12 องค์กรคนรุ่นใหม่ออกแถลงการณ์ “สนับสนุนแถลงการณ์ 12 องค์กรภาคประชาชนอีสาน”

12 องค์กรคนรุ่นใหม่ออกแถลงการณ์ “สนับสนุนแถลงการณ์ 12 องค์กรภาคประชาชนอีสาน”

20140611000607.jpg

แถลงการณ์เครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมรุ่นใหม่ประเทศไทย

“แด่…ความรักที่บังคับกระชับมิตร”

            จากการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)  ได้เรียกตัว ๑๒  องค์กรภาคประชาชนในอีสานเข้าไปรายงานตัวเพื่อปรับทัศนะคติ หลังจากได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืน ” ไม่ปฏิรูปใต้ท็อปบู๊ท คสช.” เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๗  ที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญ คือ ไม่ขอร่วมการปฏิรูปกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เนื่องจากอำนาจไม่ชอบธรรมที่มาจากการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)  และไม่ยอมรับเครื่องมือและกลไกของรัฐบาล  เช่น  คณะรัฐมนตรี  สภานิติบัญญัติแห่งชาติ  และสภาปฏิรูปแห่งชาติ  ซึ่งไม่ได้มีการยึดโยงจากอำนาจประชาชน  และได้ส่งผลกระทบกระเทือนถึงสิทธิ  เสรีภาพ  และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชน 

            จากการที่ ๑๒  องค์กรภาคประชาชนอีสานปฏิเสธไม่เข้าร่วมการปฏิรูปนั้น  ด้วยเหตุผลว่า พวกเขารักในสิทธิ  เสรีภาพ  และประชาธิปไตย  ไม่ได้มีความรักให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)  และไม่ได้มีจิตใจฝักใฝ่ในอำนาจการปกครองที่ได้มาด้วยการยึดอำนาจเอาจากประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริง  พวกเขาทั้ง ๑๒ องค์กร มีความกล้าหาญพอที่จะปฏิเสธในอำนาจที่พวกเขาเห็นว่าไม่ชอบธรรม  ภายใต้อำนาจมืดมัวทั่วฟ้าเมืองไทยของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)  ได้ใช้กฎอัยการศึกในการบีบบังคับเอาความรักจากประชาชน  โดยที่ไม่เข้าใจเลยว่าความรักนั้น  ไม่ใช่ได้มาด้วยการบังคับ ขู่เข็ญ  เพราะความรักมันไม่อาจจะบังคับให้ใครรักใครได้  ไม่อาจบังคับให้รักกลุ่มบุคคลใดได้  หรือแม้แต่บังคับให้รักการปกครองเพียงรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งได้  แต่ความรักต้องเกิดจากความยินยอม  ไม่ว่าจะเป็นความรักระหว่างชายกับหญิงหรือรัฐกับประชาชน  ต่างต้องมาจากความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่าย  นี่คือพื้นฐานความรักที่มนุษย์พึงมีให้แก่กันและกัน  ในระบอบการปกครองก็เช่นกันผู้นำ  ต้องถามประชาชนว่าประชาชนต้องการรูปแบบใด  หากประชาชนต้องการปกครองด้วยประชาธิปไตยประเทศชาติก็จะต้องเป็นประชาธิปไตย  ซึ่งหากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)  ไม่เข้าใจหลักการพื้นฐานความรักข้อนี้  ก็ไม่อาจ ”คืนความสุขให้ประชาชน” ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้   นั่นเท่ากับว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ผิดคำสัญญาของตนเองและผิดสัญญาต่อประชาชน  การบีบบังคับจิตใจกันและกันนอกจากจะไม่ได้ความรักกลับคืนมาแล้ว   กลับจะทวีความเกลียดชังมากยิ่งขึ้น พวกเรามีความกังวลต่อสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง  หากเกิดการลุกฮือจากประชาชนที่แท้จริงและอาจนำไปสู่สงครามกลางเมือง  

พวกเราในนามตัวแทนของพลังคนรุ่นใหม่มีข้อเรียกร้อง  ดังนี้ 

  1. ขอให้ยุติการบังคับหัวจิตหัวใจประชาชนให้รักในบุคคลใด องค์กรใด ระบอบการปกครองแบบใด 
  2. หากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการเรียกตัวใครไปปรับทัศนะคติ  ขอให้เปิดเวทีสาธารณะเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบด้วย
  3. ขอให้คืนอำนาจที่แท้จริงให้กับประชาชนเพื่อฟังเสียงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน

                                                                                            

                                                                                          ด้วยความเคารพและศรัทธาต่อ

                                                      สิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และความรักที่มีต่อเพื่อนมนุษย์

                                                                                              ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

องค์กร

๑. เครือข่ายนักกิจกรรมภาคใต้

๒. เชียงรายเรนเจอร์

๓. เพื่อชีวิตฅนเมือง

๔. ตำนานฅนเมือง

๕. สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์

๖. บัณฑิตอาสาสมัครปกป้องประชาธิปไตย

๗. กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม(ดาวดิน)

๘. กลุ่มรักเพื่อนมนุษย์

๙. กลุ่มกระพุนไฟ

๑๐. กลุ่มอาปูตาเย

๑๑. กลุ่มกวีไฮกุไร้ชีพ

๑๒. กลุ่มเสรีนนทรี

 ABOUT THE AUTHOR

ประชาชน