ภายใต้ความโดดเดี่ยวยังมีกำลังใจ ‘นักศึกษาดาวดิน-นักกิจกรรม’ เยี่ยม ‘สุภาพ คำแหล้’ หลังศาลสั่งคุก 6 เดือนคดีรุกป่า

ภายใต้ความโดดเดี่ยวยังมีกำลังใจ ‘นักศึกษาดาวดิน-นักกิจกรรม’ เยี่ยม ‘สุภาพ คำแหล้’ หลังศาลสั่งคุก 6 เดือนคดีรุกป่า

‘ทุกครั้งเวลามีญาติ พี่ๆ น้องๆ และหลายคนมาเยี่ยม แม่ก็ยิ้มและพูดคุยได้ แต่พอนอนกลางคืน ก็ร้องไห้คนเดียวอยู่ตลอดทุกคืน ตอนนี้ไม่เหลือใครแล้ว ทั้งพ่อแม่และสามี มันรู้สึกว่าไม่เหลือใคร’ คำพูดของสุภาพ คำแหล้ หญิงชาวบ้านวัย 63 ปี ซึ่งต้องโทษในคดีบุกรุกป่าที่บอกกล่าวต่อกลุ่มนักศึกษาดาวดิน และนักกิจกรรมอิสระที่เดินทางไปเยี่ยมเธอ เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา

สุภาพ คำแหล้ คือภรรยาของ เด่น คำแหล้ ประธานโฉนดชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ และเป็นแกนนำนักต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินทำกิน ซึ่งหายตัวไปในวันที่ 16 เม.ย.2559 ภายหลังจากเข้าไปหาหน่อไม้ในบริเวณสวนป่าโคกยาว รอยต่อระหว่างเขตป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนามและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

ทั้งสองสามีภรรยาถูกฟ้องร้องเป็นจำเลยในคดีเดียวกัน ด้วยข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม ตามความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ ในระหว่างที่กระบวนการทางคดีเดินหน้า เด่น คำแหล้ ได้หายตัวไปจนถึงวันนี้ยังไม่รู้ชะตากรรม

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2560 สุภาพ คำแหล้ เดินทางไปยังศาลตามหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในวันนั้นเองศาลมีคำสั่งจำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ส่งผลให้สุภาพ คำแหล้ ไม่ได้กลับเข้าไปยังบ้านอีก

สุภาพถูกส่งตัวไปคุมขังยังเรือนจำภูเขียว อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ โดยไม่ได้ตระเตรียมยารักษาอาการโรคภัยที่รุมเร้า อีกทั้งเธอเพิ่งผ่าตัดเนื้องอกในปากมดลูกจึงต้องทานยาอย่างต่อเนื่อง

ตัวแทนกลุ่มนักศึกษาเล่าว่า ได้เข้าเยี่ยม สุภาพ คำแหล้ ในช่วงบ่ายสอง และได้พูดคุยถามไถ่ทุกข์สุขผ่านทางสายโทรศัพท์ในห้องเยี่ยมที่มีลูกกรงและผนังกระจกกั้น ในช่วงเวลที่เปิดให้เพียง 15 นาที ดูจากสภาพสีหน้าที่มองเห็นเธอ ยังคงมีรอยยิ้มและบอกว่าสุขภาพก็เริ่มดีขึ้นแล้ว

“ฝากขอบคุณทุกๆ คนด้วยนะ” คำพูดทิ้งท้ายของ สุภาพ คำแหล้

นักกิจกรรมที่ได้เข้าเยี่ยมในวันเดียวกันนี้กล่าวว่า ได้ยินชื่อแม่สุภาพครั้งแรกจากข่าวที่พ่อเด่นถูกบังคับให้สูญหายอย่างไม่เป็นธรรม แล้วจึงได้มีโอกาสไปเยือนที่บ้านและเจอกันครั้งแรกจากกิจกรรม walk for right คาราวานเดินเพื่อสิทธิชีวิตคนอีสาน ซึ่งเป็นการเดินเยี่ยมยามถามข่าวคราว พี่น้องชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาของรัฐที่ไม่ธรรมใน โดยแม่สุภาพเป็นหนึ่งในสมาชิกชุมชนโคก ที่ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนที่ดินทำกิน และนโยบายทวงคืนผืนป่า

ในคืนนั้น (8 มิ.ย. 2559) ทีม walk for right ได้พักค้างคืนในชุมชนโคกยาว โดย แม่สุภาพเป็นคนทำอาหารต้อนรับทีมพวกเราเป็นอย่างดี ดูแลใส่ใจเสมือนเป็นลูกหลาน ก่อนที่ช่วงสายของวันถัดมา 9 มิ.ย.59 จะมีการเดินรณรงค์ร่วมกัน

“มาถึงวันนี้หลักการที่สำคัญเรายังเชื่อว่า เมื่อความยุติธรรมยังไม่ปรากฏชัด พวกเรายังจะต่อสู้ต่อไป” นักกิจกรรมรายเดิมกล่าว

ด้านความคืบหน้าการติดตามหาตัวเด่น คำแหล้ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์อยู่ในระหว่างผลการตรวจพิสูจน์วัตถุพยานชิ้นส่วนกะโหลกมนุษย์ หลังจากพบวัตถุพยานล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2560 โดยทราบเบื้องต้นว่า 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นของสามีผู้หายตัวไป เนื่องจากผลการตรวจสอบมีสายพันธุกรรมตรงกับน้องสาว ที่มีการนำไปตรวจเปรียบเทียบ

ส่วน เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) เผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับช่องทางร่วมให้กำลังใจและช่วยเหลือสุภาพ คำแหล้ ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีได้โดยตรงที่ ธ.กรุงไทย สาขาชุมแพ ชื่อบัญชีนางสุภาพ คำแหล้ เลขบัญชี 4070427015

และสามารถเข้าเยี่ยมได้ทุกวันราชการ โดยติดต่อผ่านอรนุช ผลภิญโญ (098-105-6932) หรือศรายุทธ ฤทธิพิณ (086-978-5629) เพื่อนัดหมายการเข้าเยี่ยมในวันเวลาเดียวกัน เพราะทางเรือนจำวางกฎให้ผู้ถูกคุมขังพบญาติได้วันละครั้ง ครั้งละ 15 นาที

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2560 ตัวแทน คปอ.และตัวแทนกลุ่มรักษ์คอนสาร รวมทั้งทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฏหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน (ศกส.) เดินทางเข้าเยี่ยมและเพื่อให้กำลังใจแม่สุภาพ คำแหล้ ด้านสมาชิกชุมชนโคกยาวร่วมกันทำกิจกรรมทำความสะอาดบ้านเรือนของสุภาพ และปรับพื้นที่แปลงรวมของสมาชิกเพื่อทำการเพาะปลูกผลผลิตการเกษตรอินทรีย์

ตัวแทนกลุ่มรักษ์คอนสาร กล่าวว่า แม่สุภาพพอมีสุภาพเข้มแข็งและมีกำลังใจที่ดี และกล่าวขอขอบคุณพี่น้องกลุ่มรักษ์คอนสาร ที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจ รวมทั้งบุคคลทั่วไปที่ส่งกำลังใจและร่วมบริจาคเงินสมทบโอนเข้าบัญชีมาช่วยเหลือในด้านการใช้จ่าย เพราะในขณะที่อยู่เรือนจำต้องหาซื้อข้าวของใช้ด้วยตนเอง อีกทั้งได้นำเงินใช้ในการดูแลซื้อหาอาหารให้กับสุนัข 2 ตัว (บักเติ่งและบักหมี) และไก่อีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ที่บ้านด้วย

ด้านถนอมศักดิ์ ระวาดชัย ทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้ข้อมูลถึงสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำว่า ในเรือนจำมีผู้ต้องขังหญิงประมาณ 133 คน มีการแยกเรือนนอนตามโทษ เช่น ยาเสพติดก็มีเรือนนอนเฉพาะ ส่วนผู้ต้องขังในกรณีของคดีป่าไม้มีอยู่ 3 คน ก็นอนเรือนเดียวกัน แม้จะไม่ใช่เป็นบ้านแต่ก็พออยู่ได้

ส่วนอาหารผู้ต้องขังต้องซื้อจ่ายตามร้านที่มีอยู่ภายในเรือนจำด้วยตนเอง ซึ่งราคาค่อนข้างแพงพอสมควร ส่วนเงินนั้นจะมีหลานเป็นคนดูแลจัดการโดยฝากเจ้าหน้าที่เรือนจำส่งไปให้ใช้

“การใช้ชีวิตประจำวันในเรือนจำ เจ้าหน้าที่จะจัดกิจกรรมให้ผู้ต้องขังเข้าฝึกอบรมวิชาชีพต่างๆ และร่วมสวดมนต์ฟังธรรมะ เป็นต้น นอกจากนี้ในส่วนของเรื่องทางบ้าน แม่สุภาพบอกว่ามีน้องและหลานรวมทั้งสมาชิกในชุมชนโคกยาวคอยดูแลให้อยู่เรื่อยๆ” ถนอมศักดิ์ แจ้งข้อมูล

 

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง