ข้าวอินทรีย์บ้านบัว

ข้าวอินทรีย์บ้านบัว

ข้าวอินทรีย์บ้านดอกบัว  เป็นข้าวอินทรีย์ที่มีคุณภาพและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง  ปลอดจากสารเคมีและมีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน  จนได้รับตราOrganic Rice  Thailand ผู้บริโภคสามารถมั่นใจว่า  ได้รับประทานข้าวที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้จริง 

The organic Rice quality and nutritional information. The rice is free from chemical and process manufacturing standards. The rice has been branded as organic rice. Thai consumer can feel confident when consuming the rice, that it is beneficial for their health.

หมู่บ้านข้าวอินทรีย์ บ้านดอกบัว  ตำบลบ้านตุ่น  อำเภอเมืองพะเยา  จังหวัดพะเยา ด้วยวิถีแห่งการดำเนินชีวิตของชุมชนบ้านดอกบัว  ที่น้อมนำดำเนินตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้นำมาซึ่งความสุขอย่างแท้จริงและความยั่งยืนแห่งชีวิตการันตีด้วยรางวัลแห่งความสำเร็จมากมาย     อาทิ เช่นรางวัลรองชนะเลิศประเภทกลุ่มอาชีพดีเด่นตามโครงการเชิดชูเกียรติผู้นำเครือข่ายพัฒนาชุมชนดีเด่น   เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เย็นเป็นสุข  ประจำปี 2551   รางวัลชนะเลิศหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงมั่งมีศรีสุข   ประจำปี 2552 ของจังหวัดพะเยา

และเป็นที่น่ายินดีเนื้อสิ่งอื่นใดเมื่อได้รับรางวัลชนะเลิศถ้วยรางวัลพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประเภทชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงประจำปี 2553 และ 2554 

จึงสามารถมั่นใจได้ว่าผลิตผลจากบ้านดอกบัวมีคุณภาพและคุณค่ามากมายเพียงใดผลิตภัณฑ์ของข้าวอินทรีย์ประกอบไปด้วยข้าวหอมมะลิข้าวกล้องข้าวกข. 6 ข้าวซ้อมมือและเข้าก่ำ

ประโยชน์ของข้าวอินทรีย์บ้านดอกบัวมีวิตามินอุดมสมบูรณ์ไปด้วยเกลือแร่ต่างๆ  มีส่วนช่วยในระบบการทำงานของส่วนต่างต่างของร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ  เช่นวิตามินบี 1 วิตามินบี 2..

 ABOUT THE AUTHOR

บรรจุเข้ารับราชการ ตำแหน่งนักพัฒนาชุมชน ๓ ที่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ปี ๒๕๒๖ ต่อมา ย้ายไป อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ,อ.แม่สาย จ.เชียงราย ดำรงตำแหน่งพัฒนาการอำเภอท่าวังผา,อ.บ่อเกลือ จ.น่าน และต่อมาย้ายเป็นพัฒนาการอำเภอ ๗ อ.เชียงคำ ,อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา สุดท้าย ปี ๒๕๔๙ ดำรงตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการพิเศษ สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา ศาลากลางจังหวัดพะเยา จนถึงปัจจุบัน..บทบาทหน้าที่ เป็นนักสื่อสารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา สถานที่ทำงาน ศาลากลางจังหวัดพะเยา เรียกชื่อตนเองว่า "สารสนเทศเพื่อชุมชน"จนถึงปัจจุบัน..