ความท้าทายของ อองซาน ซูจี หลังเลือกตั้ง

ความท้าทายของ อองซาน ซูจี หลังเลือกตั้ง

AS(2)

คอลัมน์ : ไม่ใช้อารมณ์              เรื่อง: สุรินทร์ ปัทมาสศนุพงศ์             ภาพ: อมรรัตน์ กุลประยงค์

ผ่านไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งพม่า ผลปรากฎว่า พรรค NLD ที่นำโดย อองซาน ซูจี ได้ที่นั่ง ส.ส. / ส.ว.รวมทั้งหมด 364 ที่นั่ง เกินครึ่งของทั้งสองสภา จากทั้งหมด 657 ที่นั่ง และมีสิทธิ์เพียงแก้กฎหมายของพม่าได้ แต่นั่นยังไม่เพียงพอสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากต้องมีเสียง 3 ใน 4 ของรัฐสภา และที่สำคัญคือ 1 ใน 4 ของสภามาจากการแต่งตั้งโดยกองทัพ

ส่วนการเมืองของพม่านับจากนี้ โดยเฉพาะพรรค NLD ที่ได้เสียงข้างมากในสภากำลังจะเจอกับความท้าทายจากเหล่าบรรดากลุ่มอำนาจเก่าในพม่า เนื่องจากกองทัพพม่า (Tatmadaw) อยู่คู่กับการเมืองมาอย่างยาวนาน และกลายมาเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มากที่สุดในพม่า ตามที่ โรเบิร์ต เทย์เลอร์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออสเตรเลียได้เขียนไว้ว่า ”กองทัพเท่านั้นที่จะสามารถกำหนดการเมือง การตัดสินใจใดๆ จะขึ้นอยู่กับชนชั้นนำเท่านั้น ทั้งยังสามารถเพิ่มขนาดกองทัพ และทำให้กองทัพเป็นสถาบันแห่งชาติ”

แน่นอนว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาที่ส่งผลให้พรรค NLD ชนะการเลือกตั้งได้นั้น เกิดขึ้นได้เพราะกองทัพเป็นคนควบคุมและทำให้เกิดการเลือกตั้งที่ยุติธรรมที่สุด ก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น บรรดาผู้นำในกองทัพอาจปรึกษากันเองว่าจะยอมรับผล แม้ว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีวัฒนธรรมในการแบ่งอำนาจในกองทัพให้พลเรือนก็ตาม แต่สิ่งที่ต้องการคือความร่วมมือในการบริหารประเทศร่วมกับอองซาน ซูจี และพรรค NLD ต่อไปในอนาคต

แม้ว่า อองซาน ซูจี จะมีเสียงวิจารณ์ก็ตาม แต่ตัวเธอเองก็ยังมีความสุขกับกับเสียงที่สนับสนุนเธอทั้งในประเทศและนอกประเทศ และหลังจากเลือกตั้งผ่านไปพรรค NLD ก็คาดหวังที่จะควบคุมสภาทุกระดับให้ได้ แต่กองทัพเองก็ยังคงมีหลายช่องทางในการแทรกแซง อองซาน ซูจีและ พรรค NLD

เนื่องด้วยรัฐธรรมนูญปี 2008 ถูกเขียนจากกองทัพด้วยภาพในเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยการมองจากเหตุการณ์ในปัจจุบัน (Scenario) นั้นคือการคาดการณ์ว่าในอนาคตกองทัพต้องเผชิญหน้ากับรัฐสภาที่อาจเป็นศัตรูกับตนเอง ดังนั้น รัฐธรรมนูญจึงถูกเขียนไว้หลายประการเพื่อปกป้องตำแหน่งและผลประโยชน์ของกองทัพ และนั่นจึงเป็นเหตุผลหลักที่กองทัพต้องพยายามปกป้องรัฐธรรมนูญมิให้แก้ไขโดยเด็ดขาด แม้มีการเรียกร้องให้แก้ไขก็ตาม

เช่นความพยายามต่างๆ ในการท้าทายอำนาจของกองทัพ แต่ก็ถูกต่อต้าน สังเกตได้จากขัดขวางการแก้ไขสัดส่วนโควตา 25 % ของกองทัพในรัฐสภา และการขัดขวางมิให้อองซาน ซูจีได้เป็นประธานาธิบดี

รัฐธรรมนูญยังมีการบัญัติว่าผู้บัญชาการทหารมีอำนาจในการตัดสินใจแทรกแซงกิจการภายใน ด้วยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน บริหารงานแทนรัฐบาลได้ ทั้งยังรวมไปถึงอำนาจในการเปิดพอรต์การลงทุนทั้งในประเทศ เขตชายแดน อันหมายถึงอำนาจในการบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศ ต้องได้รับการรับรองโดยผู้บัญชาการทหาร หรือกลุ่มคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ ตามรัฐธรรมนูญ (National Defense Security Council)

แม้ว่าบทบาทของกองทัพที่มีต่อเศรษฐกิจของประเทศค่อยๆ ลดลงตั้งแต่ปี 2011 โดยการให้บริษัททั้ง 2 แห่งของกองทัพที่ผูกขาดทางเศรษฐกิจ คือ บริษัท Union of Myanmar Economic Holding Limited (UMEHL)  และ Myanmar Economic Corporation เริ่มจ่ายภาษีแล้ว อย่างไรก็ตามกองทัพก็ยังคงมีฐานอำนาจทางเศรษฐกิจที่ต่อรองและกดดันพรรค NLD ได้

เรื่องเร่งด่วน ณ ขณะนี้ อองซาน ซูจี รู้ว่าปัญหาความไม่สงบภายในประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน เช่น กองกำลังติดอาวุธ เป็นสิ่งที่พรรค NLD ต้องแก้ไข แต่ความเป็นจริงคือยากมากที่จะเจรจาหยุดยิงกับทุกชนกลุ่มได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากกองทัพพม่า

นอกจากนั้นเอง กองทัพมิใช่เพียงแค่มีกองกำลังทหารกว่า 350,000 คนเท่านั้น แต่ยังสามารถควบคุมบรรดาตำรวจกว่าอีก 80,000 คน และทางกองทัพเองก็มีอิทธิพลทั้งในแง่การเมือง เศรษฐกิจ กิจการต่างๆในสังคม

ทั้งยังต้องเผชิญกับปัญหาทางอำนาจที่ซับซ้อน เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการและพลเรือนในระดับบริหารยังคงอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มผู้นำกองทัพพม่า กว่า 80 % ของข้าราชการพลเรือนอาวุโส เต็มไปด้วยอดีตผู้ที่เคยทำงานให้กองทัพ และปลัดกระทรวงทั้ง 33 ตำแหน่งที่เพิ่งตั้งขึ้นในปีนี้ จำนวน 23 คน คืออดีตนายทหาร ซึ่งกว่าทศวรรษที่ผ่านมาบุคคลเหล่านี้ได้ถูกทำให้เชื่อว่ากองทัพพม่าคือศูยน์รวม 1 เดียวของประเทศเท่านั้น แม้แต่ผู้มีอำนาจทางการเมืองของพรรค NLD หลายคนก็ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของทหาร

ความท้าทายของ พรรค NLD ยังคงต้องพิสูจน์ต่อไปในระยะยาว ในแง่การเมืองรัฐธรรมนูญก็ยากแก้ไข และยากที่จะตัดความสัมพันธ์กับกองทัพได้ เพราะต้องพึ่งพาการบริหารจัดการทั้งในแง่การบริหารงานโดยเฉพาะข้าราชการพลเรือนที่ยังผูกติดกับกองทัพ รวมถึงการต่อรองทางเศรษฐกิจกับกลุ่มทุนทหาร บทพิสูจน์ของ อองซาน ซูจีและ พรรค NLD ได้เริ่มต้นแล้ว

 ABOUT THE AUTHOR

บรรณาธิการเว็บไซต์ aftershake.net เว็บที่มีเนื้อหาว่าด้วยการปฏิรูปที่พยายามย่อยเรื่องยากให้เข้าใจง่ายแบบคนธรรมดาสามัญ