ขอกำหนดชีวิตตัวเอง ‘ฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์’ พบ คชก.ย้ำจุดยืนค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน

ขอกำหนดชีวิตตัวเอง ‘ฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์’ พบ คชก.ย้ำจุดยืนค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน

ฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ยื่นหนังสือคัดค้านรายงานอีไอเอโรงไฟฟ้าถ่านหินสอดไส้กะลา-ปาล์ม อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ต่อ สผ.และคชก. ด้าน คชก.ส่งตัวแทนแจ้งไม่มีโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน มีแต่โรงงานไฟชีวมวลแทน

วันนี้ (21 ก.ย. 2560) เวลาประมาณ 9.00 น. ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ ซึ่งคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมสำหรับโครงการเหมืองแร่โปแตชและเกลือหิน อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ของบริษัทอาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) เดินทางเข้ายื่นหนังสือคัดค้านการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ของโครงการดังกล่าว

สืบเนื่องจาก ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ได้ทราบว่าทางบริษัทฯ ได้จัดส่งรายงานอีไอเอฉบับใหม่ หลังจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงจากถ่านหินมาใช้เชื้อเพลิงชีวมวลคือ กะลา ปาล์มแทน แต่ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มผู้คัดค้านโครงการฯ และในวันนี้ (21 ก.ย. 2560) รายงานดังกล่าวซึ่งจัดทำโดยบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด จะเข้าสู่การประชุมของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ให้เหตุผลว่า รายงานฉบับดังกล่าวไม่เป็นไปตามมติของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ด้านโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่มีมติไม่ให้ความเห็นชอบรายงานอีไอเอโครงการดังกล่าว ในการประชุมครั้งที่ 39/2559 เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2559 ตามมาตรา 48 และ 49 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 จึงเสมือนเป็นการขัดคำสั่งมติที่ประชุมตามมาตรา 48 และ 49 ที่ให้กลับไปเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น

และเมื่อ คชก.มีมติไม่ให้ความเห็นชอบต่อรายงานที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2560 บริษัทอาเซียนโปแตชฯ และบริษัทที่ปรึกษาจึงดำเนินการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงมาใช้เป็นชีวมวลกะลาปาล์มเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2560 แต่กลับเป็นเวทีที่ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มผู้คัดค้านโครงการฯ มีการคล้องโซ่ปิดประตูห้ามผู้คัดค้านเข้าร่วม พร้อมทั้งมีทหาร ตำรวจ คอยปิดกั้นไม่ให้กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์เข้าไปในสถานที่จัดประชุม จนกลุ่มฯ ต้องมายื่นรอตากแดดตั้งแต่เวลา 09.00 น. กระทั่งการประชุมเลิกในเวลา 10.30 น.

ดังนั้นกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ จึงต้องเดินทางมายื่นหนังสือเพื่อคัดค้านการจัดส่งรายงานอีไอเอ ฉบับขัดมติ คชก.และไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างรอบด้านดังกล่าว ต่อที่ประชุม คชก.เพื่อให้ยกเลิกการพิจารณา

สำหรับสถานการณ์ในวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ขอเข้าร่วมในการประชุม แต่ไม่ได้รับการชี้แจงหรือการให้ข้อมูลใดๆ จึงตัดสินใจเดินเข้าไปในอาคารและชูป้ายข้อเรียกร้องอยู่บริเวณหน้าห้องประชุม จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. ที่ประชุมยินยอมจะให้กลุ่มชาวบ้านเข้ารับฟังการประชุมทุกคนแต่ห้ามนำป้ายกระดาษและโทรศัพท์มือถือเข้าไปด้วย

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 15.20 น. กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ได้ออกมาจากห้องประชุม และให้ข้อมูลว่าได้ชี้แจงจุดยืนว่ามาเพื่อคัดค้านอีไอเอโครงการโรงไฟฟ้าฯ และเรียกร้องให้ชะลอการพิจารณารายงานดังกล่าว หลังจากชี้แจงจุดยืนคณะกรรมการฯ ได้เชิญชาวบ้านออกนอกห้องประชุม โดยให้เหตุผลถึงระเบียบของการประชุมว่าเข้าร่วมได้เฉพาะ คชก.และผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น และถ้าชาวบ้านไม่ออกจากห้องจะไม่สามารถประชุมต่อได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้อีไอเอผ่านโดยอัตโนมัติหากเลยกำหนดเวลา ทำให้กลุ่มชาวบ้านต้องออกมารอฟังผลการพิจารณานอกห้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่ออกมาบอกกับกลุ่มชาวบ้านว่าในวันนี้ยังไม่มีมติจากที่ประชุม แต่ คชก.ให้ออกมาบอกว่าต่อไปนี้จะไม่มีโรงงานไฟฟ้าถ่านหินแล้ว แต่จะเป็นโรงงานไฟชีวมวลแทน เมื่อชาวบ้านสอบถามถึงอีไอเอฉบับถ่านหินว่าได้สั่งยกเลิกหรือไม่ เจ้าหน้าที่ไม่ตอบ บอกแต่เพียงว่าจะไม่มีโรงงานถ่านหินแล้ว

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง