ยังสู้กันต่อ! ปมเหมืองทองขอใช้ที่ป่า-สปก. อัยการส่งฟ้อง 6 ฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ร่วมกันขืนใจ ส.อบต.เขาหลวง

ยังสู้กันต่อ! ปมเหมืองทองขอใช้ที่ป่า-สปก. อัยการส่งฟ้อง 6 ฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ร่วมกันขืนใจ ส.อบต.เขาหลวง

อัยการจังหวัดเลยส่งฟ้อง 6 ฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ฐานร่วมกันข่มขืนใจ 16 ส.อบต.เขาหลวง หลังเหตุวิวาทในที่ประชุมสภา อบต.เขาหลวง ปมเอกชนขอใช้ที่ป่า-สปก.ทำเหมืองทอง จำเลยประกันตัวเพื่อสู้คดีต่อไป โดยใช้หลักทรัพย์ของกองทุนยุติธรรม ด้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ร่วมให้กำลังใจกันและกัน

วันนี้ (11 พ.ค. 2560) เวลา 09.00 น.ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จาก 6 หมู่บ้าน ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย เดินทางไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดเลย เพื่อฟังคำสั่งฟ้องและเตรียมประกันตัวสู้คดี ในคดีที่สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) เขาหลวง (โซนบน) จำนวน 16 คน ฟ้องร้องให้มีการดำเนินคดีกับ นางพรทิพย์ หงชัย กับพวกรวม 6 คน ในข้อร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น

สืบเนื่องจาก การประชุมสภา อบต.เขาหลวง สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2559 ซึ่งมีวาระพิจารณาให้ความเห็นการต่ออายุหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าโคกภูเหล็กเพื่อทำเหมืองแร่ทองคำ ตามประทานบัตรที่ 26968/15574 26968/15575 26968/15576 และ 26973/15560 และการยื่นคำขอใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ (ส.ป.ก.4-106) ของบริษัททุ่งคำจำกัด ซึ่งชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ร่วมติดตามการประชุม และคัดค้านการให้อนุญาต

ในการประชุมดังกล่าว นายสมัย ภักดิ์มี ประธานสภา อบต.เขาหลวง ได้แจ้งถึง มติ ครม. เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2559 ให้ยุติการสัมปทานเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศ และขอให้ที่ประชุมเลื่อนการพิจารญาเรื่องนี้ออกไปก่อน แต่สมาชิกอบต.เขาหลวงโซนบนไม่ยินยอม สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ที่ร่วมติดตามการประชุมอยู่ จนนำไปสู่เหตุการณ์วุ่นวาย และการฟ้องร้องคดีในเวลาต่อมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาผู้ต้องหาทั้ง 6 คน จากสำนักงานอัยการจังหวัดเลย ไปที่ศาลจังหวัดเลย โดยคดีดังกล่าวถูกส่งฟ้องโดยอัยการจังหวัดเลย เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1974/2560 ฐานร่วมกันขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น ร่วมกันทำให้ผู้อื่นกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ และใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 83, 91, 138, 140, 309, 391 และ 392

ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ที่ตกเป็นจำเลย ทั้ง 6 คน ได้ดำเนินการยื่นเรื่องขอประกันตัวเพื่อสู้คดีต่อไป โดยใช้หลักทรัพย์ของกองทุนยุติธรรมรายละ 80,000 บาท

ต่อมาเวลาประมาณ 14.40 น. ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว และนัดพร้อมวันที่ 30 พ.ค. 2560 เวลา 09.00 น. ชาวบ้านจึงแยกย้ายกันเดินทางกลับ

6 ฅนรักษ์บ้านเกิดฯ จำเลยในคดียังพร้อมสู้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ศาลจังหวัดเลยฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ฟ้องชาวบ้าน 6 คน เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท จากการทำป้าย ‘ปิดเหมือง’ ที่ซุ้มประตู และ ‘ปิดเหมืองฟื้นฟู’ ในชุมชน สำนักงานอัยการได้นัดฟังว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องในคดีดังกล่าวด้วย แต่ชาวบ้านขอเลื่อนมาเป็นวันนี้ (11 พ.ค. 2560) เนื่องจากไม่พร้อมในการเตรียมตัวและเตรียมหลักทรัพย์ในการประกันตัว

ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ระบุว่า คดีนี้ถือเป็นคดีแรกที่กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ไม่ได้ถูกฟ้องโดยบริษัทเอกชน แต่เป็นการร้องทุกข์กล่าวโทษโดย ส.อบต.ที่ยินยอมและเห็นด้วยกับการให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ในพื้นที่ได้ใช้พื้นที่ป่าสงวนฯ และพื้นที่ ส.ป.ก. เพื่อทำเหมืองแร่ทองคำต่อไป

ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ให้ข้อมูลด้วยว่า พื้นที่ ต.เขาหลวง โซนบนนั้นอยู่ห่างไกลจากเหมืองแร่ทองคำ และไม่ได้รับผลกระทบ จึงไม่แปลกที่ ส.อบต.เขาหลวงโซนบน ต้องการให้มีเหมืองทองคำ โดยอ้างเหตุผลว่าเพื่อให้ชาวบ้านได้มีงานทำและนำความเจริญเข้ามาในชุมชน ในขณะที่ ส.อบต.เขาหลวงโซนล่าง ซึ่งเป็นตัวแทนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบนั้นไม่ต้องการให้มีเหมืองแร่ทองคำ

ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ยังได้เล่าถึงวันเกิดเหตุว่า สมาชิกอบต.เขาหลวงโซนบน ซึ่งเป็นเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยที่ ประธานสภา อบต.เขาหลวงขอให้เลื่อนการพิจารณาการอนุญาตใช้พื้นที่ฯ ออกไปก่อน แต่ต้องการให้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวภายในวันนั้น และแม้แต่ตัวแทนอุตสาหกรรมจังหวัดให้ความเห็นว่า ควรรอหนังสือมติ ครม.เป็นลายลักอักษรก่อนแล้วค่อยประชุมใหม่อีกครั้ง ทาง ส.อบต.โซนบนก็ไม่ยินยอม จนทำให้เกิดการโต้เถียงกันในที่ประชุม

ต่อมาประธานสภา อบต.จึงขอให้พักการประชุม 10 นาทึ แต่สมาชิก อบต.โซนบนได้อาศัยช่วงเวลาที่ประธานสภาอบต.ออกไปนอกห้องประชุม ลงมติให้รองประธานสภา อบต.ทำหน้าที่ แทน แล้วดำเนินการประชุมต่อ ทำให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย และนำมาซึ่งคดีนี้

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง