Kick off “พลังเชียงใหม่ ลมหายใจเดียวกัน” สู้ฝุ่นควัน

Kick off “พลังเชียงใหม่ ลมหายใจเดียวกัน” สู้ฝุ่นควัน


ชาวเชียงใหม่จาก 5 ภาคส่วนหลัก ผนึกกำลังร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน ผ่านกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ “พลังเชียงใหม่ ลมหายใจเดียวกัน”

วันนี้ (15 ธ.ค.62) นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการประกาศเจตนารมณ์ “พลังเชียงใหม่ ลมหายใจเดียวกัน” ที่บริเวณข่วงประตูท่าแพ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ 5 ภาคส่วนหลักในจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนราชการ หน่วยงานเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน ได้ร่วมผนึกกำลังเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้ประชาชนหันมาร่วมกันแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่มีคุณภาพอากาศที่ดี ปราศจากฝุ่นและควันต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบหายใจของพี่น้องประชาชน ทำให้ชาวเชียงใหม่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

โดยมีการแบ่งขบวนรณรงค์ออกเป็น 3 ขบวน ขบวนที่ 1 เป็นขบวนเครือข่ายของภาคประชาชนและสภาองค์กรชุมชน ตั้งขบวนที่บริเวณพุทธสถานเชียงใหม่ ขบวนที่ 2 เป็นขบวนของภาคราชการ และผู้แทนจาก 25 อำเภอ ตั้งขบวนบริเวณลานกิจกรรมหน้าโรงแรมรอยัล เพนนินซูลา เชียงใหม่ และขบวนที่ 3 เป็นขบวนของภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งขบวนที่ประตูเชียงใหม่ ซึ่งทั้ง 3 ขบวน เคลื่อนออกจากจุดที่กำหนดมารวมตัวกันที่บริเวณลานประตูท่าแพ เพื่อร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ที่จะแก้ไขปัญหาฝุ่นควันให้หมดสิ้นไป

ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาฝุ่นควัน และการประกาศเจตนารมณ์ โดย นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำประชาชนกล่าวประกาศเจตนารมณ์ว่า “เราขอสัญญาว่า เราจะช่วยกัน ลด ละ เลิก และแก้ไขการเกิดมลพิษฝุ่นควัน ช่วยกันสร้างสังคม อากาศสะอาดตลอดทั้งปี คืนกลับมาให้กับลูก หลาน พี่ น้อง และเมืองเขียงใหม่อันเป็นที่รักของเรา เพราะเราเป็นชาวชียงใหม่ด้วยกัน เพราะเรารักเชียงใหม่เมืองของเรา เพราะเรารักและห่วงใยลูกหลานของเรา เพราะเรามีลมหายใจเดียวกัน”

“ พลังเชียงใหม่ลมหายใจเดียวกัน”จะมีกิจกรรมต่อเนื่องไปตลอดปี พ. ศ. 2563 เพื่อที่ว่าจะเป็นการสานพลังกันต่อสู้กับปัญหาฝุ่นควัน ที่เป็นภารกิจทางประวัติศาสตร์ของชาวเมืองเชียงใหม่ โดยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจร่วมพลังจากทุกภาคส่วนที่ใช้อากาศหายใจในการร่วมมือกัน

โดยแผนกิจกรรมการต่อสู้มลพิษฝุ่นควันต่อจากนี้ของแต่ละภาคส่วนทั้งภาครัฐภาควิชาการภาคเอกชนภาคประชาชนไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนกลุ่มองค์กรสถาบันหรือชมรมใดๆจะถูกบันทึกในตารางปฏิทิน โดยไม่แยกส่วนแยกฝ่ายทั้งกิจกรรมทางด้านรณรงค์ให้การศึกษาเรียนรู้การป้องกันการจัดการความพร้อมทและการเปลี่ยนแปลงการผลิตที่ยั่งยืนปฏิทินดังกล่าวจะถูกประกาศเผยแพร่ทุกสัปดาห์เพื่อจะให้เกิดความร่วมไม้ร่วมมือช่วยเหลือระหว่างกันของแต่ละภาคส่วนอย่างกว้างขวาง

ตัวแทนสภาลมหายใจและตัวแทนภาคประชาชนนายชัชวาล ทองดีเลิศ กล่าวว่า ส่วนของภาคประชาชนซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหา ระบุว่าที่ผ่านมา ตลอดหกเดือน ภาคประชาชนโดยองค์กรชุมชนมีการจัดเวทีในระดับตำบลใน 25 อำเภอมีตำบลต้นแบบอยู่ 32 ตำบล ได้เริ่มวางแผน การแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่โดยมีแผนการปฎิบัติงานไม่ว่าจะเป็นส่วนของพื้นที่ที่อยู่บนดอยพื้นที่ที่อยู่ในชนบทรวมถึงพื้นที่ในเมือง โดยเป็นการทำงานจากด้านล่างเชื่อมขึ้นมาด้านบนโดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคส่วนของราชการผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหน่วยสนับสนุน ซึ่งส่วนสำคัญคือประชาชนในพื้นที่จะรู้ปัญหาและสามารถแก้ไขปัญหาของตัวเองได้อย่างรวดเร็วปีนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีซึ่งหลายปีก่อนหน้านี้ติดล็อคแล้วนี่เงื่อนไขข้อจำกัดในหลายหลายเรื่อง ซึ่งคาดการณ์ว่าปีนี้สถานการณ์จะดีขึ้นซึ่งอาจจะไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่คาดว่าสถานการณ์จะเบาบางลง


เช่นเดียวกับนายบัณรส บัวคลี่ ตัวแทนภาคประชาชนสภาลมหายใจเชียงใหม่ ระบุว่ากิจกรรมภายในวันนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของมูฟเม้นท์ คือเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมที่หลากหลาย ต่อจากนี้แต่ละฝ่ายแต่ละภาคส่วนสามารถเชื่อมการทำงานกันได้และสนับสนุนการทำงานซึ่งกันและกันซึ่งจะทำให้การดำเนินงานต่อไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันที่ 19 มกราคม 2563 ถ้าลมหายใจเชียงใหม่จะมีกิจกรรมใหญ่ในการรณรงค์แก้ปัญหาฝุ่นควัน

ด้านนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการเชียงใหม่กล่าวว่า ความสำเร็จจะไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่มีพลังของพี่น้องประชาชนรวมถึงทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาควิชาการ เมื่อนำพลังเหล่านี้มามัดรวมกันก็จะเป็นพลังที่เข้มแข็งแข็งแรงเพื่อที่จะพักดันปัญหานี้ให้ทุเลาลง
ปีนี้มองว่าความตื่นตัวของประชาชนค่อนข้างที่จะพร้อมรวมถึงการรับรู้ถึงวิธีการในการช่วยกันลดปัญหาเพื่อให้ปัญหาฝุ่นควันเบาบางลงโดยหวังว่าอากาศในปี 2563 จะดีขึ้นกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา

นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ กล่าวว่า ในฐานะองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีองค์กรท้องถิ่นอยู่ในสังกัด 204 แห่ง พร้อมที่จะใช้ทรัพยากรความสามารถที่มีในการต่อสู้กับฝุ่นควัน โดยจะพยายามก้าวข้ามข้อจำกัดที่เคยมีก่อนหน้านี้

ด้านนายไพรัช โตวิวัฒน์ ตัวแทนภาคเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ ไปเราถึงแผนปฏิบัติการของภาคเอกชนที่จะมีการรณรงค์ในการลดที่มาของการเกิดฝุ่นควันเช่นฝุ่นควันจากไอเสียรถยนต์ การเผาในพื้นที่เขตเมือง รวมถึงมีแผนเตรียมการการประกาศมาตรการหากฝุ่นPM2.5 เกิดค่ามาตรฐาน เพื่อที่จะปกป้องนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เชียงใหม่

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง