ชะตาคนนามูล-ดูนสาด บนหลุมเจาะปิโตรเลียมดงมูล

ชะตาคนนามูล-ดูนสาด บนหลุมเจาะปิโตรเลียมดงมูล

20152803145630.jpg

รุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน เรื่อง/ภาพ

 

“นามูล-ดูนสาด” ชื่อนี้สังคมเริ่มให้ความสนใจ หลังเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างการขนย้ายอุปกรณ์ขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมของบริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด เพื่อติดตั้งที่บริเวณหลุมสำรวจดงมูลบี (DM-B) แปลงสัมปทาน L27/43 ในพื้นที่ ต.หนองกุงเก่า อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เราจะเห็นภาพของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหลายร้อยนาย พร้อมกลุ่มคนที่คุลมหน้ามิดชิด คอยเปิดทางอำนวยความสะดวก ท่ามกลางเสียงคัดค้าน และการวิงวิอนของชาวบ้านนามูล ต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ที่หมู่บ้านตั้งอยู่ห่างจากสถานที่สำรวจไม่เกิน 1.5 กิโลเมตร เป็นชนวนเหตุให้คนบ้านนามูลกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดตามมา จึงลุกขึ้นมาคัดค้านเพื่อปกป้องสิทธิ และปากท้องของตนเอง

 

มูลเหตุการต่อสู้ของคนนามูล-ดูนสาด

หลายคนคงสงสัย และมีคำถามว่าทำไมชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ นางสมหมาย จงไพบูลย์ ชาวบ้านนามูล เล่าให้ฟังว่า หากย้อนหลังไปเมื่อปี 2532 บริษัทเอสโช่ได้เข้ามาขุดเจาะสำรวจ ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับหลุมเจาะดงมูล-บี ในปัจจุบัน ช่วงนั้นชาวบ้านไม่ได้รวมกลุ่มกันต่อต้านเพราะหลวงเป็นคนอนุมัติให้ทำ และยังไม่รู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งหลังจากที่มีการสำรวจแล้วก็ทำการปิดหลุมไม่ได้ดำเนินการอะไรต่อเนื่อง จนเมื่อปี 2556 ได้มีการเข้าขุดเจาะสำรวจบริเวณบ้านนาคำน้อย ต.หนองใหญ่ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งไม่ไกลจากบ้านนามูลมากนัก การขุดเจาะเผาก๊าซทำให้พืชผลทางการเกษตรเกิดความเสียหาย และเมื่อได้มีโอกาสไปเรียนรู้จากพื้นที่อื่นอย่างที่บ้านคำไผ่ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่ ต.โนนสะอาด อ.หนองแสง จ.อุดรธานี หรือล่าสุดได้ไปดูโรงแยกก๊าซที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ทำให้เชื่อได้ว่าหากมีการดำเนินโครงการต่อไปจะเกิดผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร กระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพอย่างแน่นอน

สมหมาย จงไพบูลย์

นางสมหมาย บอกเพิ่มเติมให้ฟังว่า เพราะชาวบ้านมีความกังวลถึงผลกระทบในระหว่างการขุดเจาะสำรวจ ที่ใช้สารเคมี และการระเบิดจะกระทบต่อแหล่งน้ำใต้ดิน ที่ชาวบ้านต้องพึ่งพาเป็นแหล่งอุปโภคบริโภคของคนทั้งตำบลดูนสาด อีกทั้งความเจ็บไข้ที่จะเกิดจากก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า แม้ในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมจะระบุว่า ก๊าซชนิดนี้จะก่อความเป็นพิษเมื่อมีความเข้มข้นสูง ทำให้เกิดอาการไม่รู้สึกตัวและถึงแก่ชีวิต แต่หากมีปริมาณความเข้มข้นต่ำจะก่อให้เกิดการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ และระคายเคืองตา ก่ออาการตาแดง ถึงแม้บริษัทยืนยันถึงความปลอดภัย แต่ก็เคยเกิดเหตุมาแล้วกับชาวบ้านคำไผ่ จ.กาฬสินธุ์ และบ้านโนนสง่า จ.อุดรธานี ถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลรับการรักษาเป็นร้อยคน

ซึ่งความกังวลของชาวบ้านนั้น หากมีการพัฒนาให้เกิดอุตสาหกรรมปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ทั้งระบบ จากโครงการพัฒนาแหล่งผลิตดงมูล (Dong Mun GPP) 3 ฐานการผลิต Pad A, B และ C ในอนาคตจะเกิดการวางท่อส่งก๊าซ การสร้างโรงแยกก๊าซในบริเวณแถบนี้ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับสัมปทานในพื้นที่ดังกล่าวจนถึงปี 2560 หากการสำรวจก๊าซธรรมชาติครั้งนี้สามารถพัฒนาต่อในเชิงพาณิชย์ได้ ก็จะมีการต่ออายุสัมปทานสำหรับการพัฒนาปิโตรเลียมอีก 20 ปี คนบ้านนามูลก็กลัวว่าจะเป็นอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับคนมาบตาพุด จ.ระยอง หรืออย่างที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น นี่คือสิ่งที่ทำให้ชาวบ้านนามูลต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ในครั้งนี้   

 

จากความตระหนัก สู่การรวมกลุ่มต่อสู้

เพราะการรวมกลุ่มจะก่อให้เกิดพลังในการต่อรอง หากสู้เพียงลำพังคนนามูลตระหนักดีว่าไม่มีทางสู้คู่ขัดแย้งที่มีทั้งเงินและอำนาจได้ การก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบ้านนามูล-ดูนสาด จึงเกิดขึ้น นายวิชัย ใจบุญ ชาวบ้านนามูล เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกๆ ของการรวมกลุ่มหลายคนก็กลัว เพราะได้ยินว่าใครเข้าร่วมกลุ่มจะถูกจับ กลุ่มนี้รวมกลุ่มกันขึ้นมาโดยไม่มีใครเป็นผู้นำ ทุกคนในกลุ่มจะช่วยกันสามารถทำแทนกันได้ทุกเรื่อง เราคิดกันว่าไม่ควรผลักภาระให้ใคร ไม่เน้นให้ใครเป็นคนตัดสินใจอย่างลำพัง กลุ่มเกิดขึ้นเมื่อช่วงที่ชาวบ้านลุกขึ้นมาคัดค้านการขุดเจาะแก๊ส ที่เริ่มก่อตัวเมื่อประมาณปลายปี 2557 ต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จำได้ว่าหลังจากที่ชาวบ้านเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จเมื่อปีที่แล้ว ก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวกันเรื่องนี้ จากการเห็นว่าผลกระทบนั้นจะเกิดขึ้นในอนาคต

“เป้าหมายก็เพื่อจะหยุดการขุดเจาะสำรวจ ดีที่สุดคือให้ยกเลิกขนเครื่องมือออกไปเลย เพราะหวั่นผลกระทบพืชไร่ ยาง อ้อย จะมีผลผลิตลดลง และที่เขาบอกว่าจะนำความเจริญมาให้มันจากตรงไหน ตอนนี้ชุมชนไม่ต้องการความเจริญแล้ว พอใจแล้วที่ได้อยู่กับอากาศบริสุทธิ์ การทำมาหากินตามวิถีชาวบ้าน พอใจที่จะอยู่แบบนี้ โครงการที่เข้ามาในพื้นที่ของเราผลกระทบก็เกิดกับเราแล้วชาวบ้านได้อะไร ก๊าซเราก็ต้องซื้อใช้ถังละ 400 บาท ค่าไฟก็เหมือนกับทุกแห่ง ถามว่าเจาะแล้วชาวบ้านใช้ฟรีไหม เราก็ต้องซื้อใช้เช่นเดิม ต้องให้ความเป็นธรรม ความยุติธรรมกับชาวบ้านด้วยเราก็เป็นคนเหมือนกัน”

วิชัย ใจบุญ

นายวิชัย เล่าต่อว่า เวลามีงานก็จะมีการนัดหมาย เตรียมการอย่างน้อยในหนึ่งอาทิตย์ จะมีการพูดคุยวงใหญ่ 1-2 ครั้ง วงย่อยก็มีการคุยกันเรื่อยๆ สถานที่จะใช้บ้านสมาชิกคุยกันตามความสะดวก ซึ่งได้มีการร่วมกันคิดชื่อกลุ่ม ออกแบบโลโก้ และทำเสื้อกลุ่มที่มาจากชาวบ้านคิดร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำไมไม่มาถามประชาชนก่อน หากเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วจะแก้ไขอย่างไร ชาวบ้านควรรู้ถึงผลดีผลเสียก่อนร่วมตัดสินใจหรือไม่ หน่วยงานกล้าฟันธงไหมว่าไม่มีผลกระทบ ทำแบบนี้มันริดรอนสิทธิประชาชนมากเกินไป คนมีอำนาจไม่เคยลงมาเคลียร์กับชาวบ้าน  ปล่อยให้ชาวบ้านต้องเผชิญชะตากรรม ตามอำเภอใจได้อย่างไร

และมีข้อสงสัยว่าเมื่อปัญหาเกิดกับประชาชน หน่วยงานรัฐ ท้องที่ ท้องถิ่นกลับเมินเฉย ซ้ำยังไปสนับสนุนบริษัทเอกชน ไหนบอกว่าจะมาปกป้องดูแลทุกข์สุขประชาชน จะคืนความสุขให้ประชาชน และที่บริษัทบอกว่าจะผลักดันให้มีกองทุน ที่ดูแลโดยคณะกรรมการไตรภาคี แต่เงื่อนไขการใช้เงินเยียวยา ชาวบ้านก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่าได้รับผลกระทบจริงก่อนจึงจะได้รับ เรื่องเหล่านี้ชาวบ้านคิดว่าไม่มีความเป็นธรรม

 

บทเรียนจากการต่อสู้บ่อแก๊ส

การก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบ้านนามูล-ดูนสาดขึ้นมานั้น นายปกรณ์ สระแก้งตูม ชาวบ้านนามูลบอกว่า เพื่อให้เกิดความเป็นหนึ่งของกลุ่มชาวบ้านในการต่อสู้ โดยจะช่วยกันสร้างความเข้าใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น กับคนในพื้นที่ และทำงานรณรงค์สร้างความเข้าใจกับคนภายนอก เราคิดกันไว้ว่าน่าจะมีการตั้งกองทุนไว้เพื่อการต่อสู้ และสนับสนุนการทำกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน เช่นการปลูกป่า กิจกรรมการทำความสะอาดชุมชน เป็นต้น

20152803150222.jpg

การต่อสู้ในช่วงที่ผ่านมาทำให้กลุ่มเกิดการเรียนรู้ จากสิ่งที่ไม่เคยรู้ก็ได้รู้ ได้รู้จักนิสัยข้าราชการทั้งในพื้นที่ และระดับจังหวัดมากขึ้น ทั้งยังได้เรียนรู้ในเชิงวิชาการ คำพูดคำจา ความเข้าใจในการทำสัมปทานปิโตรเลียม ได้เรียนรู้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากพื้นที่อื่นๆ และพื้นที่ข้างเคียง อย่างที่ภูฮ่อม จ.อุดรธานี ผลกระทบที่เกิดกับผลผลิตทางการเกษตรลดลง ใบแห้ง ต้นไม้ไม่เติบโต ผลกระทบที่เกิดกับน้ำ ทำให้เกิดปลาตายอย่างที่บ้านนาคำน้อย จ.กาฬสินธุ์ ได้เรียนรู้จักจากคนในชุมชน รู้จักความกลัว-ความกล้าของคน

แม้จะรู้สึกเสียใจ แต่ถ้ามีทางไหนไปได้ก็ต้องไปให้สุด วันข้างหน้าจะมีเปอร์เซ็นที่โครงการจะหยุดหรือไม่ ก็ไม่ท้อแท้ ตอนนี้อยากหาเหตุและผลไว้เพื่อการต่อสู้ พยายามมองหาทางออกในการปกป้องสิทธิที่เป็นการช่วยเหลือตนเอง เพราะการพัฒนาต้องกันเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน นายปกรณ์ บอกถึงความรู้สึก

 

20152803150321.jpg

โยงเครือข่าย ผนึกกำลังต้าน    

นอกจากชาวบ้านจะรวมกลุ่มกันเองในตำบลแล้ว ยังมีการเชื่อมโยงกับนักวิชาการ สื่อมวลชน นักศึกษา ประชาสังคม และการรวมกลุ่มกับเครือข่าย “อีสานใหม่” ที่ถูกกระทำทั้งจากรัฐและทุน กว่า 10 พื้นที่ในภาคอีสาน ล่าสุดเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ที่มีกลุ่มองค์กรรวมกันกว่า 70 องค์กร ที่ได้มีการแบ่งทีมนักวิชาการ ทีมกฏหมาย และทีมสื่อสาร ได้มีตัวแทนเดินทางลงมาพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล การติดต่อประสานงานช่วยเหลือซึ่งกันและกันในอนาคต ในการผลักดันให้เกิดการแก้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น

ในขณะที่ชาวบ้านยื่นเรื่องร้องคัดค้านต่อหน่วยงานต่างๆ ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ส่งเรื่องถึงศูนย์ดำรงธรรม เรียกร้องต่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง และประสานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้เข้ามาตรวจสอบไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับชุมชน แต่การดำเนินการขุดเจาะสำรวจยังเดินหน้า ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มต้นการขุดเจาะ ซึ่งนับจากนี้ภายใน 90 วัน เมื่อถึงชั้นแก๊สที่ความลึกประมาณ 3 กิโลเมตร จะเริ่มเผาสำรวจปริมาณแก๊สและดำเนินการตามแผนการผลิตในเชิงพาณิชย์ เสมือนว่าสิ่งที่กำลังดำเนินการมีความชอบธรรม และไร้การละเมิดใดๆ อย่างสิ้นเชิง 

ปัจจุบันนี้แม้ว่าจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นการขุดเจาะสำรวจ แต่ขณะนี้ก็ได้ก่อผลกระทบในเชิงสังคมให้เกิดขึ้นแล้ว ชาวบ้านเกิดความแตกแยก เกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุน กลุ่มผู้คัดค้าน มีการว่ากล่าวระหว่างกันจนมองหน้ากันไม่ติดเกิดขึ้น และปัจจุบันมีแจ้งความเอาผิดฐานหมิ่นประมาทเกิดขึ้นแล้ว

ฤาชะตากรรมของคนบ้านนามูล-ดูนสาด จะถูกแขวนไว้กับเงื่อนไขความมั่นคงทางพลังงานของประเทศชาติ ที่จะสร้างความร่ำรวยให้กลุ่มทุนเพียงหยิบมือ

20152803150401.jpg20152803150351.jpg20152803150353.jpg20152803150354.jpg20152803150356.jpg20152803150357.jpg20152803150359.jpg

 ABOUT THE AUTHOR

Blogtizen เป็นพื้นที่กลางสำหรับเปิดรับงานเขียน บทความ ทัศนะวิจารณ์ สารคดี ผ่านการคัดเลือกดูแลเนื้อหาโดยกองบรรณาธิการเว็บไซต์ โดยสามารถส่งต้นฉบับมาให้เราได้ที่ ctzthaipbs@gmail.com