ผนึกกำลังเคลื่อน ‘ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์’ หวังแก้ปม ‘สุขภาวะสงฆ์ไทย’ ก่อนวิกฤต

ผนึกกำลังเคลื่อน ‘ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์’ หวังแก้ปม ‘สุขภาวะสงฆ์ไทย’ ก่อนวิกฤต

เวที สช. เจาะประเด็น ผนึกทุกภาคส่วนแก้ปัญหาสุขภาวะพระสงฆ์ ยกร่าง ‘ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ’ ตั้งเป้าประกาศใช้ปลายปี 2560 มหาเถรสมาคม-สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหนุน หวังพระสงฆ์ไทยห่างไกลโรคร้าย วอน รพ.สต.ช่วยเป็นหูตาเก็บข้อมูล ขณะที่กรมอนามัยเผยยอดพระป่วยโรคไขมันในเลือด ความดัน และเบาหวานมากสุด

8 พ.ค. 2560 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดเวที สช. เจาะประเด็นครั้งที่ 2/2560 “บ้าน-วัด-โรงพยาบาล… พระสงฆ์ไทยในวิกฤตสุขภาวะ” ณ อาคารสุขภาพแห่งชาติ จ.นนทบุรี

นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา กรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ เปิดเผยว่า สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5 พ.ศ.2555 ได้มีฉันทมติต่อเรื่อง “พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ” เพื่อหวังสานพลังภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหาสุขภาวะพระสงฆ์ที่พบปัญหาอยู่จำนวนมาก หลังจากบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งสงฆ์และฆราวาสจากหลายหน่วยงาน ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าเรื่องนี้ต้องยกระดับเป็นนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม โดยยึดหลักการสำคัญ “ใช้ทางธรรมนำทางโลก” ภายใต้แผนปฏิบัติการ 5 แนวทาง ได้แก่ ด้านความรู้ ด้านข้อมูล ด้านการพัฒนา ด้านบริการสุขภาพและสวัสดิการ ด้านการวิจัยและพัฒนาชุดความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ

ขณะนี้ ภาคีที่เกี่ยวข้องกำลังร่วมกันยกร่าง “ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ” ฉบับแรกของประเทศไทย เพื่อเป็นกรอบและแนวทางส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ทั่วประเทศตามหลักการของธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ โดย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จะจัดเวทีระดมความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยตั้งเป้าว่าจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการภายในช่วงปลายปี 2560 นี้ รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขได้เป็นเจ้าภาพหลักจัดโครงการอบรมพระอาสาสมัครสุขภาพประจำวัด (พระ อสว.) และ โครงการ “วัดส่งเสริมสุขภาพ” ที่สนับสนุนให้วัดเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาวะของพระสงฆ์ ชุมชน และสังคม

“ขณะนี้มหาเถรสมาคมได้รับทราบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติและกระบวนการยกร่างธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติฉบับที่ 1 แล้ว รวมทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการดูแลพระพุทธศาสนาให้เข้มแข็ง ก็ได้เข้ามาร่วมเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาในระยะยาวต่อไป” นพ.ณรงค์ศักดิ์ กล่าว

นพ.ณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ตามแผนการทำงาน ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะได้ถวายรายงานเรื่องนี้ต่อสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในเร็ว ๆ นี้ โดยมหาเถรสมาคมก็ได้ให้การสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และพร้อมนำพาคณะสงฆ์ไทยขับเคลื่อนการแก้ปัญหาสุขภาวะพระสงฆ์ต่อไป

พระครูสังฆกิจพิมล (สุรศักดิ์ สุรญาโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ พระอารามหลวง กล่าวว่า ในการสร้างสุขภาวะของพระสงฆ์ วัดและชุมชนต้องเข้มแข็ง โดยเฉพาะวัดเองต้องมีนโยบายชัดเจนที่จะสร้างสุขภาวะให้เกิดขึ้นในวัด ยกตัวอย่างกรณีวัดชลประทาน ซึ่งมีโครงการให้ความรู้และทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้คำนึงถึงอาหารและเครื่องดื่มที่นำมาถวายพระในโอกาสต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ยังมีกฎเหล็กที่ไม่ให้พระสูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า และเสพสิ่งเสพติด และยังเป็นผู้นำการรณรงค์ในชุมชนและองค์กรภายนอกด้วย นับเป็นภารกิจของวัดที่ทำต่อเนื่องนับจากสมัยพระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) เป็นเจ้าอาวาส

“การทำบุญที่ดีที่สุด คือทำสิ่งที่ถูกต้อง รวมถึงการถวายอาหารพระที่ถูกหลักโภชนาการ ซึ่งพระต้องมาช่วยแก้ปัญหา ไม่ใช่มาสร้างปัญหา ดังนั้นพระสงฆ์ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยทั้งกายและใจ”

ทั้งนี้ ตามหลักพระธรรมวินัย พระสงฆ์สามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ โดยชุมชนและสังคมต้องมีส่วนช่วยโดยการมีแนวทางอุปัฏฐากพระสงฆ์อย่างถูกต้อง ซึ่งหลักการสำคัญในการพัฒนาสุขภาวะพระสงฆ์ใช้หลักทางสายกลางไม่สุดโต่ง ทำอะไรแต่พอดี ทั้งการฉัน และการออกกำลังกายที่เหมาะสม

ด้าน นายประสงค์ จักรคำ ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า แนวทางการทำงานของมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ มุ่งรณรงค์ดูแลสุขภาพพระสงฆ์ทั่วประเทศ โดยนมัสการเจ้าคณะผู้ปกครอง ทั้งเจ้าคณะตำบลและอำเภอให้เป็นผู้นำในพื้นที่ ซึ่งปัญหาที่พบคือ ในจำนวนพระสงฆ์กว่า 3 แสนรูป มีข้อมูลด้านสุขภาพเพียง 50,000 รูปเท่านั้น นอกจากนี้พระสงฆ์ส่วนมากกลัวทำผิดพระธรรมวินัย และจำพรรษาในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเต็มที่

“พศ. ต้องการความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สนับสนุนการเก็บข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ในชุมชนต่าง ๆ เพื่อนำมารวบรวมและวิเคราะห์ ให้การจัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์เกิดขึ้นได้ และขอความร่วมมือในการออกหน่วยตรวจสุขภาพพระสงฆ์ที่วัด เดือนละ 1-2 ครั้ง”

นอกจากนั้นจะมีการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพพระสงฆ์ เช่น เรื่องอาหารใส่บาตร ผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะช่วยสร้างการเรียนรู้ให้แก่เด็กและผู้ปกครอง รวมถึงญาติโยมทั้งหลายให้เกิดเป็นเครือข่ายรณรงค์ในชุมชนต่อไป และเนื่องในโอกาส วันวิสาขบูชา 10 พ.ค.นี้ พศ. ก็ขอรณรงค์ให้เลือกอาหารถวายที่เหมาะสมกับสุขภาพเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นพระสงฆ์กลายเป็นผู้ป่วยกลุ่มใหม่ของสังคม

“การที่ทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกันในเรื่องนี้ จะทำให้ประเด็นพระสงฆ์กับสุขภาวะกลายเป็น วาระแห่งชาติ ในที่สุด และนำไปสู่เป้าหมายใหญ่ คือ พระสงฆ์ห่างไกลโรค”

นพ.อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากการรวบรวมสถิติอาการเจ็บป่วยของพระสงฆ์ที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์ พบว่า โรคลำดับต้นๆ ได้แก่ ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และต้อกระจก ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ

แนวทางการแก้ปัญหาของกรมอนามัย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเครือข่ายสังฆะพัฒนาพุทธชยันตี 4 ภาค มีการประชุมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดทำ แผนปฏิบัติการขับเคลื่อน ประกอบด้วย 4 แนวทาง ได้แก่ 1.การแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ที่อาพาธ 2.การสร้างเสริมและป้องกันโรคพระสงฆ์

3.การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (โครงการวัดส่งเสริมสุขภาพ) และ 4.การหนุนเสริมบทบาทสงฆ์ต่อการพัฒนาสุขภาวะชุมชนและสังคม โดยหลังจากนี้ จะมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

รายงานโดย : สำนักการสื่อสารทางสังคม สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง