กรมประมงยืนยันมาตรการขจัด IUU fishing ไม่มีการนิรโทษกรรมเครื่องมือประมงทำลายล้างและผิดกฏหมาย

กรมประมงยืนยันมาตรการขจัด IUU fishing ไม่มีการนิรโทษกรรมเครื่องมือประมงทำลายล้างและผิดกฏหมาย

กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กรุงเทพฯ, 9 กรกฎาคม  2558 – เครือข่ายประมงพื้นบ้านและภาคประชาสังคม ประกอบด้วย สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย สมาคมรักษ์ทะเลไทย มูลนิธิสายใยแผ่นดิน องค์การอ็อกแฟม ประเทศไทย และกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงความชื่นชมหลังจากกรมประมงส่งหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการเรื่องมาตรการในการต่อสู้การประมงผิดกฎหมาย ไม่มีการรายงานและขาดการควบคุม (IUU) โดยระบุว่าจะไม่มีการนิรโทษกรรมเครื่องมือประมงทำลายล้าง 3 ชนิด คือ อวนลาก อวนรุน และเครื่องมือจับปลากระตักประกอบแสงไฟล่อในเวลากลางคืน

การยืนยันจากกรมประมงนี้ถือเป็นจังหวะก้าวสำคัญในการฟื้นฟูทะเลไทยจากวิกฤตการทำประมงเกินศักยภาพที่ดำเนินสืบเนื่องมาหลายทศวรรษ และการยกเลิกเครื่องมือประมงทำลายล้างเหล่านี้ยังจะส่งผลให้พันธุ์สัตว์น้ำในทะเลไทยมีโอกาสเติบโตและขยายพันธุ์ และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับผู้บริโภคและสังคมไทยในระยะยาว

กรมประมงได้ส่งหนังสือลงวันที่ 30 มิถุนายน 2558 ตอบรับข้อเรียกร้องของเครือข่ายประมงพื้นบ้านและภาคประชาสังคมต่อกรณีใบเหลืองประมงจากสหภาพยุโรป โดยกรมประมงได้จัดทำร่างนโยบายการบริหารจัดการประมงทะเลไทยที่มีแผนระดับชาติในการป้องกันและยับยั้ง IUU fishing และมีการเชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งสมาคมประมง ผู้ประกอบการ และประมงพื้นบ้าน เข้าร่วมให้ข้อมูล และข้อคิดเห็นต่อการจัดการในเรื่องนี้

นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทยกล่าวว่า การตอบรับและตัดสินใจเรื่องไม่นิรโทษกรรมเครื่องมือประมงผิดกฏหมายทั้ง 3 ชนิดนี้ เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่ภาครัฐมีความใส่ใจนำข้อคิดเห็นจากประชาชนมาเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลระดับชาติ และในอนาคตหวังว่าจะเกิดการจัดการแก้ปัญหาอย่างมีส่วนร่วมเช่นนี้ต่อไป

การที่กรมประมงได้นำข้อคิดเห็นเหล่านี้มาปรับปรุงในร่างนโยบายการจัดการดังกล่าว โดยเนื้อหาสำคัญคือไม่มีการนิรโทษกรรมเครื่องมือทำลายล้างทั้ง 3 ชนิด เป็นเรื่องที่น่ายินดีซึ่งเป็นผลมาจากการผลักดันและรณรงค์ร่วมกันของประชาชนและเครือข่ายภาคประชาสังคม ที่ต่อสู้เรียกร้องประเด็นนี้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมมาอย่างยาวนาน โดยความสำเร็จจากการรณรงค์ร่วมกันในครั้งนี้จะส่งผลดีต่อการฟื้นฟูทะเลไทยซึ่งเป็นทรัพยากรร่วมกันของชาติ อย่างมีนัยสำคัญยิ่ง

 ABOUT THE AUTHOR

ติดตามข่าวสาร รวบรวมสถานการณ์สิ่งแวดล้อมไทย และต่างประเทศ