7 มีนาคม เวที “มิติสตรีนิยมในการปฏิรูปการเมืองไทย”

7 มีนาคม เวที “มิติสตรีนิยมในการปฏิรูปการเมืองไทย”

 

เวที  “มิติสตรีนิยมในการปฏิรูปการเมืองไทย”

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศไทยเป็นไปอย่างกว้างขวางนั้น ปรากฏว่ามีข้อถกเถียงโต้แย้งอย่างมากมายหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของกระบวนการและขอบเขต ทั้ง “การปฏิรูปการเมือง” เพื่อให้การเข้าสู่อำนาจและการใช้อำนาจมีความชอบธรรม เช่น การเลือกตั้ง ระบบรัฐสภา พรรคการเมือง กระบวนการนิติบัญญัติ เป็นต้น และ “การปฏิรูปประเทศ” ซึ่งมีขอบเขตเนื้อหากว้างกว่าเรื่องของปฏิรูปการเมืองมากนัก รวมประเด็นเศรษฐกิจ เช่น นโยบายพลังงาน การเปิดเสรีการค้าและการลงทุน การปฏิรูปภาคเกษตรกรรม เป็นต้น ประเด็นเรื่องสังคม เช่น ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ-ไม่เป็นธรรม สิทธิแรงงาน เป็นต้น และประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การปฏิรูประบบ EIA/EHIA การเข้าถึงฐานทรัพยากร การปฏิรูปที่ดิน การจัดการน้ำและป่าไม้ เป็นต้น รวมทั้งข้อเสนอให้มีการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาเฉพาะ โดยอาจใช้ชื่อว่า“สภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย” หรือ “สมัชชาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย” เพื่อรับผิดชอบดูแลกระบวนการปฏิรูป ประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งที่สังคมไทยยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้

หากพิจารณารายละเอียดของการถกเถียงโต้แย้งดังกล่าว จะพบว่ายังคงขาดมิติหรือมุมมองสตรีนิยม กล่าวคือ แนวคิดเรื่องสิทธิมนุษยชนสตรี ความเสมอภาคทางเพศ และความเท่าเทียมทางเพศ โดยเฉพาะสิทธิสตรีและสิทธิผู้มีความหลากหลายทางเพศ ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งในประเด็นการถกเถียงเพื่อการปฏิรูปสังคมไทย แม้ว่าจะเป็นมิติที่สำคัญและเป็นหลักการพื้นฐานหนึ่งของการปฏิรูปสังคมไทย

ยิ่งกว่านั้น การถกเถียงในเวทีเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งในสภาและนอกสภา  พบว่ามีลักษณะของความรุนแรงทางเพศและแฝงไปด้วยอคติทางเพศ เช่น กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยโจมตีนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยกล่าวคำว่า “อีโง่” เป็นการกระทำความรุนแรงด้วยวาจา ขณะที่ ส.ส. หญิงพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ กล่าวคำขอโทษ มิฉะนั้นจะนำ “ผ้าถุง” ไปมอบให้อันเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ผลิตซ้ำการกดขี่เพศหญิงไม่แตกต่างกัน เป็นต้น

แม้การแสดงออกทางการเมืองถือเป็นสิทธิพลเมืองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 ว่าด้วยเสรีภาพในการชุมนุม โดยให้สิทธิประชาชนชาวไทยได้มีส่วนร่วมทางการเมืองได้หลายช่องทาง และใช้สิทธิเสรีภาพได้หลายรูปแบบตามวิถีประชาธิปไตยก็ตาม แต่การชุมนุมที่มีการปราศรัยโดยผู้ชุมนุมกลุ่มต่างๆ  ในลักษณะของการสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) เช่น การใช้ภาษาที่แสดงการเหยียดหยาม ก้าวร้าวทางเพศ  อันเป็นการลดทอนคุณค่าและเลือกปฏิบัติทางเพศ โดยเฉพาะความเป็นเพศหญิงและกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ รวมถึงมีพฤติกรรมสร้างความเกลียดชัง  มีอคติและทำลายความน่าเชื่อถือของบุคคลด้วยเหตุแห่งเพศ  ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและเป็นการเลือกปฏิบัติต่อสตรีที่มีบทบาททางการเมือง

แม้ว่าในกระบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศไทย หรือปฏิรูปสังคมจะมีการถกเถียงในมิติต่างๆ อย่างมาก  แต่กลับขาดมิติด้านสตรีนิยม  อีกทั้งข้อเสนอจากการถกเถียงเหล่านั้นยังสร้างความรุนแรงทางเพศ และอคติทางเพศ ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิผู้หญิง กฎหมายและการพัฒนาชนบท (FORWARD) และศูนย์สตรีศึกษา/ภาควิชาสตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านความเสมอภาคระหว่างเพศในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และสมาคมผู้หญิง กฎหมายและการพัฒนาแห่งเอเชียแปซิฟิก (APWLD)  ตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้องคุ้มครองสิทธิผู้หญิงและส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ  จึงได้จัดเวทีโต๊ะกลมขึ้นในเดือนสตรีสากลเพื่อระดมความคิดเห็น นำเสนอแนวคิด และรูปแบบการปฏิรูปการเมืองไทยในทัศนะสตรีนิยม  เพื่อส่งเสริมให้ผู้หญิงมีพลังในการสร้างสรรค์บทบาททางการเมืองและการบริหารประเทศอย่างมีส่วนร่วมและเสมอภาคเท่าเทียมกัน

 

ดังนั้นเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองและการปฏิรูปการเมืองไทย  เสนอแนวคิดและรูปแบบการปฏิรูปการเมืองไทยในทัศนะสตรีนิยม  และเพื่อสื่อสารสาธารณะประเด็นสถานการณ์ทางการเมืองตามทัศนะสตรีนิยม

มูลนิธิผู้หญิง กฎหมายและการพัฒนาชนบท (FORWARD)  ศูนย์สตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาควิชาสตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านความเสมอภาคระหว่างเพศในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย  สมาคมผู้หญิง กฎหมายและการพัฒนาแห่งเอเชียแปซิฟิก (APWLD)  จึงกำหนดจัด  “เวทีโต๊ะกลมเดือนสตรีสากล “มิติสตรีนิยมในการปฏิรูปการเมืองไทย” ในวันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2557  เวลา 8.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารสตรีศึกษา ศูนย์สตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

กำหนดการ

 

08.30 – 09.00 น.        ลงทะเบียน

 

09.00 – 09.10 น.        กล่าวเปิดงานเวทีโต๊ะกลมและชี้แจงวัตถุประสงค์

   โดย  อาจารย์ฉลาดชาย รมิตานนท์ 

          อาจารย์พิเศษบัณฑิตศึกษา หลักสูตรสตรีศึกษา ภาควิชาสตรีศึกษา

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

09.10 – 12.00 น.        เปิดเวทีอภิปราย “มิติสตรีนิยมในการปฏิรูปการเมืองไทย”

   ดำเนินรายการโดย     รองศาสตราจารย์ ดร.นงเยาว์ เนาวรัตน์

ผู้อำนวยการศูนย์พหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

12.00 – 13.00 น.        รับประทานอาหารกลางวัน

 

13.00 – 16.00 น.        อภิปรายต่อ

 

16.00 – 16.30 น.        สรุปผลการอภิปราย

  โดย  รองศาสตราจารย์ ดร.นงเยาว์ เนาวรัตน์

 

          

 ABOUT THE AUTHOR

เคยเขียนข่าว สารคดี เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์พลเมืองเหนือ เคยรายงานข่าววิทยุ สำนักข่าวไทย อสมท. ตอนนี้เป็นทำงานอยู่สำนักเครือข่ายสื่อพลเมือง ไทยพีบีเอส ทำข่าว ข้อมูล ประสานเครือข่าย ฝีกอบรม สร้างพื้นที่สื่อสารสาธารณะ