เลือกตั้ง 62 : ศาสตร์และศิลป์ของการเลือกตั้งและอภินิหารทางการเมือง

เลือกตั้ง 62 : ศาสตร์และศิลป์ของการเลือกตั้งและอภินิหารทางการเมือง

“เลือกตั้ง 62? : ศาสตร์และศิลป์ของการเลือกตั้งและอภินิหารทางการเมือง”

นี่คือหัวข้อเสวนาในวันที่ 21 มกราคม 62 ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) จัดขึ้นโดยมี 3 นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ร่วมแลกเปลี่ยน คือ รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   ดร.สติธร ธนานิธิโชติ จากสถาบันพระปกเกล้า และ ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์

การเลือกตั้งปี 2562 ถูกมองว่ามีลักษณะของการทำลายศาสตร์และศิลป์การเลือกตั้งเนื่องจากมีการลิดรอนและจำกัดสิทธิ์ต่างๆ ของการเลือกตั้งโดยเฉพาะผู้สมัครรับเลือกตั้งหน้าใหม่ ทำให้เสียเปรียบพรรคใหญ่หรือพรรคการเมืองเดิมที่เคยถูกเลือกตั้งมาก่อน

ในเวทีเสวนายังตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดอภินิหารทางการเมืองหากมีการเลื่อนเลือกตั้งและยังตั้งคำถามถึงผู้มีอำนาจในการกำหนดวันเลือกตั้งที่แน่นอน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญและเรียกร้องต่อกลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกหรือกลุ่ม New Voter ให้ออกมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งครั้งนี้

รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ในปี 62 หรือไม่?

มีทางที่จะเป็นไปได้ทั้งสองทาง ทั้งมีและไม่มี การเลื่อนระยะเวลาออกมาไม่มีความชัดเจน สิ่งที่ต้องจับตามองคือหลังจากที่มีพระราชกฤษฎีกา คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกกต.ควรจะมีความชัดเจนไม่เกินสัปดาห์หน้า แต่ถ้าหากจะเลื่อนก็อาจจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้

ศาสตร์และศิลป์ของการเลือกตั้ง

คิดว่าผู้สมัครและพรรคการเมืองจะเจอหิน หลุมพราง และกับระเบิดโดยการใช้อำนาจรัฐสอยพรรคเล็กๆ ออกไป ทำให้ลิดรอนและกำจัดโอกาสในการที่จะรู้จักพรรคการเมืองหน้าใหม่ ทำให้เกิดการสร้างโอกาสในการหาเสียงของพรรคใหญ่

New Voter เป็นคะแนนเสียงสำคัญ

กลุ่มคนที่ถูกคาดการณ์ได้ยากในการลงคะแนนเสียงครั้งนี้คือ New Voter เพราะเป็นกลุ่มคนที่เลือกตั้งครั้งแรกและกลุ่มคนเหล่านี้ยังไม่ได้อยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง โดย New Voter มีจำนวนอยู่ 7-8 ล้านเสียง นับเป็นคะแนนเสียงสำคัญ

โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องมีความบริสุทธิ์ เป็นธรรม ทุกฝ่ายสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ ซึ่งการเลือกตั้งที่ดีต้องเคารพเจตนารมณ์ของประชาชน  คะแนนเสียงของประชาชนต้องเท่าเทียมกันอย่างชัดเจน เคารพคะแนนเสียงของประชาชนที่ตัดสินใจลงคะแนนและผลการเลือกตั้งผู้ชนะจะต้องได้จัดตั้งรัฐบาล

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ สถาบันพระปกเกล้า

ระบบการเลือกตั้งแบบใหม่

การเลือกตั้งรอบนี้ปรับเป็นแบบใหม่ จาก 2 บัตรเป็นบัตรเดียว  เป็นความพยายามที่ให้ความสำคัญกับตัวบุคคลมากกว่าพรรค  ใช้วิธีดูดตัวบุคคล มีความเชื่อว่ากระแสตัวบุคคลดีกว่า  โดยพรรคที่ตั้งใหม่มีความเสียเปรียบ เพราะไม่มีกระแสตัวบุคคลหลักในพรรค และใครที่สามารถดึงตัวเองเข้ามาเป็นมวยคู่เอกได้จะทำให้ได้คะแนนเยอะมากกว่า

ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ความเป็นไปได้ในการเลือกตั้งปี 62 และหลุมดำทางการเมือง

วันที่ 24 มีนาคมมีความเป็นไปได้ในการเลือกตั้ง แต่ถ้าภายในสัปดาห์นี้ไม่ประกาศราชกิจจานุเบกษาการเลือกตั้งที่แน่นอนถือว่าน่ากลัวแล้ว หากจะเกิดการเลื่อนเลือกตั้ง หลังจากนี้จะเป็นการลงหลุมดำทางการเมืองหมายความว่านับหนึ่งใหม่ทั้งหมด และถ้ารัฐใช้ ม.44 แก้กฎหมายรัฐธรรมนูญก็กลายเป็นอภินิหารทางการเลือกตั้ง ทำให้ไม่มีกฎเกณฑ์ เป็นการเปิดความหวังให้ประชาชน-นักลงทุนแล้วไปปิด มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ซึ่งในทางจิตวิทยาเป็นการทิ้งความหวังของประชาชน

ถ้าการเลือกตั้ง Free and Fair ประชาชนก็จะยอมรับผลการเลือกตั้ง เพราะทุกคนคาดหวังถึงการเลือกตั้ง ถ้ามองว่าการจัดการเลือกตั้งทำให้ไม่มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมก็จะเป็นการเลือกตั้งเสียเปล่า ประชาชนไม่ยอมรับ สังคมเสียเวลา และในที่สุดก็ทำให้ไปสู่วิกฤต การประท้วงและการรัฐประหารอีกรอบ

 

เรียบเรียงโดย พิมพกานต์ จันทร์มี นักศึกษาฝึกงาน

คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พิษณุโลก

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง