การเปิดประมูลโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ไม่ชอบธรรม ในขณะที่รายงาน EHIA ยังเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง

การเปิดประมูลโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ไม่ชอบธรรม ในขณะที่รายงาน EHIA ยังเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง

กรีนพีซ

กรุงเทพฯ, 21 กรกฎาคม 2558 – กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้วิพากษ์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ที่เดินหน้าเปิดประมูลโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ โดยเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องของประชาชนและกระบวนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) ที่ยังเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง

การเปิดประมูลถูกเลื่อนไปเป็นวันที่ 5 สิงหาคม จากกำหนดการเดิมคือวันที่ 22 กรกฎาคม โดยอ้างว่าเพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 870 เมกะวัตต์ มีเวลาในการจัดเตรียมเอกสารเพิ่มมากขึ้น

“หลักฐานเชิงประจักษ์ระบุชัดเจนว่าในกระบวนการจัดทำรายงานอีเอชไอเอ เสียงของประชาชนในพื้นที่ที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการถูกปิดกั้น เมินเฉยและถูกกีดกัน” จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

“การเปิดประมูลของกฟฝ.ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงต่อหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของกฟผ. ในฐานะเป็นหน่วยงานด้านไฟฟ้าระดับชาติ ประชาชนฝ่ายคัดค้านโครงการถูกกลั่นแกล้ง ข่มขู่และคุกคามในกระบวนการและเวทีรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

นอกจากนี้ รายงานอีเอชไอเอของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ยังไม่ได้วิเคราะห์ถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจและมิใช่เศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ วิถีชีวิตของชุมชน และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในท้องถิ่นที่ต้องพึ่งพาอาศัยระบบนิเวศที่มีลักษณะพิเศษนี้ และชัดเจนว่าการที่ กฟผ. ละเลยประเด็นเหล่านี้ก็เพื่อให้โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่อนุมัติได้เร็วขึ้น”

ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา กฟผ.ได้พยายามผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าฟ้าถ่านหินและท่าเทียบเรือขนถ่ายถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ เสียงคัดค้านของชุมชนถูกกีดกันในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ในขณะที่รายงาน อีเอชไอเอ/อีไอเอ ยังไม่ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)

“กฟผ.ไม่มีความจริงใจ กฟผ.จะผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทยได้อย่างไร ในขณะที่กำลังเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กำลังตกยุค สกปรกและทำลายความสมดุลของสภาพภูมิอากาศความมั่นคงทางพลังงานและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนมิใช่การนำเข้าถ่านหินจากประเทศอินโดนีเซีย ออสเตรเลียและแอฟริกาใต้”

“กระบี่และประเทศไทยต้องการการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน การศึกษาระบุว่าเราสามารถผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนแบบต่างๆ ได้เต็มร้อย ภายในสามปีข้างหน้าที่จังหวัดกระบี่ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน” จริยา กล่าวเพิ่มเติม

กรีนพีซสนับสนุนข้อเรียกร้องของเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินที่มีต่อรัฐบาล

  • ยุติกระบวนการพิจารณาอนุมัติรายงาน EHIA/EIA ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและท่าเรือถ่านหินที่กระบี่
  • หยุดการเปิดประมูลโครงการโรงไฟฟ้าออกไปอย่างไม่มีกำหนด
  • แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอของเครือข่ายประเด็นศักยภาพพลังงานหมุนเวียนเต็มร้อยที่จังหวัดกระบี่ที่ประกอบด้วยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

 ABOUT THE AUTHOR

ติดตามข่าวสาร รวบรวมสถานการณ์สิ่งแวดล้อมไทย และต่างประเทศ