เรื่องไม่ฮาของเพจฮากะเหรี่ยง

เรื่องไม่ฮาของเพจฮากะเหรี่ยง

เมื่อถูกลวงฮุบเพจ...กับคำถามถึงความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์

สักวันหนึ่งเรื่องไม่ฮา ที่เกิดขึ้นกับเฟสบุ๊คแฟนเพจ “ฮากะเหรี่ยง” อาจเกิดขึ้นกับเราก็ได้ เมื่อเราอยู่ในโลกของสื่อสังคมออนไลน์ที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อนมากมายขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้

สิ่งที่แอดมินเพจฮากะเหรี่ยง เปิดใจคุยกับเราหลังถูกลวงให้กดลิงค์ จนเสียเพจที่มีผู้ติดตามมากกว่า สองแสนหกหมื่นคนไป  พื้นที่ซึ่งเคยเป็นชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่ที่ชาวกะเหรี่ยงใช้แลกเปลี่ยนวิถีวัฒนธรรม บอกบุญและติดตามข่าวสาร นโยบายสำคัญที่มีผลต่อชีวิต  กลับกลายไปเป็นพื้นที่เนื้อหาที่ไม่มีที่มา และผิดวัตถุประสงค์การก่อตั้งเพจไปอย่างสิ้นเชิง   เกิดอะไรขึ้น ?  และพวกเขาจะทำอย่างไรต่อไป?

14 มกราคม 2559  คือวันที่เฟสบุ๊คแฟนเพจ “ฮากะเหรี่ยง” ก่อตั้งขึ้น มีทีมแอดมินอยู่ที่จ.เชียงใหม่และลำพูน หวังให้เป็นพื้นที่กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวิถีชีวิตของคนปกาเกอะญอหรือกะเหรี่ยง ซึ่งส่วนใหญ่ต้องออกไปทำงานไกลบ้าน ไกลญาติพี่น้อง  โดยเริ่มจากการนำเสนอแง่มุมสวยงาม และสนุกสนาน  จึงใช้ชื่อว่า “ฮา กะเหรี่ยง”

“ฮา ภาษาเหนือพื้นถิ่น แปลว่า ฉัน ขณะที่ภาษาไทย ก็หมายถึงสนุกสนาน เฮฮาได้เช่นกัน  ฮากะเหรี่ยง จึงเป็นชื่อเพจที่สะท้อนตัวตน และน่าค้นหา น่าติดตาม”

และก็ได้ผล  เรื่องราวสนุก เฮฮา  ภาพสวยงามจากพื้นที่ป่าดอยอันเป็นพื้นถิ่นของชาวกะเหรี่ยงถูกเผยแพร่และร่วมกันส่งมาเผยแพร่มากขึ้น “เพจฮากะเหรี่ยง” กลายเป็นชุมชนบนออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว  ทั้งคนกะเหรี่ยงและคนจากทุกมุมโลกที่สนใจเรียนรู้ในวิถีชาติพันธุ์ชนเผ่า ติดตามเพจมากขึ้นเรื่อยๆ    จากเรื่องสนุกสนาน วิถีชีวิตความสวยงาม  แอดมินได้ช่วยกันเติมเนื้อหาให้กว้างขึ้น เป็นพื้นที่บอกข่าวสารงานบุญ ข้อปัญหาในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดารเพื่อช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยงที่ยังคงขาดแคลนบ้าง   บ้างก็เติมความรู้ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายซึ่งเกี่ยวพันกับชีวิตชาวกะเหรี่ยง รวมไปถึงเป็นพื้นที่ให้ศิลปินรุ่นใหม่ของชาวกะเหรี่ยงได้เผยแพร่งาน จนเพจ ฮากะเหรี่ยงได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

28 สิงหาคม 2561 แอดมินเพจฮากะเหรี่ยงย้อนเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องสูญเสียเพจฮากะเหรี่ยงไปในพริบตาว่า   ได้รับข้อความจากหญิงชาวต่างชาติคนหนึ่งยื่นข้อเสนอขอซื้อเพจ   เมื่อแอดมินปฏิเสธไม่ขาย  ก็มีข้อเสนอใหม่ คือการจ้างโพสต์ โดยบอกว่าจะส่งข้อมูลให้แอดมินโพสต์ในเพจให้โดยจะมีค่าตอบแทนลิงค์ละ 200 เหรียญ  แอดมินแจ้งว่าเนื้อหาที่จะเผยแพร่ได้ต้องเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับกะเหรี่ยงเท่านั้น

ขั้นตอนต่อมา หญิงต่างชาติ ก็แชตขออีเมล์แอดมิน เพื่อใช้ส่งลิงค์ข้อมูลที่จะให้โพสต์ แต่ทำทีว่าส่งข้อมูลเข้าอีเมล์ไม่ได้  จึงส่งลิงค์บางอย่างเข้ามาทางเฟสบุ๊คให้กดแทน   ทันทีที่กดรับลิงค์นั้นไม่ถึง 5 นาที แอดมินทุกคนของเพจฮากะเหรี่ยงก็ถูกบล็อกและลบออกจากเพจที่ใช้งานมากว่า 3 ปีทันที

30 สิงหาคม 2561 แอดมินผู้เสียหาย ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ภูพิงค์ เนื่องจากเกรงว่าผู้ที่แฮกจะนำเพจไปใช้ในทางที่ผู้แจ้งได้รับความเสียหาย   และต่อมาวันที่ 1 กันยายน 2561 เพจฮากะเหรี่ยงก็ถูกเปลี่ยนชื่อ กลายเป็นเพจอื่นไปแล้ว

ความพยายามดิ้นรนหาวิธีได้เพจคืน ทั้งค้นหาข้อมูลเรื่องลักษณะนี้จากอินเตอร์เน็ต ซึ่งทำให้พบว่า มีเพจจำนวนมากถูกล่อลวง แฮกไปเช่นกัน  รวมทั้งปรึกษาหารือกับเพื่อนเครือข่ายคนทำสื่อหลายแห่งช่วยกันส่งเสียง  ทำให้เริ่มแนวร่วมทวงคืนเพจฮากะเหรี่ยงขึ้นเรื่อยๆ

มัจฉา พรอินทร์ ผู้อำนวยการโครงการสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน และสนใจเคลื่อนไหวด้านความปลอดภัยบนโลกออกไลน์ ทราบข่าวนี้จากโลกโซเชียลก็เข้ามาให้ความช่วยเหลือเพจฮากะเหรี่ยง    ช่วยประสานข้อมูลด้วยความหวังให้เพจฮากะเหรี่ยงคืนมาสู่เจ้าของเดิมเพื่อทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์เดิม  โดยขณะนี้ ได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้อง แปลเป็นภาษาอังกฤษแจ้งไปยังเฟสบุ๊ค

“เฟสบุ๊คเป็นระบบที่เมื่อเราสื่อสารกับเขา เราต้องรอการตอบกลับ เช่นเมื่อ 4 วันที่แล้วเราทราบข้อมูล แจ้งไปยังช่องทางเฟสบุ๊คแล้ว แต่ยังไม่ตอบกลับ  ขณะนี้เรารวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มและพยายามติดต่อเขาอีกครั้ง และพยายามทำคือส่งหลักฐานเพื่อยืนยันว่า แอดมินเพจ “ฮากะเหรี่ยง” คือกลุ่มชนเผ่าที่ร่วมกันก่อตั้งเพจขึ้นมาจริง เป็นเพจรวมใจใช้สื่อสารในเชิงวิถีวัฒนธรรมของชนเผ่ากะเหรี่ยง และถูกลวงไปเป็นเพจชื่ออื่นและใช้ไม่ตรงวัตถุประสงค์ ซึ่งกำลังรอความคืบหน้า  ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้เฟสบุ๊คมีมาตรการควบคุมการกระทำที่ไม่ถูกต้องบนพื้นที่ออนไลน์ ให้มั่นใจได้ว่าสิทธิการเป็นส่วนตัวของเราต้องได้รับการปกป้อง หรือสิ่งที่เป็นสมบัติของเราต้องได้รับการปกป้องเช่นกัน

“ผมและทีมแอดมินกินไม่ได้นอนไม่หลับ   เพจฮากะเหรี่ยงเป็นเหมือนหมู่บ้านของพวกเราเพราะปกติคนกะเหรี่ยง คนปกาเกอะญอจะอยู่ในป่า แม้จะอยู่เป็นหมู่บ้าน แต่กระจายกันอยู่ จะไปมาหาสู่กันยากลำบากมาก แต่พอเรามีเพจฮากะเหรี่ยงก็เหมือนเรามีหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่ทุกคนอยู่ด้วยกัน แต่มาวันนี้ อยู่ๆ หมู่บ้านเราหายไป เราไม่รู้จะทำอย่างไรให้ได้หมู่บ้านของเรากลับคืนมา ผมเป็นแอดมินเพจ ก็เหมือนผู้ใหญ่บ้าน เราจะรับผิดชอบลูกบ้านเราอย่างไร ….

พอผมไปเจอเพื่อนหลายคนให้กำลังใจ ให้ความช่วยเหลือ แปลภาษาไปให้ตอนนี้พยายามติดต่อไปยังเฟสบุ๊ค และคิดว่าจะตรวจสอบให้ผมคิดว่ามันเป็นของเรา เรายืนยันได้ว่าเป็นของเรา คุณเอาไปไม่ได้  น่าจะคืนให้เรา ยิ่งช้า ยิ่งเสียหายมาก ระหว่างนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาด้านการสื่อสาร เราได้ตั้งเพจฮากะเหรี่ยง2 และเพจกอดกะเหรี่ยง ขึ้นมาเป็นพื้นที่สื่อที่เราจะใช้สื่อสารติดตามดำเนินการให้เรากลับไปเป็นแอดมินเหมือนเดิมให้ได้ครับ” พฤ โอโดเชา หนึ่งในทีมแอดมินเพจฮากะเหรี่ยงกล่าวทิ้งท้าย

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง