5 ข้อเท็จจริง จาก ม.ฟาฏอนี ต่อกรณีวิสามัญฆาตกรรมนักศึกษาที่ทุ่งยางแดง

5 ข้อเท็จจริง จาก ม.ฟาฏอนี ต่อกรณีวิสามัญฆาตกรรมนักศึกษาที่ทุ่งยางแดง

20152703153033.jpg

“เราอุตส่าห์สร้างคน เเล้วคุณ (ก็เข้ามา) ทำลาย เราเสียใจ” 
ผศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดี มหาวิทยาลัยฟาฏอนี กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐวิสามัญฯ 2 นักศึกษา ม.ฟาฏอนี จากการนำเสนอข่าวที่กล่าวหาว่านักศึกษาที่เสียชีวิตเป็นเเนวร่วมผู้เห็นต่างจากรัฐ (RKK)
ภาพจาก: อัลฟะลาฮฺ เเละสมาคมบัญฑิตเเละนักศึกษาอัสสลาม (AGSA)

27 มี.ค. 2558 เวลาประมาณ 15.00 น. ผศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดี มหาวิทยาลัยฟาฏอนี อ่านคำแถลงการณ์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ฉบับที่ 1 เรื่อง การเสียชีวิตของนักศึกษาอันเนื่องมาจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ณ อาคารสภามหาวิทยาลัยฯ ความว่า 

แถลงการณ์ มหาวิทยาลัยฟาฎนี ฉบับที่ 1
เรื่อง การเสียชีวิตของนักศึกษาอันเนื่องมาจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 มี.ค.58 เวลาประมาณ 17.20 น. มีการสนธิกำลังระหว่างฉก.ปัตตานี 25 นปพ. 431 ฉก ทพ.41 กำลังตำรวจจากสภ.ทุ่งยางแดง จนท.ฝ่ายปกครอง และ ทหารจากร้อย ร.35314 ฉก.ปัตตานี ได้เข้าปฏิบัติการตรวจสอบความผิดปกติในพื้นที่ ม.6 บ.โต๊ะชูด ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี การปฏิบัติการดังกล่าว ส่งผลให้มีการจับกุมประชาชนจำนวน 22 คน และวิสามัญฆาตกรรม จนมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน 4 ศพ โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตนั้นมีนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยฟาฏอนี 2 คน คือ นายคอลิด สาแม็ง และนายมะดารี แม้เราะ โดยสื่อกระแสหลักได้มีการให้ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะว่าผู้เสียชีวิตเป็นผู้ก่อความไม่สงบระดับปฏิบัติการ (RKK) มีอาวุธและได้ทำการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งข่าวดังกล่าวเป็นเท็จและได้ส่งผลกระทบต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และ ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก

มหาวิทยาลัยฟาฏอนี จึงขอเสนอข้อเท็จจริง เพื่อจะได้นำไปประกอบการพิจารณาคลี่คลายปัญหาข้อขัดแย้งที่ดำเนินอยู่และมีแนวโน้มที่จะลุกลามขยายตัวต่อไป ดังต่อไปนี้

1.นักศึกษาที่เสียชีวิตทั้ง 2 คน อยู่ระหว่างการศึกษาในชั้นปีที่ 4 ประวัติการศึกษาที่ผ่านมา ไม่ปรากฏพฤติกรรมที่ส่อไปในทางเป็นภัยต่อความมั่นคงและเป็นแนวร่วม RKK แต่อย่างใด และทั้งสองคนไม่เคยมีหมายจับในคดีความมั่นคงใดๆ และมหาวิทยาลัยไม่เคยได้รับหนังสือเตือนจากฝ่ายความมั่นคงที่ระบุว่านักศึกษาทั้งสองคนมีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคง

2.เพื่อร่วมกันดำรงรักษาความปรองดองสมานฉันท์ในพื้นที่ตามนโยบาย คสช.และรัฐบาล มหาวิทยาลัยฟาฎอนี ขอให้มีการตั้งกรรมการกลางขึ้นสอบสวนและแสวงหาข้อเท็จจริงร่วมกันโดยคณะกรรมการกลางฯดังกล่าวประกอบขึ้นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีผู้เแทนมหาวิทยาลัยฟาฏอนีเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการกลางฯ ดังกล่าวด้วยเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงอันที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

3.ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวที่ได้ตรวจสอบแล้วอย่างเป็นกลางด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ งดการนำเสนอข่าวที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวผู้เสียหายและมหาวิทยาลัยในระหว่างที่ข้อเท็จจริงยังไม่มีการสรุป

4.ขอให้ทุกฝ่ายแสดงความจริงใจต่อการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง และยึดมั่นนโยบายพระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” ซึ่งเป็นที่มาของนโยบาย “ทุ่งยางแดงโมเดล” อย่างเป็นรูปธรรม

5.มหาวิทยาลัยฟาฏอนีขอยืนยันที่จะแก้ปัญหาโดยสันติวิธีที่สามารถสร้างความพึงพอใจแก่ทุกฝ่ายและเชื่อว่าสันติภาพจะเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่มีความยุติธรรม การให้เกียรติ ความรอบคอบ ปราศจากอคติและผลประโยชน์ใดๆ ทับซ้อน

ด้วยความจริงและสันติภาพ
27 มีนาคม พ.ศ. 2558

 

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง