เชื่อม 2 สถาบัน ม.อุบลราชธานี-ม.จำปาสัก ส่งธารน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยเขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อย

เชื่อม 2 สถาบัน ม.อุบลราชธานี-ม.จำปาสัก ส่งธารน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยเขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อย

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จับมือมหาวิทยาลัยจำปาสัก ส่งต่อธารน้ำในช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากไทยสู่ลาว ชี้เป็นความร่วมมือพลเมืองอาเซียน เผยข้าวของเครื่องใช้สำหรับผู้หญิง เด็ก และพระสงฆ์ยังรอรับบริจาค

26 ก.ค.2561 ผู้สื่อข่าวทีวีชุมชนอุบลราชธานี รายงานบรรยากาศการนำสิ่งของบริจาคที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีไปจัดส่งให้มหาวิทยาลัยจำปาสัก เพื่อนำไปมอบให้ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อยแตกในแขวงอัตตะปือ สปป.ลาว ที่บริเวณด่านช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ซึ่งห่างกันกว่า 200 เมตร ในวันแรกมีนักศึกษาจากทั้ง 2 ฝั่ง มาร่วมกันขนย้ายสิ่งของบริจาคกันอย่างคึกคัก

ดร.พรสวรรค์ เทพพะสุรีธร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยจำปาสัก กล่าวว่า สิ่งของที่รับบริจาคมาในวันนี้จะนำไปให้ประชาชนที่บ้านปากซอง ซึ่งมีผู้ประสบอุทกภัยอยู่ประมาณ 400 คน เพราะเป็นจุดที่ใกล้ที่สุด จากที่มีผู้ประสบอุทกภัยซึ่งอยู่ในพื้นที่ต่ำถูกโยกย้ายไปอยู่ในหลายจุด แต่วันนี้ไปถึงอัตตะปือเลยไม่ได้ จากบริเวณด่านช่องเม็กไปอัตตะปือเป็นระยะทางประมาณ 200 กว่ากิโลเมตร ต้องใช้เวลาประมาณ 2 -3 ชั่วโมง เพราะทางที่ตัดใหม่ขาด ต้องไปตามถนนสายเก่า

ดร.พรสวรรค์ ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้มีความช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่จำนวนมาก และมหาวิทยาลัยจำปาสักก็ไปแล้วเมื่อเช้านี้ขบวนหนึ่ง จากน้ำใจของพนักงานมหาวิทยาลัยและครูอาจารย์ ส่วนการให้ความช่วยเหลือของอาจารย์และนักศึกษามากมหาวิทยาลัยอุบลก็ทำให้รู้สึกดีใจ

“ขอบคุณอาจารย์มาก ๆ ที่นำทีมงานและนักศึกษามาช่วยประชาชนที่ประสบอุทกภัยในแขวงอัตตะปือของเรา พวกเราจะนำเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่นำมาช่วยนี้ ไปมอบให้กับประชาชน” ดร.พรสวรรค์กล่าว

รศ.สมหมาย ชินนาค อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เล่าว่า นอกจากสิ่งของเครื่องใช้ ในวันนี้มีอาหารคือข้าวเหนียวหมูทอด เพราะคิดว่าบางจุดเข้าไปถึงยาก จึงประสานงานกับภาคีเครือข่าย และผู้ใหญ่บ้านศรีไคออก อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ระดมชาวบ้านมาช่วยทำได้ร่วม 1,000 ชุด ผู้มาร่วมบริจาควันนี้มีทั้งนักศึกษา อาจารย์ ชาวบ้านในพื้นที่ โดยมอบให้กับพันธมิตรคือมหาวิทยาลัยจำปาสัก ซึ่งมีท่านรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยจำปาสักมารับมอบด้วยตัวเอง ทั้งนี้ทีผ่านมามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีกับมหาวิทยาลัยจำปาสักทำงานร่วมกัน ทำ MOU ระหว่างกัน และติดต่อกันผ่านเครือข่ายโดยอาศัยลูกศิษย์

ท่านรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยจำปาสักเอายาและข้าวเหนียวหมูทอดไปส่งก่อนด้วยตัวเองที่ศูนย์พักพิงที่ปากซองซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 3 จุด และจากปากซองไปอัตตะปือระยะทางไม่ใกล้ ตอนนี้มีผู้ประสบภัยอยู่ที่ปากซองเพราะเป็นศูนย์พักพิง และที่มหาวิทยาลัยจำปาสักเองขณะนี้ก็มีการจัดตั้งเป็นศูนย์ระดมความช่วยเหลือเช่นกัน

ตอนนี้สิ่งที่ต้องการรับบริจาคมีอาหารที่สามารถบริโภคได้ทันที นมจืดสำหรับเด็ก ของใช้ส่วนตัวผู้หญิงโดยเฉพาะผ้าอนามัย ยากันยุง ยาสามัญประจำบ้าน น้ำ มีผ้าห่มด้วยส่วนหนึ่ง และสิ่งที่ขาดแคลน คือ จุกนมสำหรับเด็ก ระหว่างเด็กแรกเกิดถึง 5 ขวบ เพราะนำมาใช้ใส่ขวดนมต่างๆ เขาอยากได้มาก อีกทั้งข้าวของเครื่องใช้สำหรับพระสงฆ์

ในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ค.2561) รถที่ขนของจะออกจากคณะในเวลา 10 โมงเช้า เป็นรถที่ได้รับความอนุเคราะห์จาก บริษัท ก้าวหน้าไก่สด เพื่อช่วยในเรื่องของรถ 2 คันรถ และรถสามารถเข้าไปถึงมหาวิทยาลัยจำปาสักได้เลย

ผู้สนใจสามารถบริจาคสิ่งของให้กับผู้ประสบภัย ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้ 24 ชม. โดยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำตั้งแต่ 8 โมงเช้า – 6 โมงเย็น แต่จะมี รปภ.อยู่ สามารถมาบริจาคได้

รศ.สมหมาย กล่าวด้วยว่า ศูนย์ที่ตั้งในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานียังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ แต่เรียกว่า “ศูนย์ระดมใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว” เพื่อช่วยระดมแรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์สินไปช่วยที่ สปป.ลาว และการระดมของมาที่ช่องเม็กวันนี้ (26 ก.ค.2561) เป็นวันแรก และจะมีต่อ ๆ ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง

“ความร่วมมือ ความเป็น ASEAN Citizen ความเป็นพลเมืองอาเซียนต้องเป็นแบบนี้… ภัยพิบัติทำให้ชายแดนเชื่อมโยงกันได้ไม่มีปัญหา ขากลับเราเดินทางกลับไทยมาผิดทาง ทางลาวก็ขี่รถมอเตอร์ไซต์นำทางมาให้จากวิกฤตก็ทำให้เห็นโอกาสในการทำงานร่วมกัน การเปิดใจรับ” รศ.สมหมายกล่าว

ความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ภัยพิบัติ รศ.สมหมาย กล่าวว่า เรื่องภัยพิบัติธรรมชาติก็เป็นเรื่องของธรรมชาติส่วนหนึ่งแต่ปัจจุบันเป็นผลจากที่มนุษย์ทำเป็นส่วนใหญ่ องค์ประกอบของสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าเช็ครายละเอียดจะเห็นเป็นสิ่งที่มนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องเกือบทั้งหมด จากกรณีนี้เป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญมาก ๆ สำหรับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนักลงทุน สถาบันการศึกษา หรือแม้กระทั่งฝ่ายที่ดูแลด้านนโยบาย ที่ควรต้องใช้เป็นบทเรียน

พื้นที่ผลกระทบหลัก ๆ อยู่ที่เมืองสนามไซยาวไปถึงจังหวัดสตึงเตรงซึ่งอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศกัมพูชา ที่ลาวระดับน้ำเริ่มลด แต่ที่สตึงเตรงระดับน้ำสูง 11 เมตร สภาพทางกายภาพเริ่มสโลปลง ถ้าลงไปข้างล่างจะเป็นพื้นที่ราบ คราวนี้ผลกระทบจะเร็วมาก เพราะตอนนี้ยังมีเขาอยู่ แต่ถ้าลงไปพื้นที่ราบจะแผ่กว้างเร็ว

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง