ค่าชีวิตของผู้ดับไฟ : หรือ พ.ร.บ.สงเคราะห์ผู้ประสบภัย จะคือความหวัง ?

ค่าชีวิตของผู้ดับไฟ : หรือ พ.ร.บ.สงเคราะห์ผู้ประสบภัย จะคือความหวัง ?

สูญเสียแล้ว 1 ชีวิต ที่เข้าสู้กับไฟที่ลุกไหม้ ในฤดูแล้งและฝุ่นคลุ้ง 2563

เมื่อน้องต้น นายปฏิภาณ ตาลป่า ลูกจ้างเหมาบริการของอบต. แม่ทะลบ  อำเภอไชยปราการ จ.เชียงใหม่ หมดลมหายใจลงในเย็นวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563  หลังจากต้องเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2563  เนื่องจากหมดสติจากการเข้าไปดับไฟที่กำลังลุกไหม้

สื่ออาสาสู้ฝุ่น Wevo ซึ่งมาจากคำว่า We Volunteer ของสภาลมหายใจเชียงใหม่   ปักหมุดจุดเกิดเหตุมายัง C Site  ThaiPBS รายงาน ว่า  เมื่อวันที่ 1 ก.พ.  19.00 น. อบต.แม่ทะลบ  ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้  จึงขอกำลังหนุนจากหน่วยบูรณาการหลายหน่วย   น้องต้น นายปฏิภาณ ตาลป่า  ลูกจ้างเหมาบริการ พร้อมกับจนท.อบต.อีก 1 คน เข้าที่เกิดเหตุ ทำหน้าที่ฉีดน้ำดับเพลิง แต่น้องต้นเวียนหัว เนื่องจากมีโรคประจำตัวความดันสูง  ทีมนำส่ง รพ.แต่เส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายก้อนจันทร์ ศรีชัย นายก อบต.แม่ทะลบ  ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อบต.รวบรวมเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลกันได้  30,000 บาท และระดมจากสื่อสังคมออนไลน์ได้ 10,000 บาท และนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 100,000 บาท มอบให้คุณแม่น้องต้น เพราะสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลตามระเบียบบริหารงานบุคคล กระทรวงมหาดไทย  ไม่ครอบคลุมพนักงานจ้างเหมาบริการ

อย่างไรก็ตาม การทำงานของน้องต้นครั้งนี้  แม้เป็นลูกจ้างเหมาบริการ ในตำแหน่งเจ้าพนักงาน  ICT แต่ไปทำงานตามคำสั่ง เพราะจังหวัดเชียงใหม่และอำเภอไชยปราการ มีจดหมายให้ อปท.ทุกแห่งตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า  โดยอบต.แม่ทะลบ  ก็มีคำสั่งเมื่อวันที่ 14 ม.ค.63 แต่งตั้งเวรยามชุดปฏิบัติการ  ซึ่งน้องต้นเป็นหนึ่งในนั้น

เมื่อเกิดเหตุและเงื่อนไขช่วยเหลือไม่เข้ากับระเบียบบุคคลของกระทรวงมหาดไทย  นายอำเภอไชยปราการจึงทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ขอรับการช่วยเหลือ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ฅตามพระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัย เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ.2543

พระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัย  เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ.2543   สาระสำคัญ  คือกำหนดให้มี เงินสงเคราะห์ เงินชดเชยและเงินดำรงชีพ ให้แก่ผู้ประสบภัยหรือทายาทด้วย

พระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 

โดยในมาตรา 5 ระบุนิยามของผู้ประสบภัยว่าหมายถึงผู้ที่ถูกประทุษร้ายหรือได้รับอันตราย เพราะ 1.ช่วยเหลือราชการ   2.ปฏิบัติงานของชาติตามที่ได้รับมอบหมายทางราชการ   3.ปฏิบัติการตามหน้าที่หรือช่วยเหลือบุคคลอื่นตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด 4.ปฏิบัติการตามหน้าที่มนุษยธรรมซึ่งพลเมืองดีพึงปฏิบัติ

ทีนี้กรณีเสียชีวิต มีระบุไว้ใน  มาตรา 6  ให้จ่ายเงินชดเชยแก่ทายาทตามหลักเกณฑ์การจ่ายเงินบำเหน็จตกทอดตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

มาตรา 7 จ่ายเงินช่วยเหลือค่าจัดการศพตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด

และมาตรา 13  ให้มีคณะกรรมการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย  ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน  ทำหน้าที่พิจารณาและอนุมัติการจ่ายเงินสงเคราะห์นี้

“กรณีนี้น่าติดตามมากว่าผลการพิจารณาหรือขั้นตอนการส่งต่อจากจังหวัดสู่กระทรวงการคลังจะมีผลเป็นเช่นไร  เพราะมีผลต่อค่าชีวิตของคนดับไฟเป็นอย่างยิ่ง”

ในพื้นที่ที่เกิดเหตุไฟไหม้ทั่วประเทศไทย   กำลังสำคัญของการดับไฟคือนอกจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ซึ่งสถานะเป็นลูกจ้างบ้าง พนักงานเหมาบริการบ้าง  และยังมีชาวบ้านอีกจำนวนมาก ที่ไม่ได้มีสถานะการจ้างงานใดใดแต่ก็ต้องเข้าดับไฟด้วยเนื่องจากเป็นอาสาสมัครและอยู่ในพื้นที่

หากย้อนไปในปี 2562 ในพื้นที่ภาคเหนือ  ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ระดับภาคส่วนหน้า   ประจำปี 2562  รายงานว่า ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 23 เม.ย. 62  มีการบูรณาการร่วมกับจังหวัด ฝ่ายปกครอง หน่วยงานป่าไม้ ตำรวจ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน จิตอาสา และประชาชน จำนวน 7,442 นาย ที่เข้าปฏิบัติงาน เกิดอุบัติเหตุของผู้เข้าดับไฟทั้งสิ้น 10 ราย ได้รับบาดเจ็บ 8 รายและเสียชีวิต 3 ราย

หากจะจำกันได้ ผู้เสียชีวิตเมื่อปีที่แล้ว เป็นชาวบ้าน 2 ราย และพนักงานดับไฟ 1 รายคือ

1.นายจำลอง อะทะ  อายุ 59 ปี ชาวบ้านที่ร่วมกับชุดปฏิบัติการดับไฟป่า อ.พาน จ.เชียงราย เข้าดับไฟป่าบนดอยแม่แก้ว แต่ถูกไฟคลอกจนเสียชีวิต

2.นายวิเชียร ภานุเรศ  อายุ 52 ปี พนักงานดับไฟป่า สถานีควบคุมไฟป่าเขาใหญ่ สนับสนุนการควบคุมไฟป่า จ.ลำปาง  เสียชีวิตเนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตกขณะปฏิบัติหน้าที่

3.นายอาโล๊ะ อาซังกู อายุ 62 ปี อาสาสมัครชาวบ้านเข้าดับไฟที่ไหม้เขตระหว่างหมู่บ้านป่าคาสุขใจ  กับหมู่บ้านป่าตึง จ.เชียงราย เกิดพลัดตกเขาศีรษะกระแทกจนเสียชีวิต

การให้ความช่วยเหลือเป็นไปตามกลไกต้นสังกัด  หากไม่มีสังกัดก็เป็นการระดมความช่วยเหลือจากสังคมลักษณะต่างๆ แต่หากจะให้เกิดกลไกที่ชัดเจน  สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน หรือลูกจ้างที่ต้องแลกชีวิตเข้าดับไฟอย่างยั่งยืนแล้วนั้น  กรณีของน้องต้น  กับขั้นตอนการพิจารณาถึง พ.ร.บ. สงเคราะห์ผู้ประสบภัย  เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ.2543   จะเป็นทางออกต่อเรื่องนี้หรือไม่  ต้องติดตาม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

แด่ อาโละ ผู้รักษาผืนป่า ด้วยอาลัย

 

 

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง