รพ.สวนดอก แจงมาตรการรับมือไวรัสโคโรนา

รพ.สวนดอก แจงมาตรการรับมือไวรัสโคโรนา

โรงพยาบาลสวนดอก  แถลงมาตรการดูแลความปลอดภัยของบุคลากร และประชาชนผู้มารับบริการ พร้อมอัพเดตความคืบหน้าการรักษาผู้ป่วยจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

ท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แพร่ระบาดไปทั่วโลกกว่า 28,261 ราย ในขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 25 ราย (ข้อมูลเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 63)  โรงพยาบาลหลายแห่งจึงออกมาตรการจัดระบบรับมือกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 นี้อย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ในการเข้ามาใช้บริการในโรงพยาบาล

เช่นเดียวกับที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ หรือ ร.พสวนดอก ที่ออกมาตรการเฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัสโคโรนานี้อย่างเป็นระบบในโรงพยาบาล หลังจากก่อนหน้านี้พบผู้ติดเชื้อโคโรนา 1 ราย (ชาวจีน อาการดีขึ้นต่อเนื่อง) จากผู้เข้าข่ายสงสัยว่าจะติดเชื้อ 17 ราย ซึ่ง 14 ราย ตอนนี้ปล่อยให้กลับบ้านได้แล้ว เนื่องจากไม่พบเชื้อ แต่อีก 2 รายที่เหลือ ขณะนี้พักอยู่ที่โรงพยาบาล เนื่องจากรอผลตรวจอย่างเป็นทางการ

ทางโรงพยาบาลมหาราช ตระหนักเรื่องนี้ว่าโรคไวรัสเหล่านี้ มีการแพร่กระจายทางทางเดินหายใจ คือมีการไอจามต่าง ๆ และมีไข้ เราได้ร่วมมือทั้งทางนโยบายของกระทรวงสาธารณะสุข ในการคัดกรองเป็นระบบ เพื่อป้องกันการติดเชื้อของประชาชนที่เข้ามาในโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ภายใน

โดยมีขั้นตอนการจัดการระบบ ดังนี้

  1. ปกติ รพ. จะมีทางเข้าออกหลายทาง ในณะนี้เราปิดทางเข้าออกอยู่หลายทาง ตอนนี้เหลือ 5 จุดใหญ่ ๆ
  2. แต่ละจุดจะมีแอลล์กอฮอร์สำหรับทำควาสะอาดมือก่อนเข้าโรงพยาบาล และแต่ละจุดจะมีเป็นเครื่อง Thermoscan หรือกล้องถ่ายภาพความร้อน และ เครื่องวัดอุณหภูมิอินฟราเรด ใช้เพื่อวัดอุณหูมิร่างกายในขณะที่เราเดินผ่านจุดตรวจ ถ้าใครมีไข้เราก็จะรู้ เพื่อให้มั่นใจยิ่งขึ้นว่าคนที่เป็นไข้ ไอ ไข้หวัดเจ็บคอ เป็นโคโรนาหรือไอหวัดใด ๆ ไม่ควรเข้าไปอยู่ในตัวตึก เพื่อให้ประชาชนที่มาใช้บริการนั้นมีความมั่นใจ หายใจได้อย่างสดชื่น ทั้งนี้ถ้าจะเป็นหวัดภูมิแพ้หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ ควรใส่หน้ากากไปด้วยเพื่อเป็นวัฒนธรรมที่ดี ทั้งนี้ไม่ใช่เพียงแต่ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ แต่บุคลากรของทางสวนดอกเองก็ต้องผ่านการเช็คเช่นเดียวกัน ไม่ใช่เฉพาะผู้ป่วย เราต้องทำทุกคนให้เหมือนกัน                                                                                  เครื่อง Thermoscan                                                                           ภาพตรวจวัดความร้อนจากคน
  3. ถ้าใครมีอาการไข้ หรือวัดอุณหภูมิร่างกาย มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส มีอาการไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หรือหายใจหอบเหนื่อยและมีประวัติเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนและต่างประเทศ ภายใน 14 วันก็จะมีการซักประวัติต่อ โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ
  • กลุ่มที่เป็นไข้และไม่ได้มีประวัติไปท่องเที่ยวต่างประเทศที่มีการระบาดของโรค เราก็จะจัดผู้ป่วยส่วนนี้ไปตรวจอยู่ในเขตพิเศษอีกคลีนิคหนึ่งซึ่งจะเป็นคลีนิคที่รักษาโรคระบบทางเดินหายใจทั่วไป ตรวจอาการส่งแล็ปที่จำเป็นและให้การรักษา
  • ส่วนผู้ป่วยที่มีไข้และคัดกรองมาจากประเทศที่มีกลุ่มเสี่ยง เราจะคัดกรองไปตรวจอีกที่หนึ่ง เรียกว่าเป็นคลีนิคสำหรับโรคนี้โดยตรง มีการตรวจซักประวัติต่าง ๆ ซึ่งหากผู้ป่วยที่ต้องสงสัยมีอาการว่าจะมีการติดเชื้อนั้น เราจะแอดมิดผู้ป่วยเข้าในตึกแยกโรค ที่มีห้องควบคุมความดันลบ เพื่อที่จะไม่ให้เชื้อกระจายและมีห้องแยกต่าง ๆ

ดังนั้น ทราบได้เลยว่าคนไข้ที่มารับบริการที่ รพ.สวนดอกเอง หรือศรีพัฒน์เอง ทุกคนไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องของโรคไข้หวัด เพราะฉะนั้นสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มารับบริการได้ ประเด็นที่สองคือทุกคนสะอาดดีอยู่แล้ว ก่อนที่จะเข้าตึก วันนี้ถ้าเราไปเดินข้างล่างถ้าไม่ใส่แมส ก็จะกลายเป็นคนประหลาด เพราะฉะนั้นทุกคนต้องมีการป้องกันตัวเอง

นั่นคือแนวทางของทางโรงพยาบาล ที่มีการดูแลผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อย่างเป็นมาตรฐาน ในสิ่งที่ผ่านมาในรอบเกือบเดือนต้องบอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ เราไม่ทราบว่ามันจะเกิดผลกระทบเร็วขนาดนี้ ต้องเรียนว่าทางคณะแพทย์ศาสตร์เรามีการเตรียมตัวเป็นอย่างดี มีการพูดคุย มีการประชุมกันทุกวัน เพื่อการให้บริการประชาชนที่ต้องบอกว่ามีคนใช้บริการตรวจไข้ทั้งหมดกว่า 60 รายในเมื่อวานนี้ (5 ก.พ. 63) ซึ่งเราก็พยายามจัดระบบให้เข้มข้นที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง