ศาลเลื่อนพิพากษาฎีกา ทั้งให้ออกหมายจับ ‘เด่น คำแหล้’ คดีรุกป่าเหตุไม่มาศาล หลังหายตัวไม่รู้เป็น-ตาย

ศาลเลื่อนพิพากษาฎีกา ทั้งให้ออกหมายจับ ‘เด่น คำแหล้’ คดีรุกป่าเหตุไม่มาศาล หลังหายตัวไม่รู้เป็น-ตาย

ศาลภูเขียวเลื่อนอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนามไป 15 มิ.ย.2560 ชี้ ‘เด่น คำแหล้’ หายตัวไปยังรับฟังไม่ได้ว่าถึงแก่ความตาย จึงให้ออกหมายจับจำเลย และปรับนายประกัน

รายงานโดย : ศรายุทธ ฤทธิพิณ
สำนักข่าวปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน

วันนี้ (9 พ.ค. 2560) นางสุภาพ คำแหล้ ชาวบ้านชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) จำนวนกว่า 50 คน และทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางไปยังศาลจังหวัดภูเขียวเพื่อฟังคำพิพากษาฎีกา คดีที่พนักงานอัยการจังหวัดภูเขียวเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเด่น คำแหล้ กับพวกรวม 5 คน ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ

นายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย ทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน แจ้งว่า ศาลจังหวัดภูเขียวได้มีหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลถึงนายเด่น จำเลยที่ 1 และนางสุภาพ จำเลยที่ 4 ฎีกา ในวันนี้ (9 พ.ค. 2560) และนัดฟังคำสั่งของศาลฎีกากรณีที่นายเด่นไม่ได้มาศาลตามกำหนดนัด โดยศาลฎีกามีคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 เป็นบุคคลที่เสียไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และไม่มีบุคคลรู้แน่ว่าจำเลยที่ 1 ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่เท่านั้น ข้อเท็จจริงยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย และให้ศาลจังหวัดภูเขียวดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

นายถนอมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งดังกล่าว ศาลจังหวัดภูเขียวจึงได้มีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยที่ 1 และปรับนายประกัน อีกทั้งมีคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปเป็นวันที่ 15 มิ.ย.2560

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2559 ศาลจังหวัดภูเขียวนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โดยนางสุภาพ แถลงต่อศาลว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2559 นายเด่น สามีซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ได้เข้าไปเก็บหน่อไม้ในป่า และไม่ได้กลับออกมา ภายหลังจากที่ได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐานยังสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ก็ได้ออกติดตามหาตัว จนปัจจุบันนี้ยังไม่พบตัวนายเด่นแต่อย่างใด นางสุภาพจึงขออนุญาตเลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปอีก โดยศาลได้อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 20 ก.ย. 2559 เวลา 09.00 น.

ต่อมาเมื่อถึงกำหนดวันนัดฟังคำพิพากษาดังกล่าว ทนายความจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 ได้ยื่นคำร้องความว่า จำเลยที่ 4 อยู่ระหว่างการเข้ารักษาตัวจากอาการป่วยด้วยโรคเนื้องอกในมดลูก ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น โดยแพทย์นัดตรวจรักษาโรคอีกครั้งในวันที่ 26 ก.ย. 2559 จึงขอเลื่อนการคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปสักนัดหนึ่ง

ในขณะเดียวกัน ผู้รับมอบอำนาจจากนายประกัน (กองทุนยุติธรรม) ของจำเลยที่ 1 และที่ 4 ยื่นคำร้องความว่า จำเลยที่ 1ไม่ได้มาศาล เนื่องจากหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 2559 ซึ่งมีการแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อติดตามตัวจำเลยที่ 1 แล้ว แต่ยังไม่พบตัว โดยเจ้าพนักงานตำรวจได้แจ้งผลการสืบสวนและสอบสวนการติดตามตัวของจำเลยที่ 1 ได้ใจความว่ายังไม่พบตัว ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไป ส่วนจำเลยที่ 1 ให้นัดไต่สวนการหายตัวไป ในวันเวลาเดียวกันพร้อมกับจำเลยที่ 4 ในวันที่ 4 พ.ย. 2559

คดีความนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2554 เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังกันบุกเข้าควบคุมตัวชาวบ้านรวม 10 คน และแจ้งข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม มีการแยกสำนวนฟ้อง ออกเป็น 4 คดี กับชาวบ้าน 10 ราย ดังนี้

คดีที่ 1 นายคำบาง กองทุย และนางสำเนียง กองทุย
คดีที่ 2 นายทอง กุลหงส์ และนายสมปอง กุลหงส์
คดีที่ 3 นายสนาม จุลละนันท์ และ
คดีที่ 4 นายเด่น คำแหล้ นางสุภาพ คำแหล้ นายบุญมี วิยาโรจน์ นางหนูพิศ วิยาโรจน์ และนางเตี้ย ย่ำสันเทียะ

ในส่วนคดีที่ 4 คือนายเด่น คำแหล้ และพวกรวม 5 คน ศาลจังหวัดภูเขียวนัดอ่านฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2556 โดยยืนตามศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 คือนายเด่น และนางสุภาพ จำคุกเป็นเวลา 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และไม่ให้ประกันตัว เพราะเกรงว่าจะหลบหนี ส่วนอีก 3 ราย ศาลยกฟ้อง

ในชั้นอุทธรณ์ ศาลได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 6 เดือน จำเลยที่ 1 และที่ 4 และศาลไม่อนุญาตฎีกา จำเลยทั้งสองต้องถูกคุมขัง

ต่อมาในวันที่ 9 พ.ค. 2556 ทางสมาชิก คปอ. และพีมูฟได้ชุมนุมที่กรุงเทพฯ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานภาครัฐ และได้ร่วมกันเดินรณรงค์ไปยังศาลฎีกา พร้อมกับยื่นหนังสือขอให้ศาลฎีกาปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว ประกอบกับช่วงดังกล่าวทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล ซึ่งศาลอนุญาตในเวลาต่อมา และสามารถประกันตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด อย่างไรก็ตามศาลอนุมัติให้ประกันตัวจำเลยทั้ง 2 โดยได้เพิ่มหลักทรัพย์จากรายละ 200,0000 บาท เป็นรายละ 300,000 บาท

ทั้งนี้ นายเด่น คำแหล้ เป็นประธานโฉนดชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ และเป็นแกนนำนักต่อสู้สิทธิที่ดินทำกิน ได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 2559 ภายหลังจากเข้าไปหาหน่อไม้ในบริเวณสวนป่าโคกยาว รอยต่อระหว่างเขตป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนามและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภู

การเสวนา “เด่น คำแหล้ กับปัญหาที่ดินในสังคมไทย” เมื่อวัตนที่ 8 พ.ค. 2560

ล่าสุด ระหว่างวันที่ 7 – 8 พ.ค. 2560 เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนได้ร่วมกันจัดเวทีรำลึกความทรงจำการหายตัว 1 ปี และประวัติชีวิตและเส้นทางการต่อสู้ของ “สหายดาวอีปุ่ม” เด่น คำแหล้ ณ วัดทุ่งลุยลาย ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ

ภายในงานดังกล่าวมีการจัดเวทีเสวนาถึงปัญหาที่ดินชาวบ้าน รวมถึงร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมาน และบังคับให้สูญหาย และเส้นทางการต่อสู้ของนายเด่น คำหล้า โดยมึนอ-พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาบิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงแก่งกระจานที่หายตัวไปได้มาร่วมงานเสวนาด้วย

กิจกรรมในวันที่ 8 พ.ค.มีการทำบุญตักบาตรช่วงเช้า และการเสวนา “เด่น คำแหล้ กับปัญหาที่ดินในสังคมไทย” โดย นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายทวีศักดิ์ มณีวรรณ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ และนายบุญเลิศ วิเศษปรีชา อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จากนั้นเป็นการอ่านบทกวีรำลึกถึงเด่น คำแหล้ มีพิธีบายศรี สู่ขวัญ เรียกขวัญนายเด่นและกลุ่มผู้จัดงานได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจพิสูจน์พยานหลักฐาน

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง