จดหมายเปิดผนึก 7 องค์กรสิทธิฯ ร้อง ‘คืนหมุดคณะราษฎร’ คืนความจริงกลับสู่สังคมไทย

จดหมายเปิดผนึก 7 องค์กรสิทธิฯ ร้อง ‘คืนหมุดคณะราษฎร’ คืนความจริงกลับสู่สังคมไทย

19 เม.ย.2560 องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน 7 องค์กรประกอบด้วย สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ศูนย์เผยแพร่และส่งเสริมงานพัฒนา (ผสพ.) มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF) คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) และสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) ร่วมออกจดหมายเปิดผนึก ‘กรณีหมุดเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร : จงคืนความจริงกลับสู่สังคมไทย’

จดหมายเปิดผนึก
กรณีหมุดเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร : จงคืนความจริงกลับสู่สังคมไทย

รายละเอียด ดังนี้

จดหมายเปิดผนึก
กรณีหมุดเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร : จงคืนความจริงกลับสู่สังคมไทย

โดยเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการทำให้สูญหายและเปลี่ยนแปลง “หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ” ของคณะราษฎร อันมีข้อความว่า “ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ” และนำหมุดที่มีข้อความอย่างอื่นมาแทนที่โดยไม่ทราบความเป็นไปเป็นมา และความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ นั้น

องค์กรท้ายจดหมายนี้ เห็นว่า

1. การสูญหายของหมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญของคณะราษฎร อันเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และการนำหมุดอื่นมาแทนที่ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงความจริงในทางประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของไทย ย่อมเป็นข้อมูลที่ประชาชนในชาติต้องรับรู้และร่วมตัดสินใจหาใช่เป็นเรื่องของบุคคลหรือกลุ่มบุคลใดจะตัดสินใจกระทำการตามอำเภอใจอย่างปกปิดซ่อนเร้น โดยไม่มีหน่วยงานใดของรัฐบาลต้องรับผิดชอบและให้ความกระจ่างชัดต่อสาธารณชน

2. การฝังหมุดคณะราษฎรเพื่อบอกเล่าหลักหมายของการเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่จริง ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐและประชาชนในการสืบสานและสืบทอดความจริงของประวัติศาสตร์ด้วยการเคารพความจริงในการสร้างการเรียนรู้และความทรงจำร่วมทางสังคม เพื่อที่จะไม่ก่ออาชญากรรมทางปัญญาต่อชนรุ่นหลัง

3. แม้ว่าการให้ความหมายหรือการให้คุณค่าสำหรับการเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร หรือผลของการเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎรอาจแตกต่างกัน แต่จะต้องไม่ปฏิเสธความจริงที่ว่าหมุดคณะราษฎรเป็นประจักษ์พยานที่ยืนยันว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และเริ่มต้นของระบอบประชาธิปไตย จึงจำเป็นต้องการเปิดพื้นที่ให้กับการถกเถียงอย่างเสมอหน้า อันเป็นหลักการพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย

4. นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวอาจผิดกฎหมายฐานลักทรัพย์หรือทำลายโบราณสถาน

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรท้ายจดหมายนี้ จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีติดตามสอบสวนและลงโทษผู้กระทำการให้หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญของคณะราษฎรสูญหายและนำหมุดอื่นมาแทนที่ โดยให้นำหมุดเดิมกลับมาไว้ที่เดิม และเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ อีกทั้งขอให้ประชาชนร่วมกันปกป้องรักษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์นี้เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ความจริงต่อไป

ด้วยความเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิเสรีภาพของประชาชน
19 เมษายน 2560
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)
ศูนย์เผยแพร่และส่งเสริมงานพัฒนา (ผสพ.)
มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF)
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW)
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF)
สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง