เอาการรัฐประหารไปสนับสนุนหรือเข้าข้างหรือรับใช้หรือรับจ้างบริษัทเจ้าของเหมืองทอง ถ้าพันเอกอำนวยและพวกทำเช่นนั้นได้จริง เรา-ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดถึงจะเชื่อว่าการต่อต้านเหมืองทองกับการต่อต้านรัฐประหารเป็นคนละเรื่องกัน แล้วเราจะอยู่อย่างสงบไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยการต่อต้านรัฐประหารอีก

๒. หากพันเอกอำนวยและพวกทำให้พวกเราเห็นว่าไม่เอารัฐประหารไปเข้าข้างเหมืองทอง โดยเร่งดำเนินคดีกับแก๊งทหารรับจ้างที่ตีหัว เตะ ต่อย กระทืบ จับมัดมือไพล่หลังพวกเราในคืนวันขนแร่เถื่อน ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และถอนคดีชาวบ้าน ๒๒ คน ที่อยู่ในชั้นอัยการตามที่ให้สัญญากับพวกเราไว้ และอย่าเข้ามาก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของ อบต.เขาหลวง โดยบีบบังคับให้ อบต. เขาหลวง เร่งเปิดประชุมสภาเพื่อมีมติให้ความเห็นชอบในการขอต่ออายุการใช้พื้นที่ป่าไม้เพื่อทำเหมืองทองของบริษัท และบังคับบริษัท (เหมือนที่พันเอกอำนวยบังคับพวกเราชาวบ้าน) ให้หยุดฟ้องคดีใหม่ต่อชาวบ้านเสียที เราถึงจะเชื่อว่าการต่อต้านเหมืองทองกับการต่อต้านรัฐประหารเป็นคนละเรื่องกัน 

๓. ต่อปัญหาระดับโครงสร้างและนโยบาย ถ้าพันเอกอำนวยอยากจำกัดสิทธิและเสรีภาพพวกเราชาวบ้านให้เคลื่อนไหวต่อต้านเหมืองทองอยู่แค่ในหมู่บ้าน ห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยการต่อต้านรัฐประหารอีก แต่รัฐบาลได้ออกกฎหมายห้ามการชุมนุมออกมาบังคับใช้ และกำลังจะออกกฎหมายแร่ฉบับใหม่อีก โดยจำกัดสิทธิและเสรีภาพพวกเราชาวบ้านทุกอย่าง ห้ามชุมนุมในที่สาธารณะแทบทุกกรณี และประเคนทรัพยากรแร่ให้นายทุนโดยจะเอาพื้นที่ป่าและที่ดินทำกินของพวกเรากันออกเป็นเขตแร่ทองคำนับแสนไร่ให้นายทุนมาประมูล อย่างนี้หรือที่มาบอกว่าห้ามชาวบ้านยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ทำไมทหารแทนที่จะทำหน้าที่เป็นรั้วของชาติป้องกันประเทศ แต่กลับมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยการรัฐประหารแล้วใช้อำนาจพิเศษออกกฎหมายกดขี่ประชาชนเยี่ยงนี้

สุดท้ายนี้ พวกเราชาวบ้านเห็นว่านักศึกษากลุ่มดาวดินเป็นเพียงแค่เด็กกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง พวกเขาคือลูกหลานของสังคม แทนที่พวกเขาจะใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนและวันหยุดปิดเทอมไปสนุกตามประสาเด็กหรือวัยรุ่นแต่พวกเขากลับลงมาเรียนรู้ชีวิตของชาวบ้านและช่วยเหลือพวกเราเพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาจากการทำเหมืองทอง แต่ทหารกลับรังแกพวกเขาโดยจับขังคุกและเตรียมตั้งข้อหาดำเนินคดี ทำไมทหารไม่ใช้อำนาจจากการรัฐประหารจับแก๊งทหารที่ทำร้ายทุบตีพวกเราในคืนวันขนแร่เถื่อน ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ บ้างล่ะ

พวกเราเพียงแค่ต้องการมีชีวิตอยู่อย่างปรกติสุข และหลับนอนอย่างมีความสุขโดยไม่ได้ยินเสียงระเบิดและเครื่องจักรจากการทำเหมืองทองทำงานกลางดึก พวกเราต้องการใช้น้ำที่สะอาด ตลอดจนพืชผลทางการเกษตรที่เราปลูก ผักและสัตว์น้ำที่เราหากินปลอดภัยจากสารพิษโลหะหนัก เราไม่ได้ต้องการยุ่งเกี่ยวกับการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น หากการเมืองไม่มายุ่งเกี่ยวกับเรา

ด้วยความเคารพรัก
กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้าน ต. เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย
๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๘

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง