สกต.ยื่นหนังสือถึงนายกฯ เบรกจัดระเบียบที่ดิน ส.ป.ก.สุราษฎร์ฯ หวั่นกระทบวิถีเกษตรกรไร้ที่ดิน

สกต.ยื่นหนังสือถึงนายกฯ เบรกจัดระเบียบที่ดิน ส.ป.ก.สุราษฎร์ฯ หวั่นกระทบวิถีเกษตรกรไร้ที่ดิน

ชาวชุมชนก้าวใหม่-สกต. เดินหน้ายับยั้งการจัดระเบียบที่ดิน ของ ส.ป.ก. ชี้ทับซ้อนแปลงทำกินของเกษตรกร ทำให้เกษตรกรต้องสูญเสียพื้นที่ประกอบอาชีพทางการเกษตร และแหล่งรายได้เพื่อเลี้ยงครอบครัว ทั้งขาดการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการที่ดิน

20 มิ.ย. 2560 เวลาประมาณ 08.30 น. ตัวแทนสหพันธ์เกษตรภาคใต้ (สกต.) จากชุมชนก้าวใหม่ อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี นำโดย นางสรารัตน์ เรืองศรี และนางอมรรัตน์ ทองพัฒน์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ถึง นายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้ยับยั้งและแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดจากการจัดระเบียบการใช้ที่ดินของรัฐ ตามแนวทางของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินในเขต ส.ป.ก. ป่าไสท้อนและป่าคลองโซง หมู่ที่ 5 ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี

สืบเนื่องจากกรณีการนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไถดันพืชผลทางการเกษตรและไม้ยืนต้น ของชาวบ้านชุมชนก้าวใหม่ จ.สุราษฎร์ธานี ในพื้นที่แปลง 1,700 ไร่ ซึ่งเคยมีกรณีฟ้องร้องกับเอกชนผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามโครงการสำรวจพื้นที่ เพื่อจัดหาหรือพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรโดยวิธีการขุดสระน้ำขนาดใหญ่ จำนวนประมาณ 300 ไร่ (แต่ปัจจุบันลดขนาดลงเหลือประมาณ 180 ไร่) และกำหนดแผนผังและกำหนดขนาดแปลงที่ดินในโครงการจัดสรรที่ดินใหม่ สำหรับเป็นที่ดินทำการเกษตร ครอบครัวละ 5 ไร่ และที่อยู่อาศัย ครอบครัวละ 1 ไร่ (5+1) โดยผู้ได้รับการจัดสรรต้องผ่านคุณสมบัติตามระเบียบของ คทช.

อย่างไรก็ตาม การกำหนดดังกล่าวไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เพราะพื้นที่ได้เปลี่ยนแปลงจากสภาพ ตามแผนผังที่เคยสำรวจการถือครองเดิม ในช่วง ปี พ.ศ.2556 มาเป็นการแบ่งแปลงที่ดินทำกินใหม่ และได้มีการกำหนดแนวถนนซอยแบบใหม่ไปแล้ว หากเพียงแต่ปรับปรุงหรือขยายซอยเดิมที่มีอยู่แล้วทั่วพื้นที่ทั้งแปลงใหญ่ ก็จะเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรโดยไม่เกิดผลกระทบมากนัก

กรณีที่เกิดขึ้นกระทบต่อวิถีชีวิตของเกษตรไร้ที่ดิน “ชุมชนก้าวใหม่” กว่า 420 ราย ซึ่งอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นระยะเวลา 9 ปี และได้ปลูกสร้างที่อยู่อาศัยและทำประโยชน์ในที่ดินโดยการปลูกพืชยืนต้นต่างๆ ทั้งพืชเศรษฐกิจ เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และไม้ผล ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวได้รับการผ่อนผันให้อยู่อาศัยและทำกินในเขตที่ดินของรัฐ ตามวิถีชีวิตปกติของเกษตรกร จนกว่าการดำเนินคดีฟ้องขับไล่นายทุนและบริษัทฯ จะแล้วเสร็จ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2552 วันที่ 11 มี.ค. 2552 สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรี

เกษตรกรไร้ที่ดิน สมาชิก สกต. จึงเดินทางมายื่นหนังสือเพื่อขอให้ยับยั้งการดำเนินการดังกล่าว โดยมีข้อเสนอในการแก้ไขปัญหา ดังนี้ 1.ให้ระงับการดำเนินงานในพื้นที่ไว้ก่อน 2.ให้ดำเนินการตามการจัดผังแบ่งพื้นที่การใช้ประโยชน์ในที่ดิน ขอเสนอให้ใช้แผนผังและแนวถนน/ซอย เดิมที่ได้มีการสำรวจการถือครองในช่วงปี พ.ศ. 2556 3.ให้แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาร่วมระหว่างรัฐกับประชาชน เพื่อกำหนดแนวทางและแผนปฏิบัติงานในการปฏิรูปที่ดินให้กับสถาบันเกษตรกร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเช้าที่ศูนย์ดำรงธรรม สมาชิก สกต. ได้ยื่นหนังสือผ่าน นายวิสุทธิ ฉัตรานุฉัตร ตัวแทนศูนย์ดำรงธรรม รักษาการแทน ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชนสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และได้รับปากจะเร่งดำเนินการตามระบบ ส่งนายกและส่งไปกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

จากนั้น เวลา 11.00 น. สมาชิก สกต. ได้เดินทางไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยื่นหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านทางนายอำนวย ปะติเส และธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมารับหนังสือและเปิดห้อง พูดคุยรับฟังปัญหา เพื่อหาทางแก้ไข

ผลการพูดคุยระบุว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (20 มิ.ย. 2560) ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ จะขอเข้าพบ รัฐมนตรีฯ เพื่อปรึกษาและขอให้ระงับการดำเนินงานในพื้นที่ไว้ก่อน อีกทั้งจะลงพื้นที่สำรวจสภาพปัญหาในชุมชนก้าวใหม่ เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ร่วมกัน ต่อไป

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง