ยื่นหนังสือนายกฯ ร้องเร่งแก้ปัญหาผลกระทบ ‘อ่างห้วยน้ำรี’ จ.อุตรดิตถ์

ยื่นหนังสือนายกฯ ร้องเร่งแก้ปัญหาผลกระทบ ‘อ่างห้วยน้ำรี’ จ.อุตรดิตถ์

29 พ.ค. 2560 เมื่อเวลาประมาณ 9.30 น. ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ รวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ขอให้เร่งรัดแก้ปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี เนื่องจากชาวบ้านยังไม่ได้รับค่าชดเชย ค่าแปลงอพยพ ค่าต้นไม้ ครบถ้วน และการดำเนินการมีความล่าช้ามาก

 

ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล (ขอบคุณภาพ: suriyan.tonghnueid)

 

กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องจากพระราชดำริ ชูป้ายแสดงถึงผลกระทบที่พวกเขาได้รับ หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ขอบคุณภาพ: suriyan.tonghnueid)

 

กลุ่มชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการอ่างเก็นน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมตัวกันหน้าทำเนียบรัฐบาล (ขอบคุณภาพ: suriyan.tonghnueid)

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มชาวบ้านได้มีการยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วเช่นกัน สาระสำคัญของหนังสือระบุว่า ปัญหาของโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีกรณีคณะกรรมการกำหนดราคาค่าทดแทนทรัพย์สินตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2532 จังหวัดอุตรดิตถ์ ประกาศให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนทรัพย์สินไว้แล้ว แต่ไม่สามารถจ่ายเงินค่าทดแทนทรัพย์สินได้ เนื่องจากต้องรอการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติเป็นป่าสงวนแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีหนังสือติดตามค่าขนย้าย (ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์) ค่ารื้อย้ายทรัพย์สิน สิ่งปลูกสร้าง บ้านเรือน ต้นไม้หรือไม้ผล จากโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ลงวันที่ 12 เม.ย. 2560 ระบุว่า “พระราชกฤษฎีกาเพิกถอนอุทยานแห่งชาติป่าแม่แคม ป่าแม่ก๋อน และป่าแม่สายและป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา ป่าจริมและป่าน้ำปาดบางส่วน ในท้องที่ ต.ช่อแฮ อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ และต.น้ำหมัน ต.จริม อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2560 และมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. 2560”

ขณะเดียวกัน สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 12 จะต้องเสนอ เรื่องให้กรมชลประทานพิจารณาให้ความเห็นชอบในการนำมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการเข้ามาใช้พื้นที่ และการจ่ายค่าทดแทนทรัพย์สินที่ถูกเขตชลประทานเช่นเดียวกับที่ได้จ่ายเงินค่าทดแทนบางส่วนไปแล้ว โดยกระบวนการขั้นตอนที่กล่าวถึงนี้คาดว่าจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 45 วัน นับตั้งแต่ 2 เม.ย. 2560 เป็นต้นมา

 

ทั้งนี้ ขั้นตอนตามเวลาดังกล่าวได้ล่วงเลยมาหลายวันแล้ว เครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี จังหวัดอุตรดิตถ์ จึงขอเรียกร้องเพื่อเร่งรัดให้มีการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนดังนี้ 1.กรณีการจ่ายค่าทดแทนทรัพย์สินที่ถูกเขตชลประทานในพื้นที่อุทยาน ซึ่งมีการประกาศเพิกถอนอุทยานแห่งชาติฯ แล้วนั้น บัดนี้เวลาได้ล่วงเลยตามกำหนด 45 วันแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างไร ที่ผ่านมา กรมชลประทานอ้างว่า หากมีพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนอุทยานแห่งชาติฯ ดังกล่าวแล้ว ก็สามารถจ่ายค่าชดเชยให้ชาวบ้านกรณีนี้ได้ทันที แต่ความล่าช้าในปฏิบัติหน้าที่และข้ออ้างว่ารัฐไม่มีงบประมาณ หรือต้องรองบประมาณปีหน้า จึงเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม

2.กรณีการจัดแปลงอพยพ ตามปรากฏหลักเกณฑ์หรือกฎระเบียบเบื้องต้นของการสร้างโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง รัฐหรือกรมชลประทาน จะต้องจัดหาแปลงอพยพให้กับชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการโดยไม่มีการเลือกปฏิบัตินั้น พบว่า โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี เป็น “โครงการขนาดกลาง” ดังนั้น กรมชลประทาน จะต้องจัดแปลงอพยพให้กับชาวบ้านที่ที่อยู่อาศัยที่ทำกินถูกน้ำท่วม หากไม่มีที่ดินในการจัดเป็นแปลงอพยพ ก็ให้จ่ายเป็นเงินชดเชยเพื่อชาวบ้านจัดหาที่ดินเอง แต่ที่ผ่านมา ชาวบ้านไม่ได้รับการจัดสรรแปลงอพยพจากกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่อย่างใด ก่อนหน้านี้เครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีฯ ได้ไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับคณะกรรมกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบการละเมิดสิทธิชุมชน กรณีการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี จังหวัดอุตรดิตถ์ อันจะนำมาซึ่งความเป็นธรรมกับชาวบ้านในพื้นที่ที่ควรจะได้รับการดูแลช่วยเหลือจากรัฐอย่างเป็นธรรม เท่าเทียมและไม่ถูกเลือกปฏิบัติด้วยข้ออ้างแห่งกฎหมายและกลไกของรัฐ ซึ่งต่อมาคณะทำงานของคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร ได้ลงตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่

ก่อนหน้านี้ หาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูริณาการ (ประเทศไทย) ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังข้อมูลการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบได้ร้องเรียนมายังอนุสิทธิชุมชนฯ กสม.ได้ลงพื้นที่มาแล้ว 1 ครั้งและที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2560 พบว่าสิ่งที่ชาวบ้านเผชิญอยู่ คือ เงินค่าชดเชยพื้นที่เพิกถอนในพื้นที่อุทธยานลำน้ำน่านจะต้องเข้าครม. เพื่อแปรหมวดงบประมาณ แต่กลับพบว่ามีการเข้าไปชี้แจงกับชาวบ้านในพื้นที่ว่าหมดงบประมาณแล้ว อีกทั้งมีการจ่ายเงินไม่ครบถ้วน และเนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการขนาดกลาง โดยปกติแล้วจำเป็นต้องมีแปลงอพยพเพื่อให้ชาวบ้านได้อยู่อาศัย ถ้าหากไม่มีจะจ่ายค่าทดแทนการหาพื้นที่ แต่ตอนนี้ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ไปจนถึงตอนนี้ครบ 45 วันหลังจากเพิกถอนเมื่อ 1 เม.ย. 2560 ควรเร่งจ่ายค่าชดเชยให้ครบถ้วน แต่กลับไม่มีการดำเนินการให้เรียบร้อย

หาญณรงค์ เยาวเลิศ ตั้งข้อสังเกตว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนสิริกิตติ์มาครั้งหนึ่งแล้ว และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นผู้ได้รับผลกระทบเดิม หน่วยงานควรเร่งดำเนินการให้เสร็จก่อนที่จะปิดน้ำซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ได้รับผลกระทบอยู่ใต้น้ำ และโครงการนี้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ไม่ควรให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนขนาดนี้ กปร.กรมชลประทาน จังหวัด ควรบำบัดทุกร์ของประชาชนโดยเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยให้ชาวบ้านหมดความหวังแบบที่เป็นอยู่

โดยอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการขนาดกลางมีความจุน้ำ 73.70 ล้านลบ.ม. พื้นที่อ่างเก็บน้ำ 2,656 ไร่ มีอุโมงค์ผันน้ำ ยาว 1.831 ม. อาคารส่งน้ำลงน้ำเดิม 0.5 ม. ส่งน้ำได้ 20.90 ม.ต่อวินาที ระบบท่อส่งน้ำยาวรวม 200 กม. งบก่อสร้าง 4.800 ล้านบาท งานก่อสร้างมีงานหัวงานเขื่อนและอาคารประกอบและอุโมงค์ส่งน้ำ ตามสัญญาที่ กจ.1/2555 ลงวันที่ 25 เม.ย. 2555 โดยงานตามสัญญา

พื้นที่ก่อสร้างอยู่ในเขตป่าวงวนลำน้ำน่ารฝั่งขวา 1.560 ไร่ กรมป่าไม้ได้เห็นชอบให้ใช้ป่าสงวน ตั้งแต่ 2 ธ.ค.2557 ได้จ่ายค่าชดเชยชาวบ้านแล้ว และอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน 1.628 ไร่ 2 งาน 67 ตรว.ได้มีพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนเมื่อ 1 เม.ย. 2560  วันที่ 20 เม.ย. 2554 มติ ครม.อนุมัติดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แผนงาน 8 ปี (พ.ศ.2554-2561) รวมวงเงิน 4,800 ล้านบาท

ขอบคุณข้อมูล https://www.facebook.com/hannarong.yaowalers/posts/10207098667383412

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/suriyan.tonghnueid

หนังสือที่กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องจากพระราชดำริ ยืนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เมือวันที่ 24 พ.ค.60(1)
หนังสือที่กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องจากพระราชดำริ ยืนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เมือวันที่ 24 พ.ค.60(2)
หนังสือที่กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องจากพระราชดำริ ยืนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เมือวันที่ 24 พ.ค.60(3)

 ABOUT THE AUTHOR

เจ้าหน้าที่พัฒนาเครือขายพลเมืองภาคเหนือ