NCA ยุติการทำงานในประเทศไทย หลังร่วมดำเนินงานถึง 30 ปี

NCA ยุติการทำงานในประเทศไทย หลังร่วมดำเนินงานถึง 30 ปี

 

            องค์กรบรรเทาทุกข์คริสจักรนอร์เวย์ (Norwegian Church Aid) เปิดแถลงยุติงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2558  ณ สวนอาหาร Eat On Earth จังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังที่ดำเนินงานในประเทศไทยถึง 30 ปี ในฐานะองค์กรทุนที่ได้การสนับสนุนจากรัฐบาลนอร์เวย์

            หากย้อนดูประวัติศาสตร์การทำงานขององค์กรนี้ในประเทศไทยพบว่า มีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยไม่น้อย   เริ่มตั้งแต่ปี 1990  ทำงานกับรัฐบาลไทยลดการปลูกฝิ่นในสามจังหวัดทางภาคเหนือ ซึ่งในสมัยนั้นเป็นที่รู้กันว่าปัญหาฝิ่น แพร่ระบาดอย่างนัก  ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย  และคุณภาพชีวิตประชาชน  ผลการดำเนินงานในครั้งนั้นทำให้ปัญหาการปลูกฝิ่นลดลงและพี่น้องชาวเขาหันมาปลูกพืชอย่างอื่นทดแทน

            ต่อมาประเทศไทยเผชิญปัญหา การแพร่ระบาดของเชื้อเอช ไอวี/เอดส์ ส่งผลกระทบอย่างนักต่อประชาชน  โดยเฉพาะภาคเหนือจะมีปรากฏการเรื่องการตกเขียว ทำให้มีผู้ติดเชื้อมากกว่าภาคอื่นๆ   ขณะที่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเอชไอวีของประชาชน ในขณะนั้นถือว่าเป็น”ศูนย์”  รัฐบาลไทยต้องทำงานอย่างนักเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด

            องค์กรบรรเทาทุกข์คริสต์จักรนอร์เวย์ จึงร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายในการทำงานด้านการป้องกันและให้ความรู้ที่ถูกต้องต่อผู้ติดเชื้อ ด้านการดูแลตนเอง พร้อมๆ กับการพัฒนาเครื่องมือและสื่อจะเข้าไปทำงานกับชุมชน

            อาจกล่าวได้ว่าเป็นองค์แรกๆ ในการเข้าไปทำงานกับชุมชนอย่างแท้จริง จนต่อมาได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากกองทุนโลกเมื่อปี 2007  ได้ขยายความร่วมมือกับองค์กรทางศาสนาประกอบไปด้วย ศาสนาพุทธ  ศาสนาคริสต์ และศาสนามุสลิม จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตในชุมชน 60  แห่ง ทุกภูมิภาค เพื่อดูแลผู้ติดเชื้อภายใต้ประยุกต์หลักธรรมทางศาสนา

            Mr.Eivind  Aalborg : Director of  international Department  กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป ผู้บริจาคเงินก็เปลี่ยนไปจากกลุ่มเดิม  NCA จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปิดสำนักงานในประเทศไทย และมองหาประเทศยากจน  ที่อยู่ใสภาวะยากลำบาก  มีภัยพิบัติ  ขณะเดียวกัน NCA ก็ไม่ได้ดำเนินงานอย่างอิสระ แต่ผูกกับนโยบายของรัฐบาลนอร์เวย์  เพราะได้รับงบประมาณสนับสนุนต่อปีถึง 60 % ที่เหลืออีก 40 % รับบริจาคจากคนทั่วไป  นโยบายของรัฐบาลมุ่งให้ความช่วยเหลือประเทศที่อยู่ในเกณฑ์ภาวะลำบากดังที่กล่าวมาเบื้องต้น เช่น ประเทศในแถบแอฟริกาใต้ที่ผู้คนยังขาดแคลนอาหาร  ที่อยู่อาศัย และเผชิญต่อโรคระบาดอย่างนัก

            ขณะเดียวกัน Mr.Eivind  Aalborg  กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานที่อยู่ในแถบเอเชียก็จะถูกปิดลงเช่นกันภายใน 1 – 2 ปีนี้  ปัจจุบันมีสำนักงานอยู่ 6 แห่ง ด้วยเหตุผลเดียวกับประเทศไทยคือชีวิตประชาชนอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ  ขณะเดียวกันสำนักงานใหญ่ปรับยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานกับประเทศต่างๆ  ให้ลดระยะเวลาสั้นลงประมาณ  2- 3  ปีเท่านั้น ไม่กินระยะเวลานานอย่างประเทศไทย  เน้นการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและดึงเอาทรัพยากรมาใช้อย่างเต็มที่

            Mr.Rolf Strand : Representative for Loa and Thailand  กล่าวว่า  อายุการทำงานของ NCA ในประเทศไทยถือว่าครึ่งชีวิต   เพราะปัจจุบันก็อายุ 68 ปีแล้ว  ที่ผ่านมาเรามีความเชื่อเสมอว่า การสร้างโลกที่มีความยุติธรรมไม่สามารถสร้างด้วยองค์ใดองค์กรหนึ่ง  แต่ต้องมีภาคส่วนต่าง ๆ มาสมทบ  เมื่อก่อนในกลุ่มผู้นำศาสนาไม่สามารถพูดถึงเอดส์ได้เพราะ เป็นเรื่องที่น่าอาย ผิดบาป ขัดกับหลักศีลธรรม  แต่การดำเนินงานในเรื่องนี้ในประเทศไทยถือว่าประสบความสำเร็จจนชื่นชม

            บทเรียนการทำงานจากประเทศไทยครั้งนี้จะเป็นองค์ความรู้สำคัญที่จะนำไปเผยแพร่ต่อประเทศอื่นๆ  ให้เข้าใจการทำงานแบบบูรณาการกับองค์กรภายในประเทศมากขึ้น

            ขณะเดียวกันมองว่าประเทศไทยก็มีความท้าทายในหลายๆ เรื่อง  โดยเฉพาะเรื่องสิทธิ์ที่ต้องทำงานอย่างนัก เช่น การละเมิดสิทธิเด็ก  สิทธิกลุ่มคนชายขอบ และขอชื่นชมคณะทำงานในประเทศไทยที่ยังปรารถนาทำงานด้านอื่นๆ ต่อไป เช่น ก่อตั้งมูลนิธิเครือข่ายศาสนาเพื่อสังคมที่ทำงานร่วมกันของทั้ง 3 ศาสนา  ดังนั้นการปิดสำนักงาน NCA ประเทศไทยจึงไม่ได้หมายถึงการปิดการทำงานเสียทีเดียว แต่เป็นการเริ่มงานรูปแบบใหม่ร่วมกับ NCA ในอนาคต

             ขณะที่นายประเสริฐ  เดชะบุญ  คณะทำงานเครือข่ายศาสนา กล่าวว่า  แม้สำนักงานใหญ่จะมองไทยว่ามีคุณภาพชีวิตดีขึ้นวัดจากรายได้ GDP แต่ถ้ามองปรากฏการณ์ในปัจจุบันจะพบว่า  เราผ่อนรถยนต์นานกว่าอดีตถึง 5 ปี ผ่อนบ้านเพียง 10 ปี ปัจจุบันผ่อนไม่ต่ำกว่า 30 ปีและอาจจะมีมรดกหนี้ถึงลูกหลานในอนาคต  แสดงว่าคนมีสถานะการเงินลดลง ข้าวของแพงขึ้น   คนกระทำผิดกฎหมายและติดคุกเป็นอันดับสามของโลก  การยาร้างมากขึ้น  นอกจากนี้ยังพบว่าคนไทยนอกใจคู่สมรสของตนเองเป็นอันดับหนึ่งอีกด้วย  แสดงว่ามวลรวมความสุขของประเทศไทยลดลงมาก นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า ประเทศไทยขาดความสุขแม้ว่าสภาพทางเศรษฐกิจดีขึ้น  ขณะที่รายได้ส่วนหนึ่งเป็นของนายทุนต่างชาติ

            หากจะกล่าวว่า GDP สูงปัญหาหมดไปจึงไม่จริง  ประเทศไทยมีปัญหาอีกมากมายที่ต้องแก้ไข ส่วนใหญ่เป็นผลกระทบจากโลกาภิวัตน์   อย่างปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่รถติดมากขึ้น  เพราะระบบขนส่งมวลชนมีปัญหา  สภาวะแบบนี้ทำให้คนในท้องถิ่นมีความเครียดมากขึ้น ดังนั้นเราอาจจะต้องทำงานแบบใหม่ที่ตอบสนองต่อปัญหาที่ความซับซ้อนกว่าเดิม  โดยอาศัยเครื่องมือและทุนเดิมที่ NCA ได้ให้ไว้