ลีซูเชียงดาว ร้องศูนย์ดำรงธรรม ถูกห้ามเปิดโฮมสเตย์ไม่เท่าเทียม

ลีซูเชียงดาว ร้องศูนย์ดำรงธรรม ถูกห้ามเปิดโฮมสเตย์ไม่เท่าเทียม

เวลาประมาณ 10.00 น. (6 พ.ย.2562) ที่ศูนย์ดำรงธรรม ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ตัวแทนชนเผ่าลีซูจากบ้านนาเลาใหม่ หมู่ที่ 10 ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จำนวน 22 คน ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ออกมารับหนังสือ พร้อมทั้งแจ้งว่าจะดำเนินการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน และดำเนินการจัดการเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

ตัวแทนชาวบ้านระบุว่า ชาวบ้านได้อาศัยอยู่ในพื้นที่มานานไม่น้อยกว่า 70 ปี และได้ขึ้นทะเบียนเป็นหมู่ที่ 10 ของตำบลเชียงดาว ก่อนประกาศเป็นพื้นที่ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปีพ.ศ.2535 ด้วยภูมิประเทศบ้านนาเลามีความสวยงาม อีกทั้งวัฒนธรรมของชนเผ่าน่าสนใจ ทำให้บ้านนาเลาใหม่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ในระยะ 5-6 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านเริ่มทำกิจการบ้านพักโฮมสเตย์ในพื้นที่ของตน ซึ่งสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจทดแทนการทำไร่ ลดปัญหาการตัดไม้เพื่อบุกเบิกพื้นที่ทำกิน แต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 ได้มีคำสั่งให้รื้อถอนบ้านพักโฮมสเตย์ แต่อนุญาติให้เปิดบริการในบ้านแต่ละเลขที่ได้บ้านละ 2 หลังและกางเต้นท์ได้ 4 หลัง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอันมาก และปัจจุบันได้มีการเข้ามาควบคุมจัดระเบียบเพิ่มขึ้น โดยมีคำสั่งปิดหมู่บ้านนาเลาใหม่ ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าพัก หรือแวะชม แต่อนุญาตให้คนในหมู่บ้านเดียวกันทำกิจการได้เพียง 17 ราย ซึ่งชาวบ้านที่เหลือมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

ชาวบ้านระบุว่า ก่อนหน้านี้ชุมชนสามัคคีกันไม่มีการแบ่งแยก แต่เมื่อมีการเลือกปฏิบัติแบ่งชาวบ้านเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่1 เปิดที่พักโฮมสเตย์ ได้ 17 ราย ส่วนกลุ่มที่ 2 ไม่สามารถเปิดที่พักโฮมสเตย์ได้ 24 ราย ทำให้เกิดความแตกแยกในชุมชน ชาวบ้านเริ่มขัดแย้งกันไม่ร่วมกิจกรรมหมู่บ้าน ที่ผ่านมาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้ง 24 ราย ได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานในพื้นที่คือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว และนายอำเภอเชียงดาว แต่ต่างได้รับคำตอบว่าไม่มีสิทธิตัดสิน การยื่นหนังสือร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมครั้งนี้ สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือให้เป็นไปตามที่ประชุมในหมู่บ้าน คือเกิดความยุติธรรมคือจำนวนครัวเรือน(บ้านเลขที่)มีทั้งหมด 34 ครัวเรือน ควรได้มีสิทธิ์เท่าเทียมกันในการทำกิจการบ้านพักโฮมสเตย์โดย 1. ทุกครอบครัวเรือนในหมู่บ้านได้ใช้สิทธิ์เท่าเทียมกัน ยกเลิกมติที่ให้สิทธิ์ชาวบ้านเปิดโฮมสเตย์เพียงแค่ 17 ราย 2. ประชาคมทั้งหมู่บ้านใหม่ ให้ชาวบ้านบริหารจัดการกันเองเหมือนที่ผ่านมา 3. ไม่อยากให้มีการแบ่งแยกชาวบ้านเป็น 2 กลุ่ม เพราะก่อนหน้าไม่มีปัญหาทั้งหมู่บ้านยังสามัคคีกันอยู่ ยังเปิดทำมาหากินกันได้ทั้งหมู่บ้านโดยไม่มีการแบ่งแยก

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง