“สังคมสุขใจครั้งที่ 5” เครือข่ายเกษตรชวนขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์

“สังคมสุขใจครั้งที่ 5” เครือข่ายเกษตรชวนขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ชวนร่วมงานสังคมสุขใจครั้งที่ 5  ภายใต้คอนเซปต์ “เท่นอกกรอบ…ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุล”  ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ   ระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคม  2561 ณ สวนสามพราน จ. นครปฐม   เพื่อจำหน่ายพืชผักและสินค้าอินทรีย์จากเกษตรกรในเครือข่ายสามพรานโมเดล และเครือข่ายจากทั่วประเทศเกือบ 300 ราย  รวมถึงมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจในการทำเกษตรอินทรีย์ทั้งเรื่องการปลูก การตลาดและมาตรฐานอินทรีย์   โดยไฮไลท์ ที่ได้รับความสนใจ คือ การเปิดตัวสามพรานโมเดล อะคาเดมี่  เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่องค์ความรู้ระบบอาหารอินทรีย์  และการเปิดรับสมัคร นักขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุล  รวมถึงการร่วมใส่ใจสิ่งแวดล้อม Go Green ในงาน

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ  ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี  ประธานในพิธีเปิดงานสังคมสุขใจ กล่าวว่า ดีใจที่เห็นทุกภาคส่วนมาร่วมขับเคลื่อนงานด้านเกษตรอินทรีย์ โดยกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อมุ่งไปสู่การสร้างระบบอาหารสมดุลและยั่งยืนร่วมกัน   ซึ่งในส่วนของทางรัฐบาล  มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนภาคการเกษตรมาตลอด  เพราะภาคเกษตรเป็นกำลังและรายได้หลักที่จะสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับประเทศ  ซึ่งสิ่งที่ทางสามพรานโมเดลได้ขับเคลื่อน  และมีการเชื่อมโยงความร่วมมือแบบบูรณาการให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างแท้จริงนั้น  นับว่าสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ ที่มุ่งสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืน สามารถขยายผลไปได้อย่างเป็นวงกว้างในภูมิสังคมอื่น ๆ

“การขับเคลื่อนสามพรานโมเดล เป็นความภาคภูมิใจของทั้งจังหวัดนครปฐมและประเทศไทย ที่มีการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้จนเกิดเป็นต้นแบบที่เป็นรูปธรรม สร้างสรรค์ ผลิตองค์ความรู้ต่างๆ รวมถึงการมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน สามารถพัฒนาต่อยอด ขยายผลไปสู่ความยั่งยืนและสมดุลในด้านของการพัฒนาทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมอันดีงาม ในภูมิสังคมอื่น ๆ”

นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ  ผู้ริเริ่มการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล และประธาน       จัดงานสังคมสุขใจครั้งที่ 5  เปิดเผยว่า  ภูมิใจที่ งานสังคมสุขใจ ได้รับการตอบรับจากประชาชนคนไทยทั้งในกรุงเทพ นครปฐม และจังหวัดใกล้เคียงจำนวนมาก  ซึ่งปีนี้นับว่ามีความคึกคักมากกว่าทุกปี อันเป็นผลมาจากความตื่นตัวเรื่องสุขภาพ การส่งเสริมและการกระตุ้นจากภาครัฐ กระแสการบริโภคอาหารอินทรีย์ การท่องเที่ยวนอกกรอบ รวมถึงความตื่นตัวเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรอินทรีย์ ชุมชน ปัญหาการระบบนิเวศน์จากการใช้สารเคมีในการทำเกษตร ตลอดจนความต้องการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์และสิ่งแวดล้อม อยากมีแรงบันดาลใจทำในสิ่งที่แตกต่างที่มีคุณค่าต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น และอยากมามีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์เพื่อสร้างระบบอาหารที่สมดุลกับสามพรานโมเดล

“การมีสามพรานโมเดลอะคาเดมี่ จะทำให้งานขับเคลื่อนจากนี้ไปจะมีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อการพัฒนาทั้งเชิงลึกที่เน้นการสังเคราะห์ความรู้ และการขยายเครือข่ายความร่วมมือให้มากขึ้นไปอีก เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลของระบบอาหารที่เกิดจากใช้สารเคมีในการทำการเกษตร ที่ส่งผลทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม  เป็นวงจรแห่งความทุกข์ต่อเนื่องกันไป”

ด้าน คุณอภิรตี   สีบุญเรือง  รองผู้อำนวยการกองสร้างสรรค์กิจกรรม      การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  กล่าวว่า  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ยินดีที่ได้เห็นการเติบโตของการสามพรานโมเดลซึ่งขับเคลื่อนมาแล้ว 8 ปี  โดยถือเป็นต้นแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งในระดับท้องถิ่นและในภูมิสังคมอื่นๆ  และรู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนร่วมจัดงานสังคมสุขใจ  ซึ่งเป็นงานที่มีคุณค่าและมีความหมาย คือไม่เพียงแต่กระตุ้นเรื่องสุขภาพ การท่องเที่ยวเท่านั้น ยังเป็นการยกระดับคุณค่าทางจิตใจ สร้างสรรค์เพื่อส่วนรวม ขยายองค์ความรู้เพื่อการพัฒนา เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นในชุมชน อันจะเป็นการสร้างรายได้กระจายไปสู่ท้องถิ่น และส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม อีกทั้งเปิดมิติใหม่ของการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในประเทศ เน้นการท่องเที่ยวไปพร้อมกับการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง

“การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังได้ร่วมสนับสนุน Organic Tourism  การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์เพื่อสร้างระบบอาหารสมดุล ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนงานของสามพรานโมเดล เพื่อสร้างความร่วมมือ และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร และโรงแรม กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง กล้าที่จะออกนอกกรอบ มาร่วมสร้างสังคมอินทรีย์ สร้างระบบอาหารสมดุลร่วมกัน อันจะก่อให้เกิดความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่ ซึ่งเป็นที่น่าดีใจที่ โรงแรมห้าดาว  ร้านอาหารดังๆ  ตื่นตัวมาร่วมขับเคลื่อนกับสามพรานโมเดล เชื่อมั่นว่าประชาชนที่มาเที่ยวงานสังคมสุขใจจะอิ่มเอมกับกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งไม่เพียงเติมเต็มความรู้ที่ให้ผู้ร่วมงาน ยังมีอาหารอินทรีย์ที่หลากหลายให้เลือกสรร ได้มาร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลง มาร่วมกันเท่นอกกรอบด้วย”

งานสังคมสุขใจ ปีนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่  5    โดยมูลนิธิสังคมสุขใจ นับเป็นงานรวมพลังของคนทั้งห่วงโซ่อาหารอินทรีย์ ตั้งแต่ผู้ผลิตหรือคนต้นน้ำ คือเกษตรกรอินทรีย์ จากเครือข่ายสามพรานโมเดลและเครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์จากทั่วประเทศกว่า 200 ราย   ผู้สนับสนุน และผู้ส่งเสริม หรือคนกลางน้ำ  คือภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจเช่นโรงแรม ร้านอาหาร ภาควิชาการ การศึกษา และสื่อมวลชน   และคนปลายน้ำ คือ ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป จะได้มีโอกาสมาพบกัน ทำความรู้จักกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซื้อผลผลิต เชื่อมโยงความร่วมมือกัน และแบ่งปันองค์ความรู้การทำเกษตรอินทรีย์ และการขับเคลื่อนระบบอาหารอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุล

นอกจากนี้ภายในงานยังมีบริการหน่วยเคลื่อนที่ของสำนักงานสาธารณสุข จ.นครปฐม ตรวจเลือดหาสารเคมีจากการเกษตรที่ตกค้างในร่างกายให้กับเกษตรกรและผู้มาร่วมงาน โดยเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าผลการตรวจที่ผ่านมาทุกคนเป็นกลุ่มเสี่ยง ทั้งเกษตรกรผู้ผลิต และผู้บริโภค ซึ่งหากพบว่ามีความเสี่ยงต้องปรับพฤติกรรมการกิน ได้แก่ ก่อนกินต้องล้างผัก ผลไม้ให้ถูกวิธี เช่น ผักที่กินหัวจะต้องล้างก่อนหั่น ได้แก่แตงกวา กะหล่ำปลี เราต้องดึงเปลือกนอกออก แล้วล้างน้ำไหลหรือแช่เบกกิ้งโซดาก่อนสัก 30 นาที เพื่อล้างสารเคมีออก เพราะในระยะยาวสารเคมีที่ตกค้างอาจเป็นส่วนหนึ่งของสารก่อมะเร็ง

งานสังคมสุขใจครั้งที่ 5  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคม 2561 เวลา 9.00-17.00น. ในพื้นที่ของสวนสามพราน  โดยมีการจัดโซนกิจกรรม และ workshop เปิดประสบการณ์โลกเกษตรอินทรีย์ให้ผู้ร่วมงานและครอบครัวจากแบรนด์ปฐม  โดยมีทั้งหมดประมาณ 11 โซน ดังนี้

  1. โซนความรู้เกี่ยวกับขับเคลื่อนของสามพรานโมเดล และสามพรานโมเดลอะคาเดมี่ ให้ความรู้เกี่ยวกับการขับเคลื่อนทั้งต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำ พร้อมทั้งรับสมัครนักขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่วิถีชีวิตที่สมดุล พิเศษ!!!ภายในงานมอบถุงผ้าลดโลกร้อน แก่ผู้สมัครเป็นสมาชิกในงานนี้
  2. โซนปฐมออร์แกนิก และ คิดส์โซน มีจัดแสดงนิทรรศการเส้นทางกล้วยครบวงจร ตั้งแต่การปลูก การแปรรูป และจำหน่าย และกิจกรรมสร้างประสบการณ์จากธรรมชาติและเกษตรอินทรีย์ และงานศิลปะ การเรียนรู้ให้ครอบครัวและเด็ก โดยในส่วนของคิดส์โซน มีกิจกรรมนั่งเรือข้ามแม่น้ำท่าจีน ไปปฐมออร์แกนิกฟาร์ม เพื่อเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์เบื้องต้น พร้อมสอนปลูก  และเวิร์คช็อป
  3. โซนเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่มีการให้ความรู้ มีการเสวนา เช่น สามพรานโมเดลสู่ระบบอาหารยั่งยืน ทิศทางระบบการรับรองอย่างมีส่วนร่วม   Organic Tourism ก้าวใหม่ของการขับเคลื่อนระบบอาหารอินทรีย์ โดยมีคนต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจมาร่วมงาน เช่น คุณโจน จันใด คุณวิฑูรย์ เรืองเลิศปัญญากุล  คุณนคร ลิมปคุปตถาวร (เจ้าชายผัก)
  4. โซนผู้สนับสนุน มีจัดนิทรรศการ กิจกรรม และนำผลผลิต และสินค้าในโครงการมาจำหน่าย
  5. โซนตลาดสุขใจ จำหน่ายผลผลิตอินทรีย์  อาหารอินทรีย์ และอาหารปลอดภัย
  6. โซนเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดล ซึ่งมีเกษตรกรในโครงการทั้งหมด มาจัดนิทรรศการให้ความรู้ บอกเล่าเส้นทางการขับเคลื่อน รวมถึงจำหน่ายผลผลิต เมล็ดพันธุ์ กิ่งพันธุ์ และให้คำแนะนำการทำเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่การเตรียมดิน การดูแลแปลง การเก็บเกี่ยว
  7. โซนภาคีขับเคลื่อน ที่มีภาคีขับเคลื่อนทั้งภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย และเครือข่ายผู้บริโภค
  8. โซนผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหารที่ร่วมขับเคลื่อน Organic Tourism
  9. โซนร้านค้าออร์แกนิก ที่มีทั้งอาหารแปรรูป สินค้า เครื่องใช้ต่างๆ ที่ใช้วัตถุดิบอินทรีย์
  10. โซนโรงเรียน ในเครือข่ายสามพรานโมเดล ที่มีการส่งเสริมการปลูกและการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ในโรงเรียน
  11. โซน Food Truck

งานปีนี้ยังส่งเสริมการปฏิบัติเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โดยตลอดงานจะงดการใช้ถุงหิ้วพลาสติก ขวดน้ำพลาสติก แก้วพลาสติก และหลอดพลาสติก เน้นให้ทุกคนที่มางานนำถุงผ้า และกระบอกน้ำมาใช้เอง โดยในงานมีน้ำดื่มสะอาดให้เติมได้ตลอด  ขณะที่เกษตรกรอินทรีย์ ร้านค้าที่มาออกบูธ ต่างร่วมใจมอบส่วนลด ของแถม ให้ลูกค้าที่นำถุงผ้ามาใช้เป็นพิเศษ และมีโซนจำหน่ายสินค้าบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม และถุงผ้า เพื่อให้ลูกค้าที่ไม่ได้นำมาได้ช้อปช่วยโลกไปพร้อมกันๆ   รวมถึงการจัดการขยะแบบ Zero Waste ด้วย 

 

 ABOUT THE AUTHOR

เจ้าหน้าที่พัฒนาเครือข่ายสื่อพลเมือง สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ Thai PBS