คนริมโขงแสดงจุดยืน ‘ค้านระเบิดแก่งน้ำโขง’ ในปฏิบัติการ ‘เชียงของ โขงร่มเย็น 93’

คนริมโขงแสดงจุดยืน ‘ค้านระเบิดแก่งน้ำโขง’ ในปฏิบัติการ ‘เชียงของ โขงร่มเย็น 93’

บ่ายวันนี้ (15 พ.ค. 2560) ชาวบ้านและผู้ห่วงใยในแม่น้ำโขงล่องเรือ 5 ลำ เข้าประชิดเรือเจียฟู่ 3 ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือสำรวจแม่น้ำโขงจากประเทศจีน บริเวณคอนผีหลง จุด 93 เพื่ออธิบายเหตุผลการคัดค้านการสำรวจและเเสดงจุดยืนของการคัดค้านการระเบิดเเก่ง ในขณะที่มีประชาชนอีกส่วนหนึ่งรวมตัวกันที่จุดชมวิวผาพระ พร้อมทั้งกางร่มหลากสีที่มีข้อความว่า “เฮาฮักน้ำของ” และข้อความ “The MEKONG River is NOT SALE” คัดค้านการสำรวจเพื่อการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงช่วงไทย-ลาว เพื่อการเดินเรือพาณิชย์ ระยะที่ 2

1 ในเรือ 5 ลำ ของกลุ่มชาวบ้านและผู้ห่วงใยในแม่น้ำโขง เข้าประชิดเรือเจียฟู่ 3 ของจีน บริเวณคอนผีหลง

นิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ ครูตี๋ กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันในปฏิบัติการที่เรียกว่า “เชียงของ โขงร่มเย็น 93” เป็นการมารวมตัวกันของคนที่ห่วงใยแม่น้ำโขง โดยกางร่มหลายสีเพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ให้เห็นถึงความหลากหลายของคนริมโขง ทั้งที่ได้มาร่วมและไม่ได้มาร่วม ปฏิบัติการปกป้องน้ำโขงในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่องในการแสดงออกของคนในพื้นที่ซึ่งคัดค้านเรื่องนี้มากว่า 10 ปีแล้ว จึงอยากให้รัฐบาล และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ทบทวน เพราะจะส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งวิถีความเป็นอยู่ ความมั่นคงของทางอาหาร และความมั่นคงทางอธิปไตยด้านเขตแดน

การเลือกจุดที่ 93 คอนผีหลงเป็นจุดรวมตัว เนื่องจากเห็นว่าจุดนี้เป็นผาใหญ่ที่มีมีเรื่องราวเชิงประวิติศาสตร์ ตำนาน และเป็นเขื่อนตามธรรมชาติ ที่ไม่ให้น้ำกัดเซาะตลิ่ง รวมถึงเป็นแหล่งอาศัยของนกและสิ่งมีชิวิตมากมาย อีกทั้งยังมองว่าขั้นตอนในการนำไปสู่การระเบิดแก่งมีความหละหลวม และยังขาดการศึกษาผลกระทบที่ครอบคลุม เป็นอิสระ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐศาสตร์นิเวศที่เอื้อต่อการคงอยู่ของมนุษย์มาช้านาน เพราะอย่างน้อยที่สุดมีคนประมาณ 2 ล้านคนพึ่งพาแม่น้ำโขงโดยตรง และยังมีคนที่พึ่งพาทางอ้อมอีกมากมาย

ครูตี๋ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ใช้ชื่อ “เชียงของ โขงร่มเย็น 93” เพราะแม่น้ำโขงตอนนี้กำลังเดือดร้อน ถูกระเบิด ถูกทำลาย เมืองเชียงของจะไม่ร่มเย็น แต่ถ้าโขงร่มเย็นแล้วพี่น้องประชาชนที่อยู่ลุ่มน้ำโขงก็จะอยู่ได้และมีความสุข โขงร่มเย็นจึงเป็นยุทธศาสตร์ที่จะทำให้คนลุ่มน้ำโขงอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ อยู่ร่วมกันได้อย่างมีเหตุมีผลในการพัฒนาร่วมกัน โดยไม่ได้รังเกียจว่าจะเป็นชนชาติไหน แต่รังเกียจคนที่ไม่เห็นมนุษย์เป็นพี่น้องร่วมโลกกัน

ในส่วนความคาดหวัง ครูตี๋กล่าวว่า อยากให้มีการรับฟังเสียงซึ่งกันและกันมากขึ้น เพราะจะเห็นได้ว่านโยบายระหว่างประเทศมีการเชื่อมร้อยทางเศรษฐกิจมากมายที่ส่งผลกระทบกับคนในท้องถิ่น จำเป็นต้องมองให้เห็นถึงปรากฏการณ์จริงที่เกิดขึ้นจริงกับชุมชนในพื้นที่ เราจึงต้องอธิบายให้เห็นตรงกันทั้งทางประเทศจีนและรัฐบาลไทย และอยากให้มีการพูดคุยกันมากกว่านี้

ครูตี๋ยังได้เล่าต่อว่า ประเด็นที่อธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจได้ยากที่สุด คือขั้นตอนกระบวนการที่ดำเนินการที่ผ่านมานั้นไม่ถูกต้อง ไม่ได้เป็นไปตามลำดับที่เหมาะสมว่าสิ่งไหนควรทำก่อน ทำหลัง อย่างเช่น ตอนนี้เป็นขั้นตอนการสำรวจและออกแบบซึ่งในความเป็นจริงต้องมีขั้นตอนก่อนหน้านั้น รวมไปถึงเห็นว่าสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว เช่น EIA ของจีน ก็มีเสียงคัดค้านและวิพากษ์วิจารณ์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ มีเรื่องราวผ่านมาให้เราได้เห็นเต็มไปหมด ต้องให้ผู้มีอำนาจได้เข้าใจเรื่องนี้ว่าทุกอย่างมันหละหลวมมาก อยากให้มีการศึกษาถึงผลได้ผลเสียที่แท้จริง

นอกจากนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีการพูดคุยจึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น พร้อมทั้งมีข้อเสนอว่า 1.รัฐบาลควรจะมีการประเมินผลกระทบทางสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจจากการระเบิดเกาะแก่งแม่น้ำโขงในระยะที่ 1 ที่ดำเนินการผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว 2.ควรมีการศึกษาเศรษฐศาสตร์ด้านมูลค่าและคุณค่าของนิเวศลุ่มน้ำโขงตลอดลำน้ำโขง 96 กิโลเมตรในเขตพรมแดนไทย-ลาว เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญในกระบวนการตัดสินใจก่อนที่จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป

3.รัฐควรศึกษาและพัฒนาเส้นทางเศรษฐกิจอื่นๆ เช่นถนนสายเอเชีย R3A รีบเร่งพัฒนาการขนส่งทางราง การพัฒนาท่าเรือเชียงแสนให้สามารถรองรับการขนส่งสินค้าได้เต็มศักยภาพมากกว่าการจะทำลายเกาะแก่งแม่น้ำโขง

สุดท้ายมีข้อเสนอให้รัฐบาลยกเลิกโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือพาณิชย์ เพื่อเป็นการปกป้องวิถีชีวิตของประชาชนท้องถิ่นที่พึ่งพาอาศัยแม่น้ำโขง อาหาร น้ำอุปโภค รายได้ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา

ทั้งนี้ การเข้ามาของเรื่อสำรวจแม่น้ำโขง เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย.2560 โดยบริษัท CCCC Second Harbor Consultant Co.LTD เข้าสำรวจภาคสนามเพื่อการเดินเรือในแม่น้ำโขงช่วงไทย-ลาว ตามโครงการปรับปรุงร่องแม่น้ำโขงเพื่อการเดินเรือพาณิชย์ระยะที่ 2 โดยกำหนดการสำรวจทั้งสิ้น 11 จุด ระยะเวลา 55 วัน ขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว 26 วัน

 ABOUT THE AUTHOR

เจ้าหน้าที่พัฒนาเครือขายพลเมืองภาคเหนือ