[คืบหน้า] คดีบริษัทไทยรุ่งเรืองฯฟ้องร้อง 20 สมาชิกกลุ่มรักษ์น้ำอูน คู่ความตกลงกันไม่ได้

[คืบหน้า] คดีบริษัทไทยรุ่งเรืองฯฟ้องร้อง 20 สมาชิกกลุ่มรักษ์น้ำอูน คู่ความตกลงกันไม่ได้

หลังจากที่ศาลจังหวัดสกลนครได้นัดพร้อมคู่ความ คดีบริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัดฟ้องร้อง 20 สมาชิกกลุ่มรักษ์น้ำอูน ในข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร”  เพื่อสอบถามผลการไกล่เกลี่ยในวันนี้ (6.ก.ค.60) ความคืบหน้าล่าสุด คู่ความตกลงกันไม่ได้ ศาลจึงเห็นสมควรให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีนี้ โดยนัดไต่สวนมูลฟ้องพยานโจทก์ในวันที่ 3 – 4 ตุลาคม 2560

 ภาพ/ข่าว : กลุ่มรักษ์น้ำอูน

วันนี้ (6 ก.ค.60) เวลาประมาณ 09.00 น. ศาลจังหวัดสกลนคร นัดพร้อมคู่ความ กรณี บริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องชาวบ้านกลุ่มรักษ์น้ำอูน 20 คน ในข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร”  เพื่อสอบถามผลการไกล่เกลี่ย ซึ่งทนายโจทก์เสนอขอให้ฝ่ายจำเลยยอมรับผลการสอบข้อร้องเรียนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงองค์การบริหารส่วนตำบลอุ่มจานซึ่งได้มีมติผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ฝ่ายจำเลยได้ยื่นข้อร้องเรียนต่อองค์การบริหารส่วนตำบลอุ่มจาน หากฝ่ายจำเลยยอมรับผลการสอบดังกล่าว รวมทั้งจำเลยไม่ไปยื่นร้องเรียนต่อหน่วยงานราชการต่าง ๆ เพิ่มเติมในเรื่องเดี่ยวกันนี้ฝ่ายโจทก็จะถอนฟ้องคดีนี้

ฝ่ายจำเลยและทนายความจำเลยทุกคนแถลงว่าจำเลยได้คัดค้านผลการสอบข้อเท็จจริงขององค์การบริหารส่วนตำบลอุ่มจานมาโดยตลอด รวมทั้งคัดค้านการแต่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งขั้นตอนการสอบต่าง ๆ จึงไม่สามารถยอมรับผลการสอบของคณะกรรมการองค์การบริหารส่วนตำบลอุ่มจานตามที่นายโจทก์เสนอได้

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคู่ความไม่สามารถตกลงเจรจาหาข้อยุติได้จึงเห็นสมควรให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีนี้ต่อไป โดยให้เลื่อนไปนัดไต่สวนมูลฟ้องพยานโจทก์ในวันที่ 3 – 4 ตุลาคม 2560

มูลเหตุของคดีนี้เกิดจากการที่ชาวบ้านในนามกลุ่มรักษ์น้ำอูนได้ร่วมกันลงชื่อในหนังสือร้องเรียนต่อนายกองค์การบริหารส่วนตำบลอุ่มจานเรื่อง “ขอระงับการดำเนินการบุกเบิกพื้นที่และก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการโรงงานน้ำตาลทราย และโรงไฟฟ้าชีวมวลบริษัทไทยรุ่งเรือง อุตสาหกรรมจำกัด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทางสาธารณะและลำรางสาธารณะ” เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 และลงชื่อในหนังสือ “คัดค้านโครงการโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล” ยื่นต่อนายรัฐวุฒิ บุตราช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอุ่มจาน เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา

นายชาติชาย พุทธิไสย ผู้ใหญ่บ้านบ้านโคกสะอาด จำเลยที่ 20 ในคดีนี้ได้แถลงต่อศาลว่ากลุ่มรักษ์น้ำอูนไม่อาจจะยอมรับข้อเสนอของฝ่ายโจทย์ได้เพราะมีข้อเท็จจริงหลายประการที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงเรื่องพื้นที่สาธารณะ คลองดินสาธารณะ อีกทั้งการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และขั้นตอนการสอบต่าง ๆ ก็ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงไม่อาจจะยอมรับข้อเสนอของฝ่ายบริษัทได้

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่านอกเหนือจากการฟ้องคดีนี้ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ฝ่ายบริษัทไทยรุ่งเรืองฯ ยังได้ยื่นฟ้องสมาชิกกลุ่มรักษ์น้ำอูนเพิ่มเติมอีกเป็นรายที่ 21 คือ นางยวนจิตร ไชยรักษ์ อายุ 67 ปีชาวบ้านโคกสะอาด ตำบลอุ่มจาน อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร โดยคำฟ้องระบุว่า “จำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายต่างกรรมต่างวาระกัน โดยได้บังอาจหลอกลวงคนอื่นลงลายมือชื่อแทนตนใช้เป็นเครื่องมือใส่ความโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ต่อนายรัฐวุฒิ บุตรราช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอุ่มจาน อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร และบุคคลอื่น โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์ เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง” ขณะที่นางยวนจิตร ไชยรักษ์ ผู้ถูกกล่าวหาระบุว่า ตนลงลายมือชื่อในหนังสือคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าจริง เพราะไม่เห็นด้วยที่โรงงานจะมาสร้างใกล้บ้านและไม่เคยหลอกลวงใครมาลงชื่อแทนตนแต่อย่างใด

โครงการโรงงานผลิตน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในจังหวัดสกลนคร ของบริษัทไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัดนั้น เดิมทีบริษัทฯ ระบุกำลังการผลิต 12,500 – 40,000 ตันอ้อย/วัน และจะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลกำลังการผลิต 48 – 114 เมกะวัตต์ ในบริเวณเดียวกันด้วย แต่ภายหลังรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ไม่ผ่านการพิจารณาในรอบแรก  ต่อมาบริษัทได้ยื่นรายงานอีไอเอ (ฉบับปรับปรุงแก้ไข) โดยลดกำลังการผลิตลงเหลือ 12,500 ตันอ้อย/วัน และโรงไฟฟ้าชีวมวลก็ลดกำลังการผลิตลงเหลือ 48 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมาคณะกรรมการผู้ชำนาญการด้านอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภคที่สนับสนุน ได้มีมติไม่เห็นชอบต่อรายงานอีไอเอฉบับปรับปรุงแก้ไขดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นการจบกระบวนการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้แถลงต่อสื่อมวลชนหลัง คชก.ได้มีมติไม่เห็นชอบรายงานอีไอเอโรงงานน้ำตาล เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่าที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบรายงานอีไอเอ ในเรื่องผลกระทบด้านชีวภาพ ความไม่ชัดเจนของพื้นที่ส่งเสริมการปลูกอ้อย การใช้น้ำจากลำน้ำอูน การปรับสภาพพื้นที่โครง และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งนี้กรณีที่มีประเด็นเรื่องการปรับสภาพพื้นที่ก่อนการเห็นชอบอีไอเอ นั้น สผ.ได้ตรวจสอบและแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อดำเนินการตาม

 ABOUT THE AUTHOR

เจ้าหน้าที่พัฒนาเครือข่ายสื่อพลเมือง สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ Thai PBS